ซีบีอาร์อี ประเทศไทย ฉายภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ ปี 2568 เป็นการฟื้นตัวที่ไม่เท่ากันในแต่ละภาคธุรกิจ เริ่มต้นด้วยการลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ และแม้ว่าหลายกลุ่มธุรกิจจะเผชิญกับความต้องการที่ลดลงและอุปทานส่วนเกินที่มากขึ้น แต่ยังมีกลุ่มอื่นที่ได้รับประโยชน์จากโครงการซึ่งดึงดูดการลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 

คุณรุ่งรัตน์ วีระภาคย์การุณ กรรมการผู้จัดการ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย และทีมผู้บริหารซีบีอาร์อี ร่วมให้ข้อมูล

ตลาดที่พักอาศัยในกรุงเทพฯ

ตลาดที่พักอาศัยในกรุงเทพฯ ต้องอาศัยความต้องการในประเทศเป็นหลัก ทั้งนี้ ความยากลำบากในการขอสินเชื่อสำหรับทั้งผู้พัฒนาโครงการและผู้ซื้อส่งผลให้จำนวนการเปิดตัวโครงการใหม่รวมถึงยอดขายลดลง

คอนโดมิเนียม ปี 2568 จะมีการเปิดขายใหม่ต่ำที่สุดในรอบ 4 ปี ที่ 24,000 ยูนิต และลดลง 20% จากปี 2024 ขณะที่ห้องสร้างเสร็จใหม่ ปี 2567-68 ที่ 80,000 ยูนิต   

บ้าน ปี 2568 จะมีการเปิดขายใหม่ต่ำที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ อยู่ที่ 18,000 ยูนิต และซัปพลายสะสมที่รอการขายอยู่ที่ 159,000 ยูนิต โดยประเมินว่าตลาดจะต้องใช้เวลากว่า 5 ปี ในการขายยูนิตที่คงค้างอยู่ตอนนี้ให้หมด

นอกจากนั้น สภาพเศรษฐกิจที่อ่อนแอยังส่งผลให้ปัญหาการขอสินเชื่อมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น และบริษัทผู้พัฒนาโครงการไทยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หลายรายประกาศแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2568 ในจำนวนจำกัด จากการที่ผู้พัฒนาส่วนใหญ่ได้เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมและบ้านจำนวนมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จึงมุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการยอดแบ็กล็อก (Backlog หรือยอดสะสมของพรีเซลล์ที่ยังไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์รวมกันทุกงวด) และการขายยูนิตที่สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ที่ยังคงค้าง

อย่างไรก็ตาม สัญญาณเบื้องต้นสำหรับปี 2568 ชี้ให้เห็นถึงกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นในตลาดคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มลักชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรี ทั้งโครงการที่เป็น Branded residence และประเภทอื่น ๆ  โดยกลุ่มเป้าหมายจะเป็นการผสมผสานระหว่างความต้องการของผู้ซื้อในประเทศที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองและผู้ซื้อชาวต่างชาติที่ต้องการบ้านหลังที่สอง โดยเฉพาะจากประเทศในภูมิภาคเอเชีย  

ซึ่งโครงการเหล่านี้หลายโครงการได้เปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการไปแล้วในปี 2567 และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปีนี้ หลังผู้พัฒนาโครงการมีความมั่นใจเพียงพอจากการทำแคมเปญการตลาดก่อนการเปิดตัว

ตลาดโรงแรมในกรุงเทพฯ

ปี 2567 นับเป็นอีกปีที่แข็งแกร่งสำหรับภาคธุรกิจการบริการของไทย ต่อเนื่องไปยังปี 2568 จากปัจจัยส่งเสริมสำคัญอย่างการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้นและโครงการต่อเนื่องของรัฐบาลในการผ่อนปรนข้อกำหนดการเดินทางเข้าประเทศ

ในปี 2567 พลเมืองของ 93 ประเทศสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ซึ่งส่งผลในทางบวกต่ออัตราการเข้าพักโรงแรมโดยรวม ทำให้รายได้เฉลี่ยต่อวันจากห้องพักที่ขายได้ (ADR) ของโรงแรมในกรุงเทพฯ สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เช่นกันในปีที่ผ่านมา

ต่างชาติเที่ยวไทย 2568

แตะ 40 ล้านคน

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทย 2567 35.5 ล้านคน
คาดการณ์ปี 2568 40 ล้านคน (ใกล้เคียงปี 2562 ที่ 39.8) 
ประเทศนักท่องเที่ยวที่เข้าไทยมากสุด 2567 

และอัตราเติบโตเมื่อเทียบกับปี 2566

1. จีน 6.7 ล้านคน (+91%) 2. มาเลเซีย 5 ล้านคน (+7%) 
3. อินเดีย 2.1 ล้านคน (+31%) 4. เกาหลีใต้ 1.9 ล้านคน (+13%)
5. รัสเซีย 1.7 ล้านคน (+18%) 6. ไต้หวัน 1.1 ล้านคน (+50%)
ที่มา: ซีบีอาร์อี ประเทศไทย, ก.พ. 2025

 

ตลาดโรงแรม

ขับเคลื่อนด้วย Upscale & Luxury  

จำนวนซัปพลายโรงแรมในกรุงเทพฯ ปี 2567 80,611 ห้อง แบ่งเป็น Midscale 36,081 

Upscale 20,880

Luxury 14,332

Economy 9,318

จำนวนซัปพลายโรงแรมในกรุงเทพฯ ปี 2568 (คาดการณ์)  86,485 ห้อง แบ่งเป็น Midscale 37,713 

Upscale 23,442

Luxury 15,477 

Economy 9,853 

รายได้เฉลี่ยต่อวันจากห้องพักที่ขายได้ 4,300 บาท
อัตราการเข้าพัก 77%
ที่มา: ซีบีอาร์อี ประเทศไทย, ก.พ. 2025

คาดการณ์ว่า 70% ของซัปพลายใหม่ในปี 2568 จะอยู่ในเซกเมนต์อัปสเกลและลักชัวรี จากการทยอยเปิดตัวใหม่ของกลุ่มโรงแรมในเซกเมนต์ดังกล่าวตลอดปี 2024 อาทิ โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ, โรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ และจะทยอยเปิดตัวในปี 2025 อาทิ โรงแรม เซนเตอร์ พอยต์ พลัส สาขาสีลม ริเวอร์วิวและประตูน้ำ, โรงแรมแอนดาซ วัน แบงค็อก, โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี, โรงแรมอมานในเลิศ 

ทั้งด้วยโครงการริเริ่มของรัฐบาลเพื่อดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวและแขกที่เข้าพักระยะยาวผ่านโครงการวีซ่าระยะยาว จึงคาดว่าจะมีแบรนด์ที่พักระยะกลางและระยะยาวเปิดให้บริการในกรุงเทพฯ มากขึ้น

ตลาดพื้นที่ค้าปลีก

ตลาดพื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯ กลับมาฟื้นตัวเต็มที่อีกครั้งในปี 2024 อาทิ การรีโนเวตเซ็นทรัล ชิดลม การเปิดตัววัน แบงค็อก เฟสแรก และปี 2025 ยังมีโครงการสำคัญ อาทิ การรีโนเวตเซ็นทรัล บางนา เพื่อรองรับการขยายตัวของกลุ่มเรสซิเดนเชียล และการเปิดตัวของศูนย์การค้า เซ็นทรัลพาร์ค

อัปเดตพื้นที่ศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ
ซัปพลายสะสม 2568 8,582,033 ตร.ม.
ซัปพลายปล่อยเช่า 8,067,111 ตร.ม.
ซัปพลายกำลังก่อสร้าง 500,000 ตร.ม. 
ซัปพลายเสร็จใหม่จากที่ก่อสร้าง 250,000 ตร.ม.
อัตราเช่าพื้นที่ 94%
ที่มา: ซีบีอาร์อี ประเทศไทย, ก.พ. 2025

 

ศูนย์การค้า ใจกลางกรุงเทพฯ 
ซัปพลายสะสม 2568 8,582,033 ตร.ม.
ซัปพลายในย่านใจกลางกรุงเทพฯ 1,046,500 ตร.ม.
Ratchaprasong

Intersection

405,000
Central World 235,000
Central Embassy 70,000
Gaysorn Village 60,000
Central Chidlom 40,000
Siam District 337,000
Siam Paragon 200,000
MBK Center 85,000
Siam Discovery 30,000
Siam Center 22,000
EmDistrict 181,500
The Emporium 71,500
The Emsphere 60,000
The Emquartier 50,000
One Bangkok (Phase 1) 123,000 
ที่มา: ซีบีอาร์อี ประเทศไทย, ก.พ. 2025 

ตลาดพื้นที่สำนักงาน

อัปเดตตลาดออฟฟิศกรุงเทพฯ 
ซัปพลายสะสม 2567  9,851,416 ตร.ม. 
ซัปพลายสร้างเสร็จใหม่ 349,586 ตร.ม.
อัตราเช่า 8,007,768 ตร.ม. หรือ 81%
ซัปพลายเช่าใหม่ 96,483 ตร.ม.
คาดการณ์ซัปพลายสะสม 2568  10,331,273 ตร.ม.
ซัปพลายสร้างเสร็จใหม่ 479,812 ตร.ม.
อัตราเช่า 8,087,768 ตร.ม. หรือ หรือ 78%
ซัปพลายเช่าใหม่ 90,000 ตร.ม.
ที่มา: ซีบีอาร์อี ประเทศไทย, ก.พ. 2025

 

ออฟฟิศเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ 2568
Non – CBD 272,278 ตร.ม. (57%)
บีทีเอส วิชั่นนารี พาร์ค อาคาร A และ B 72,730 ตร.ม. อาคารเกรด 

A

เอไอเอ คอนเน็คท์ 53,500 ตร.ม. A
ครีเอเตอร์ วิลเลจ 74,000 ตร.ม. A
รามคำแหง ฮิลล์ 10,000 ตร.ม. B
วี.วรรณ ทาวเวอร์ 39,048 ตร.ม. B
เดอะ ฮิลท็อป ออฟฟิศ แอท แฮปปี้แทท 23,000 ตร.ม. B
CBD 207,534 ตร.ม. (43%)
วัน แบงค็อก ทาวเวอร์ ไฟฟ์ 100.534 ตร.ม. A+
ซัมมิท ทาวเวอร์ 47,000 ตร.ม. A+
เซ็นทรัลพาร์ค ออฟฟิศ 60,000 ตร.ม. A+
ซัปพลายใหม่รวม  479,812 ตร.ม.
ที่มา: ซีบีอาร์อี ประเทศไทย, ก.พ. 2025

 ตลาดพื้นที่สำนักงานในกรุงเทพฯ ยังคงมีอุปทานใหม่ซึ่งเป็นพื้นที่สำนักงานคุณภาพสูงเข้าสู่ตลาดในปริมาณที่เพิ่มขึ้นกว่าระดับความต้องการอย่างมาก พื้นที่สำนักงานใหม่เหล่านี้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดโดยรวม เนื่องจากทำให้บริษัทต่าง ๆ สามารถเลือกได้ระหว่างการอยู่ในพื้นที่สำนักงานเดิมหรือย้ายไปพื้นที่ใหม่ 

ซึ่งในปี 2567 มีความต้องการเช่าพื้นที่สุทธิ (Net Take-up) สูงสุดในรอบห้าปี โดยเป็นการผสมผสานระหว่างการจัดตั้งสำนักงานใหม่และการย้ายสำนักงานจากอาคารเก่าไปยังอาคารสำนักงานที่เพิ่งสร้างเสร็จ ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารที่ดำเนินงานตามมาตรฐานสากลและได้รับการรับรองด้าน ESG

ด้วยอัตราพื้นที่ว่างที่คาดว่าจะสูงขึ้น การแข่งขันเพื่อรักษาและดึงดูดผู้เช่าจะส่งผลให้เจ้าของอาคารต้องปรับตัวในตลาดที่ถือว่าเป็น ‘ตลาดของผู้เช่า’ ซึ่งเป็นตลาดที่ได้รับอิทธิพลจากการที่ผู้เช่ามองหาพื้นที่ที่ทั้งมีคุณภาพและคุ้มค่า ดังนั้น อาคารสำนักงานที่มีอยู่จำนวนมากจะต้องปรับลดอัตราค่าเช่าลงและลงทุนเพื่อการปรับปรุงพัฒนาอาคาร เพื่อรักษาผู้เช่าเดิมเอาไว้และเพิ่มอัตราการเช่าพื้นที่ในอาคารของตนเอง

ตลาดพื้นที่อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์

ที่ดินเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรม ความต้องการยังคงแข็งแกร่ง หลัก ๆ จะอยู่ในพื้นที่ EEC (เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก) และจังหวัดข้างเคียง จนปี 2024 ที่ผ่านมาตลาดมีภาวะซัปพลายโตไม่ทันดีมานด์

ซึ่งโครงการริเริ่มของรัฐบาลที่มีจุดประสงค์เพื่อดึงดูดบริษัทต่างชาติผ่านการสร้างแรงจูงใจที่ตรงต่อกลุ่มเป้าหมายยังคงสร้างผลลัพธ์ที่ดี โดยเฉพาะการขายที่ดินภายในนิคมอุตสาหกรรม ที่ส่งผลต่อเนื่องให้เกิดความต้องการโรงงานสำเร็จรูปจากกลุ่มซัปพลายเออร์ระดับที่สองและสาม 

นอกจากนั้น ตลาดโลจิสติกส์กำลังมีการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นจากการที่ผู้พัฒนารายใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาดและมีการให้บริการพื้นที่ที่ทันสมัยและมีคุณภาพสูงเพื่อตอบสนองความต้องการ โดยเฉพาะในกลุ่มอีคอมเมิร์ซที่กำลังขยายตัวอย่างสูง

คุณรุ่งรัตน์ วีระภาคย์การุณ กล่าวปิดท้าย แนวโน้มของตลาดโรงแรมและตลาดพื้นที่อุตสาหกรรมในปี 2568 เป็นไปในทิศทางที่ดีมาก ธุรกรรมการเช่าในตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ คาดว่าจะยังคงแข็งแกร่ง สำหรับตลาดที่พักอาศัย อุปทานส่วนเกินจะทำให้ปีนี้ ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยรวมแล้ว คาดว่าความต้องการจากภายในประเทศและสภาพคล่องทางการเงินจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงระหว่างปี ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นในเชิงบวกและความคึกคักเพิ่มขึ้นในทุกตลาด

โดยตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะก่อให้เกิดโอกาสในตลาดจากอุปทานใหม่และสร้างความท้าทายที่ส่งผลให้ผู้พัฒนาโครงการต้องปรับกลยุทธ์ และเนื่องจากกรุงเทพฯ ยังคงเป็นเมืองที่ดึงดูดความสนใจจากทั่วโลก คาดว่าปี 2568 จะเป็นอีกปีที่มีหลายสิ่งที่น่าสนใจเกิดขึ้นในตลาด


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer