เรียกว่าเป็นมือถือมาแรงในปี 2016 และสร้างสีสันให้วงการสมาร์ทโฟนมากขึ้นเรื่อย ๆสำหรับแบรนด์ “หัวเว่ย” หลังจากสร้างความฮือฮาให้กับวงการสมาร์ทโฟนด้วยการจับมือกับแบรนด์กล้องระดับพรีเมี่ยมชั้นนำระดับโลกอย่าง “ไลก้า” ในการพัฒนานวัตกรรมสำหรับกล้องสมาร์ทโฟนในรุ่น Huawei P9 และ P9 Plus จนสามารถสร้างยอดขายได้กว่า 9 ล้านเครื่องทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่สามารถสร้างยอดขายได้ในอันดับต้นๆ

นั่นเป็นการประกาศกร้าวจากแบรนด์จีนรายนี้ว่า “มีดี” พร้อมลุยกับคู่แข่งในระดับพรีเมี่ยมขนาดไหน

แม้หัวเว่ยจะเป็นมือถือฟอร์มระดับโลก อย่างไรก็ตามในประเทศไทยเชื่อว่าสมรภูมิที่หัวเว่ยต้องจับฐานที่มั่นให้ได้ตอนนี้ คือกลุ่มรองลงมา หรือมือถือราคาไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้สูง อีกทั้งประเด็นสำคัญคือกลุ่มพรีเมี่ยมเป็นพวก Loyalty หรือมีความภักดีในแบรนด์สูง (ฉันก็รักของฉันเข้าใจบ้างไหม) การสวิชต์แบรนด์ค่อนข้างยาก ในขณะที่กลุ่มรอง จะเน้นเรื่องความคุ้มค่ามากกว่าอารมณ์ และพร้อมที่จะเปลี่ยนถ้าเจอ “ของดีในราคาคุ้มค่า” มากกว่า

ดังนั้นประเด็นที่น่าสนใจคือ หัวเว่ยจะเจาะตลาดกลุ่มรองได้หรือไม่ หรือพูดอีกแง่ หัวหอกที่ส่งมาสู้จะเจ๋งแค่ไหน

หลังจากเปิดตัว Huawei GR5 ให้คนไทยรู้จักไปแล้วต้นปี 2016 ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าชิมลางและเรียนรู้ตลาดมือถือระดับกลางเมืองไทย สิ่งหนึ่งที่หัวเว่ยจับทิศทางคอนซูเมอร์ได้คือ คนไทยรักการถ่ายรูปไม่แพ้ชาติไหนๆ แต่มือถือที่ถ่ายรูปดีๆก็มีราคาแพงเวอร์เหลือเกิน ในขณะที่หัวเว่ยมีแต้มต่อเรื่องนวัตกรรมกล้องเป็นต้นทุนอยู่แล้ว ดังนั้นจะสู้ตลาดนี้ต้องงัดเอาฟีเจอร์กล้องมาสู้ คอนเซ็ปต์กล้องพรีเมียมในราคาจับต้องได้ จึงถูกงัดมาใช้กับซีรีย์ Huawei GR

ล่าสุดเปิดตัว Huawei GR5 2017 ที่ต่อยอดซีรีย์ GR5 ไม้เด็ดคือ เทคโนโลยีกล้องหลังคู่ ที่เก็บรายละเอียดและมีลูกเล่นแพรวพราวที่ไม่แพ้มือถือพรีเมี่ยม ซึ่งต้องบอกเลยว่านี่เป็นครั้งแรกที่มีการนำเทคโนโลยีกล้องหลังคู่มาใช้กับมือถือในราคาที่ต่ำกว่า 10,000 บาทในตลาดประเทศไทย โดยเปิดตัวไปแล้วต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

มิว นิษฐา พรีเซนเตอร์สะท้อน Rising star

ถึงคุณสมบัติจะจัดเต็ม แต่ถ้าเมสเซสไปไม่ถึงผู้บริโภคก็ลำบาก ดังนั้นการสื่อสารแบรนด์ต้องมีคีย์เวิร์ดทั้งคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างไร ที่สำคัญใช้แล้วดูดี สวยเท่ กว่าใคร

การเลือกพรีเซ็นเตอร์น่าสนใจมาก Huawei GR5 2017 เคาะมาที่น้องมิว นิษฐา จิรยั่งยืน ด้วยบุคลิกภาพน่ารักสดใส ที่สำคัญกำลังมีผลงานอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับ Product Character ของหัวเว่ยที่กำลังมาแรงในตลาด เติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งก็ตรงกัน ทำให้เธอได้รับหน้าที่นี้ เป็นสาวชอบถ่ายรูปซึ่งก็กลุ่มเป้าหมายชัดเจนกับคนรุ่นใหม่ ที่รักการถ่ายรูป เพราะมือถือนี้เน้นถ่ายรูปโดยเฉพาะ

หลายคนเห็นหนังโฆษณาไปบ้างแล้ว ส่วนใครยังไม่เห็น คลิกเบา ๆ ให้เวลาชมความเฉิดฉายของน้องมิว นิษฐาหนึ่งนาทีแล้วมาอ่านต่อ

 

จุดเด่นของหนังชิ้นนี้ เป็นการดึงเอา Feature ของมือถือที่เป็น Dual Camera ที่สามารถปรับโฟกัสแบบ Bokeh ซึ่งนำมาเล่นเป็น Emotional Factor ได้อย่างดีในหนังโฆษณา

 

ไม่ว่าจะหน้าเบลอหลังชัด…
หรือจะหน้าชัดหลังเบลอ…
ก็สวยใสไร้ที่ติ..
จะดูดีแบบหมู่…
หรือจะดูดีแบบเดี่ยว ก็ได้หมดถ้าสดชื่น

ด้วยความที่น้องมิวเป็นดารารุ่นใหม่ที่มีความสดใส มีผลงานการแสดงเป็นที่ยอมรับ และมีความ Rising star หรือเฉิดฉายขึ้นเรื่อยๆ ตรงนี้ที่ประทับใจแฟนๆ ซึ่ง Mood & Tone ของหนังโฆษณาก็มาทางนี้ ทำให้เมสเซสเข้าไปถึงผู้บริโภคได้ง่ายมาก เห็นได้ว่าหนังโฆษณาดึงฟีเจอร์มาแต่ละอย่างชัดเจน ซึงคุณสมบัติแต่ละอย่างก็น่าจะอินไซต์กับการถ่ายรูปในชีวิตประจำวัน เหมือนอย่างที่น้องมิวบอก ไม่ว่าคุณจะเลือกเก็บอะไร ทุกภาพจะยังคงสวยงามเหมือนในความทรงจำของคุณ

แฟนคลับแฮปปี้ กระแสใน IG mewnittha ดีมาก

มาในเรื่องคุณสมบัติอีกนิด นอกจาก Dual Camera ที่เป็นจุดเด่นที่คาดว่าน่าจะมายึดหัวหาดมือถือราคาไม่เกิน 10,000 บาทได้ไม่ยากแล้ว Huawei GR5 2017 ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ความจุ 3340mAh ที่ใช้งานได้ทั้งวันทั้งคืนได้ถึง 1.5 วัน กับ Memory 64GB (หน่วยความจำในเครื่อง 32GB + Micro SD Card 32GB)และมาพร้อมหน้าจอใหญ่ขนาด 5.5 นิ้วความละเอียดระดับ HD

มือถือกล้องระดับพรีเมี่ยมในราคาที่คุ้มค่า

นี่จึงเป็นตัวรุกตลาดที่น่าสนใจของหัวเว่ยในปี 2017 ซึ่งเริ่มจำหน่ายไปแล้วในราคา 8,900 บาท โดยมีสีให้เลือก 3 สี คือ สีทอง สีเงิน และสีเทา

ส่วนใครที่กำลังหามือถือใหม่และมองเรื่องความคุ้มค่า ไม่น่าผิดหวัง ดูรายละเอียด ที่ Huawei GR5 2017



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer