Trend / เมื่อตลาดของสินค้าอย่างหนึ่งร่วงหรือหดตัวลงไป ตลาดของสินค้าอีกอย่างจะโตสวนทางขึ้นมาเสมอ เช่น ยอดขายที่ลดลงไปหรือไม่โตมากตามคาดของตลาดรถพลังงานไฟฟ้าหรืออีวี จากกำลังซื้อที่ยังไม่มากพอและการขยายจุดชาร์จที่ยังไม่ครอบคลุม
นี่ทำให้ยอดขายรถเครื่องยนต์ลูกผสมหรือไฮบริดประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะใช้น้ำมันหรือไฟฟ้านำ ที่ราคาใกล้เคียงหรือถูกกว่าโตขึ้นมา แต่ก็เกิดปัญหาท่ามกลางขาขึ้น ซึ่งค่ายรถที่งานงอกมีทั้งค่ายเอเชียและค่ายอเมริกัน
สื่อตะวันตกรายงานอิงข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลในอุตสาหกรรมยานยนต์ว่า ยอดขายรถไฮบริดทุกประเภททั่วโลก ณ ปัจจุบัน อยู่ที่ราว 16.1 ล้านคัน เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าจากเพียง 5.7 ล้านคันเมื่อ 5 ปีก่อน
Toyota เป็นแบรนด์เบอร์ต้น ๆ ของตลาดรถไฮบริด เพราะผลักดันรถประเภทนี้ออกสู่ตลาดก่อนแบรนด์อื่น ๆ และยังเททรัพยากรในการผลิตมาสู่รถไฮบริดมากเป็นพิเศษ หลังสายพานการผลิตรถสันดาปลดลงอย่างมากตามเทรนด์ตลาดและการหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมของผู้บริโภคในปัจจุบัน ส่วนรถอีวีก็ไม่โตเร็วตามคาดจนต้องลดการผลิตเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม มีรายงายงานว่า ผู้ซื้อรถรุ่น Yaris Cross Hybrid และ RAV 4 Plug-in Hybrid ในยุโรป ยังไม่ได้รถเลย โดยต้องรออย่างน้อย 2 เดือนกว่าจะได้รถ ส่วนที่ญี่ปุ่นก็ต้องรอในเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะที่ในอินเดีย ซึ่งถือเป็นตลาดที่กำลังมีอนาคตของ Toyota มีรายงานว่าบางรุ่นต้องรอนานสูงสุดถึง 9 เดือน
ปัญหาดังกล่าวมีที่มาจากยอดขายรถไฮบริดโตมากจนเกินกำลังการผลิต ทำให้เกิดภาวะคอขวด และส่วนประกอบต่าง ๆ ผลิตหรือจัดส่งไปได้ไม่ทันตามความต้องการ ขณะที่ส่วนประกอบสำคัญ ๆ ของตัวรถโดยเฉพาะระบบส่งกำลัง ส่วนใหญ่ก็ผลิตที่ญี่ปุ่น และต้องรอให้ส่งกระจายไปตามโรงงานตามประเทศต่าง ๆ
โชว์รูมบางแห่งในบางประเทศ เช่น สหรัฐฯ เผยว่า รถไฮบริดที่มีอยู่ในโชว์รูมหมดไปตั้งแต่กุมภาพันธ์ ดังนั้น สิ่งที่ทำได้คือรับหน้าลูกค้า บอกให้ใจเย็น รับปากว่าจะแจ้งความคืบหน้าและเมื่อได้รถมาจะแจ้งให้มารับรถโดยเร็วที่สุด

ด้าน Toyota รับรู้สถานการณ์ดี โดยออกแถลงการณ์ว่า จะรีบแก้ไขสถานการณ์เพื่อให้รถไฮบริดไปถึงมือลูกค้าที่รออยู่เร็วที่สุด และเบื้องต้นได้ติดต่อซัปพลายเออร์ และบริษัทในประเทศต่าง ๆ ที่มีโรงงาน Toyota อยู่ เช่นที่อินเดีย เพื่อเป็นการบรรเทาสถานการณ์
พร้อมกันนี้ยังเผยว่า โรงงานแบตฯ แห่งใหม่ในสหรัฐฯ ที่ลงทุนสร้างไป 14,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 478,000 ล้านบาท) จะกระจายแบตฯ รถไฮบริดที่ผลิตเสร็จแล้วได้ตั้งแต่เมษายนนี้เป็นต้นไป
และกำลังจับตาดูสถานการณ์ในตลาดจีนอย่างใกล้ชิด เพราะยอดขายรถไฮบริดปี 2024 โตถึง 27% สวนทางกับยอดขายรถรวมทุกประเภทในปีเดียวกันที่ตกลงไป 7%
ค่ายรถอื่น ๆ ก็ประสบปัญหาในตลาดรถไฮบริดเช่นกัน โดยมีรายงานว่าผู้ซื้อรถไฮบริดของ Hyundai ในเกาหลีใต้ อาจต้องรอ 7 เดือนกว่าจะได้รถ ส่วนผู้ซื้อรถไฮบริดของ Honda ในญี่ปุ่นและประเทศแถบอเมริกาเหนือ ยังไม่ระบุชัดว่าจะได้รถเมื่อไหร่

ขณะที่รถไฮบริดของ Ford ค่ายรถอเมริกันก็เกิดปัญหาเช่นกัน แต่เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง โดยเจ้าของรถ Ford Kuga Hybrid ในประเทศแถบยุโรป ได้รับแจ้งว่า แบตฯ มีปัญหา อาจทำให้เกิดไฟไหม้ได้ ซึ่ง Ford กำลังหาทางแก้ไข แต่ยังต้องรอเรื่องการกระจายเครื่องมือและวิธีแก้ไขไปที่ช่างประจำตามศูนย์ทั่วทั้งยุโรป
ตามรายงานสื่ออังกฤษระบุ รถรุ่นนี้ขายมาตั้งแต่ปี 2019 โดยปัจจุบันยอดขายอยู่ที่ราว 26,000 คัน ส่วนการรอเรียกไปซ่อมหรือแก้ปัญหาแบตฯ อาจต้องรอไปถึงกรกฎาคม 2025 เลยทีเดียว/ japantoday, theguardian
–
