ท่ามกลางพลวัตเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคในทุกวัน ปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าปี 2017 เรากำลังอยู่ในโลกดิจิทัลเต็มรูปแบบ และเป็นความท้าทายของนักการตลาดที่จะต้องนำความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับพฤติกรรมผู้บริโภคมาขบคิดกลยุทธ์การสื่อสารมากขึ้น สร้างเครื่องมือที่ “ใช่”มากที่สุด ตอบโจทย์เทรนด์ที่กำลังมาเพื่อผลประโยชน์ของลูกค้ามากที่สุด

Right-Time Marketing

นัครินทร์ ประทีปเมือง กรรมการผู้จัดการ 360 innovative นั่งพูดคุยกับเราและให้มุมมองที่น่าสนใจ ผู้บริโภคในปี 2017 จะเป็น Customer Centric Experiences ผู้บริโภคฉลาด จะหาข้อมูลต่างๆ ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ เขาจะไม่เชื่อสิ่งที่ Brand ดารา หรือ Influencer แต่เขาจะหาสิ่งที่ตรงกับความต้องการของเขาจริง ๆ

“อย่างที่เห็นผู้บริโภคจะใช้โทรศัพท์มือถือในชีวิตประจำวันเกือบ 24 ชั่วโมง ดังนั้นเทรนด์ในการสร้างสรรค์ผลงานในโลกออนไลน์ก็คงหนีไม่พ้นแพลตฟอร์ม Mobile โดยเฉพาะสิ่งที่ Brand และ Agency ต้องจับตามองตอนนี้ คือเรื่องของ Blockchain และ Omnichannel ที่จะเข้ามามีบทบาทในภาพรวมค่อนข้างมากในอนาคตอันใกล้นี้”

“Right-Time Marketing (ถูกเวลา) จะมาแทนที่ Real-Time Marketing เมื่อก่อนเทรนด์จะต้องเน้นเร็ว ใครเร็วกว่าได้เปรียบ แต่ตอนนี้ความเร็วอาจไม่ใช่จุดสำคัญจุดเดียวแล้ว แต่เป็นเรื่องของจังหวะเวลา เราจะทำอย่างไรที่จะนำเสนอแคมเปญสินค้า หรือใจความสื่อสารใด ๆ ให้ตรงช่วงเวลาที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ดีที่สุด เทรนด์ที่จะเกิดขึ้นเราจะเห็นเครื่องมือประเภท Personalization อย่างพวก Chatbots and AI go mainstream จะมีการใช้ Chatbots เข้ามาช่วยการตลาดมากขึ้น และ Chatbots จะมีการพัฒนาที่ฉลาดขึ้น สามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว ที่สำคัญคือสามารถวิเคราะห์ข้อมูลของบุคคลนั้นได้จากการ Personalized ที่ได้จากการเก็บข้อมูลรวมไปถึงสามารถวิเคราะห์นํ้าเสียงของเราได้ พอใจหรือไม่ หรืออารมณ์กำลังเป็นเช่นไร” ผู้บริหารอธิบาย

นัครินทร์ ประทีปเมือง กรรมการผู้จัดการ 360 innovative

Value content is a king

เมื่อก่อนเรามักจะเห็นคอนเทนต์ที่ตั้งใจให้ Viral มากจนเกินไป เลยเถิดจนเป็น Clickbait ซึ่งกลายเป็นภาพลบแบรนด์ แต่หลังจากนี้
นัครินทร์มองว่าเราจะได้เห็นในลักษณะของ Value Content มากขึ้น เพราะผู้บริโภครู้ดีว่าคอนเทนต์ใดที่มีประโยชน์และมีผลต่อภาพลักษณ์ตนเอง ดังนั้นจะเลือกแชร์คอนเทนต์ที่มีคุณค่าทางใดทางหนึ่งมากกว่า Viral Content ธรรมดา

“แน่นอนว่า Viral Content ยังเป็นหัวใจสำคัญ แต่ Value Content คือการผสมผสานความเป็น Viral
ภายใต้กรอบข้อเท็จจริงไม่บดบังหรือหมกเม็ด โดยมุ่งให้ข้อมูลประโยชน์กับผู้บริโภค จะทำให้ผู้บริโภคยอมรับในตัว Brand นั้น และต่อยอดมาถึงการเป็นลูกค้าได้อย่างไม่ยากเย็น ตรงนี้คือความท้าทาย และเป็นทิศทางของเราในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ของลูกค้ามาโดยตลอด” นี่เป็นจุดแข็งของ 360 innovative ในการสร้างคอนเทนต์ที่ประสบความสำเร็จ ภายใต้เม็ดเงินที่คุ้มค่า
และสามารถพิสูจน์วัดผลได้อย่างรูปธรรม

Full Service Digital Agency

ข้อมูลจาก Thailand Digital Advertising Spend Mid-Year 2016 ระบุว่าปี 2016 โฆษณาออนไลน์มีมูลค่าสูงถึง 9,883 ล้านบาท เติบโต 22% ตัวเลขระดับนี้ไม่ต้องแปลกใจว่าเราจะเห็นการแข่งขัน และกลยุทธ์ดิจิทัลใหม่ ๆ มากขึ้น

ขณะที่ Digital Agency เกิดขึ้นใหม่มากมายอีกหนึ่งจุดแข็งของ 360 innovative คือการเป็น Digital Agency แบบครบวงจร โดยให้บริการแบบ One Stop Service ตั้งแต่การวาง Strategy ไปจนถึง implement ยอดที่ต่อสูงขึ้นก็มาจากฐานโครงสร้างที่แข็งแกร่ง
ย้อนไปเกือบ 10 ปีที่ 360 innovative ผ่านประสบการณ์เป็น Production House ทำให้เข้าใจในวิธีการคิดตลอด
จนการสร้างสรรค์ผลงานตั้งแต่ต้นจนปลายน้ำควบคู่กับผลงานมีประสิทธิภาพ ส่งงานตรงเวลา วัดได้เป็น
รูปธรรม เม็ดเงินน้อยแต่ได้เนื้อเยอะ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้วันนี้ 360 innovative ก้าวสู่การเป็น One Stop
Service รวมทั้งได้รับความเชื่อมั่นมากมายจากลูกค้าทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ เป็น Creative Digital Agency
อย่างเต็มตัว

“การทำครบวงจรเป็นส่วนหนึ่ง แต่ที่สำคัญกว่า คือผลงาน ผมเน้นย้ำกับทีมว่าเราต้องทำงานให้ลูกค้า
ได้ประโยชน์ผลตอบแทนมากที่สุด ถ้างานดี แต่ลูกค้าขายของไม่ได้ ผมก็ไม่เรียกว่านั่นงานดี งานดีสำหรับ
ผมคืองานที่ลูกค้าคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่ลงไป”

“ผมคิดว่าจุดแข็งของเราที่สุดคือการที่เราทำงานเป็นทีม เริ่มตั้งแต่การรับบรีฟโจทย์ลูกค้า โดยทั้ง Marketing Team และ Creative
Team เราจะ Brainstorm idea กัน สร้างสรรค์งานเพื่อให้ตอบโจทย์ของลูกค้าส่วน Production team ก็จะทำหน้าที่ผลิตผล
งานให้ได้ตามที่ Creative ได้คิดไว้ และ Media and Measurement team มีหน้าที่วางแผนมีเดียให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย จนถึงสรุปรายงานผลพร้อมให้ข้อเสนอแนะสำหรับการทำแคมเปญต่อ ๆ ไป ซึ่งการทำงานที่เป็นระบบทำให้งานของเราประสบความสำเร็จมาตลอด” ผู้บริหารย้ำท้าย

 

ตัวอย่างบางส่วนผลงานที่โดดเด่น

  • ทำเว็บไซต์และแผนประชาสัมพันธ์ โครงการ Bike for Mom และ Bike for Dad โดยใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์ในการ
    ทำงานและประสบความสำเร็จงดงาม
  • พัฒนา Mobile Application เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (ชื่อ App “สุขพอที่พ่อสอน”) และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (ชื่อ App “สุขแท้ที่แม่ให้”)
  • SELF AND SHINE BY JINRO ที่เป็น Campaign ต้องการ Represent image ของผู้หญิงที่มั่นใจ มีคุณค่า มีความคิด ไม่หยุดสวย โดยที่นำผู้ชนะจากกิจกรรมไปทำศัลยกรรมที่เกาหลี
  • CARLSBERG GURU VS GUREAL เป็นกิจกรรมที่จับเอาดีเจป๋องกับดีเจแจ๊คเล็กมาพูดคุยกับแบบสดๆ ผ่าน Facebook แล้วให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถตอบคำถามได้ พาผู้ชนะไปชมฟุตบอลที่ฝรั่งเศส

 

เยี่ยมชมชาว 360 innovative คลิกเบา ๆ



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer