แกร็บ ประเทศไทย ผู้ให้บริการซูเปอร์แอปยังคงยืนหนึ่งในตลาดบริการเรียกรถผ่านแอปและเดลิเวอรี จำนวนผู้ใช้บริการแอคทีฟมากกว่า 44 ล้านบัญชีต่อเดือน ยืนหนึ่งในตลาด Food delivery 1.4 แสนล้านบาท พร้อมการเติบโตของกลุ่มธุรกิจเรียกรถอันได้อานิสงส์จากการท่องเที่ยวที่กลับมาเฟื่องฟู
คุณจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย (MD คนใหม่ของแกร็บในปี 68 นี้) กล่าวว่า ปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัทเติบโตทั้งในบริการเรียกรถผ่านแอปและเดลิเวอรี ซึ่งได้อานิสงส์มาจากทั้งการท่องเที่ยว การนำเสนอตัวเลือกในการใช้บริการต่าง ๆ การขยายบริการเรียกรถไปยังพื้นที่ใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ตลอดจนขยายธุรกิจในกลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) และ Grab For Business
บริษัทได้พัฒนาเทคโนโลยีตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคและแก้ปัญหา (pain point) ในชีวิตประจำวันของคนในอีโคซิสเต็มอยู่เสมอ ซึ่งในปีที่ผ่านมาช่วยให้ผู้ใช้บริการประหยัดเงินรวมกว่า 2 พันล้านบาท
กลุ่มธุรกิจ Mobility เติบโตสูงสุด
ดีมานด์ของการเดินทางที่มีอยู่ต่อเนื่อง ส่งผลให้ Mobility business เติบโตสูงสุดในปีที่ผ่านมา เพราะคนเดินทางเป็นหลัก แกร็บจึงได้ปรับโฉมฟีเจอร์ Advance Booking หรือบริการจองรถล่วงหน้า โดยมียอดใช้บริการพุ่งขึ้นถึง 60% ในช่วงเทศกาล พร้อมกับเพิ่มตัวเลือกบริการ GrabCar SAVER และ GrabBike SAVER เรียกรถในราคาถูกกว่า ซึ่งได้รับกระแสตอบรับดีมาก สะท้อนผ่านยอดใช้บริการที่เติบโตขึ้นมากกว่า 4 เท่า
ประกอบกับการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักแล้ว ยอดใช้บริการเรียกรถในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติก็เติบโตขึ้นถึง 138% ส่วนหนึ่งมาจากการเปิดให้บริการแกร็บจุดรับ-ส่ง ในสนามบินหลักทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต และเชียงใหม่
ตามมาด้วยการทำแคมเปญเพื่อโปรโมตการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในจังหวัดเมืองรองร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตลอดทั้งปี และร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชนจัดตั้งภาคีเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว (Tourism Taskforce) เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ด้วยอานิสงส์ของนโยบายดังกล่าวทำให้สัดส่วนลูกค้าชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ แกร็บยังได้ผลักดันฟีเจอร์บัญชีครอบครัว (Family Account) เพื่อขยายการให้บริการไปยังกลุ่ม Babyboomer และ Gen Alpha ผ่านผู้ใช้บริการหลัก (Core User) ที่ต้องการเรียกรถให้กับสมาชิกในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนอาวุโส (พ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่) และกลุ่มเด็กเล็ก (ลูก-หลาน) โดยปกติแล้วประชากรในประเทศส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Gen Y และ X มากกว่า 30% ของจำนวนประชากร แต่ Gen Alpha (กลุ่มอายุ 10 ปีขึ้นไปที่สามารถใช้แอปพลิเคชันได้) รวมถึง Babyboomer ยังเป็นสัดส่วนน้อย แต่บริษัทอยากขยายไปในกลุ่มนี้เนื่องจากมีกำลังซื้อสูง
อัดแพ็กเกจสู้ศึกตลาดฟู้ดเดลิเวอรี
ในตลาดฟู้ดเดลิเวอรี 1.4 แสนล้านบาท (อ้างอิงตัวเลขจาก momentum work) แกร็บคึกคักเป็นพิเศษในปีที่ผ่านมา ผลจากการเพิ่มตัวเลือก Delivery SAVER ในบริการสั่งอาหาร และได้อัปเกรดฟีเจอร์ Group Order หรือสั่งอาหารแบบกลุ่ม ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้น โดยมียอดสั่งอาหารเติบโตขึ้น 2 เท่า เป็นผลให้ Delivery SAVER มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า spending per head อยู่ที่ 200 บาท ขณะที่ Group order มี spending per head อยู่ที่ 500
รวมถึงบริการ Dine Out Deals หรือการขายดีลพิเศษสำหรับการรับประทานที่ร้าน ซึ่งมียอดการใช้บริการเติบโตขึ้นกว่า 11 เท่า และการเปิดตัวซับแบรนด์ Hot Deals เพื่อนำเสนอดีลลดแรงจากร้านอาหารดังทั่วประเทศ พร้อมกับเดินหน้าเพิ่มจำนวนร้านที่เข้าร่วมโปรแกรมต่อเนื่อง รวมถึงการชูแคมเปญใหญ่ “GrabFood Mega Sale” มอบส่วนลดสูงสุด 80% พร้อมส่งฟรี ให้กับผู้ใช้บริการทั่วประเทศ
ขณะเดียวกันก็เดินหน้าขยาย Only at Grab ซึ่งขณะนี้อยู่ในหลักพันร้าน ที่ทำ exclusive menu สั่งได้เฉพาะบนแกร็บ และ Grab thumbsup ที่มีจำนวนร้านประมาณหมื่นร้านแล้ว บริษัทพยายามจะเพิ่มจำนวนขึ้นต่อเนื่อง
Loyalty Program ตอบโจทย์ทุกระดับประทับใจ
โปรแกรมสมาชิกแกร็บยังคงเสิร์ฟความคุ้มค่าแสนพิเศษต่อเนื่อง ทั้ง GrabUnlimited ที่ช่วยให้ผู้ใช้บริการได้รับสิทธิประโยชน์ และส่วนลดมากมาย ในราคาสมาชิกรายเดือนเพียง 19 บาทต่อเดือน หรือรายปีเพียง 99 บาทต่อปี ซึ่งบัญชีที่เป็น GrabUnlimited มักจะมีการใช้จ่ายเงินเฉลี่ยต่อเดือนสูงกว่าบัญชีทั่วไปถึง 2.5 เท่า
ในปีนี้ยังมีโปรแกรมพิเศษเพิ่มมา คือ GrabVIP สำหรับผู้ใช้บริการที่มียอดใช้จ่ายสูงกว่า 30,000 บาทในระยะเวลา 3 เดือน จะได้รับสิทธิ เช่น ส่งอาหารไว (Priority Delivery) 5 ครั้งต่อเดือน และความช่วยเหลือพิเศษก่อนใคร (Priority Support) จากศูนย์ช่วยเหลือแกร็บ ซึ่ง GrabVIP ขณะนี้ยังคิดเป็นสัดส่วนผู้ใช้บริการเพียง Single Digit
กลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B)
เริ่มที่บริการ GrabAds ที่ปรับรูปแบบจากการขายโฆษณาเป็นการนำเสนอโซลูชันการตลาดแบบสร้างสรรค์ (Creative Marketing Solutions) เพื่อช่วยให้ลูกค้าและพันธมิตรธุรกิจสามารถสร้างแบรนด์และยอดขายจากออนไลน์ไปสู่ออฟไลน์ นอกจากนั้น มีบริการ Grab For Business ที่ขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังอุตสาหกรรมอื่น ๆ จนมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นถึง 80% ด้านธุรกิจสินเชื่อยังคงเติบโตต่อเนื่อง ด้วยความได้เปรียบในการถือครอง data ของผู้กู้ซึ่งก็คือไรเดอร์นั้น ทำให้ NPL อยู่ในระดับต่ำกว่าแบงก์ชาติที่ 2.5%
สำหรับกลยุทธ์ในปี 2568 แกร็บ ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ “Lead with Purpose” มุ่งสร้างความได้เปรียบในเชิงการแข่งขัน โดยจะมุ่งเน้นไปที่ 5 แนวทางหลักภายใต้กลยุทธ์ “S.M.A.R.T” ประกอบด้วย
S: Sustainability มุ่งสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
- สานต่อโครงการ “Grab EV” ส่งเสริมให้คนขับใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อลดผลกระทบในด้านสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันมียอดการใช้รถ EV แล้วกว่า 10,000 คัน ควบคู่ไปกับ “โครงการชดเชยคาร์บอน” ที่ให้ผู้ใช้บริการร่วมบริจาคเงินผ่านฟีเจอร์ Carbon Offset เพื่อนำไปซื้อคาร์บอนเครดิตและทำกิจกรรมปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว
- ส่งเสริมการสร้างโอกาสให้กลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ผ่าน “GrabSpark” เปิดเวทีให้นักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยได้แสดงศักยภาพผ่านการประกวดแผนธุรกิจ พร้อมโอกาสฝึกงานกับแกร็บ ไปจนถึง “GrabScholar” มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนนักศึกษาที่มีศักยภาพ
M: Market Expansion ขยายบริการให้เข้าถึงคนทุกเจเนอเรชัน
-
- ใช้ Friends of Grab ในการดึงดูดกลุ่ม Gen Z และ Millennials ผ่าน 4 หนุ่มสุดฮอต “เจมีไนน์-โฟร์ท และ สกาย-นานิ” เสริมทัพด้วย เบลล่า-ราณี แบรนด์แอมบาสเดอร์
- สนับสนุนและเข้าร่วมอีเวนต์เชิงวัฒนธรรมต่าง ๆ อาทิ งาน S2O Songkran Music Festival งาน Siam Songkran Music Festival และ Maha Songkran World Water Festival 2025 เป็นต้น
A: Affordability นำเสนอทางเลือกของบริการในราคาที่เข้าถึงได้
- ขยายบริการ GrabCar SAVER และ GrabBike SAVER ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ จากเดิมที่ทดลองให้บริการเฉพาะหัวเมืองหลัก
R: Retention รักษาฐานลูกค้าและมัดใจคนขับ-พาร์ตเนอร์ร้านค้า
- นอกจาก GrabUnlimited ที่ถือเป็นโปรแกรมหลักสำหรับลูกค้าแล้ว ยังคำนึงถึงพาร์ตเนอร์คนขับ อาทิ ฟรีประกันรถจักรยานยนต์ และการลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับบริการสินเชื่อเงินสด สำหรับคนขับ GrabBike และ ฟรีประกันสุขภาพสำหรับคนในครอบครัว สำหรับคนขับ GrabCar พร้อมจัดกิจกรรมเซอร์ไพรส์แจกรถยนต์-รถจักรยานยนต์ในช่วงเทศกาลสำคัญ เป็นต้น
- สำหรับกลุ่มพาร์ตเนอร์ร้านค้า นำเสนอบริการสินเชื่อเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องและเป็นทุนในการขยายธุรกิจให้กับกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาประกันค้าขายหายห่วง เพื่อให้ความคุ้มครองผู้ประกอบการธุรกิจจากเหตุไม่คาดฝันด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาท
T: Tech & Innovation พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คน
- ปีนี้จะเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ตั้งแต่ต้นปี อาทิ Advance Booking for Airport Pickups บริการจองรถล่วงหน้าเพื่อให้มารับที่สนามบินโดยสามารถระบุไฟลท์และเวลาเดินทางเพื่อเป็นข้อมูลให้กับคนขับได้ ซึ่งปัจจุบันได้ทดลองให้บริการแล้วที่สนามบินภูเก็ต GrabExecutive บริการเรียกรถล่วงหน้าระดับพรีเมียมที่เจาะกลุ่มนักธุรกิจและลูกค้าไฮเอนด์และนักท่องเที่ยว Book Table บริการสำหรับจองร้านอาหารเพื่อรับประทานที่ร้าน ซึ่งเป็นการผสานความร่วมมือและเชื่อมต่อกับระบบของ Chope ซึ่งมีจุดแข็งในด้านระบบการจองร้านอาหาร และล่าสุดกับการพัฒนา QR Payment เพื่อเพิ่มทางเลือกการชำระเงินให้กับผู้ใช้บริการ ทั้งยังช่วยแก้ปัญหาให้กับคนขับที่อาจมีเงินสดสำรองไม่เพียงพอ
“ตลอดระยะเวลาเกือบ 12 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย แกร็บมีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล สะท้อนผ่านผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่ระบุว่ากิจกรรมทางธุรกิจต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวงจรธุรกิจของ Grab ในปี 2566 ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยสูงถึง 1.79 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ถือเป็นความภาคภูมิใจให้แกร็บยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโต และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย” คุณจันต์สุดา กล่าวปิดท้าย
–
