European Travelers : Gen ไหน ? เที่ยวแบบไหน ?

TheAcademy-นิก-EuropeanTraveler6

TheAcademy-นิก-EuropeanTraveler8

TheAcademy-นิก-EuropeanTraveler7

เมื่ออุณหภูมิในยุโรปเริ่มลดลง นักท่องเที่ยวต่างก็เริ่มค้นหาสถานที่พักผ่อนที่ค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก และสามารถพักได้ในระยะยาว

เอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป บริษัทด้านบริการท่องเที่ยวออนไลน์ จึงได้เปิดเผยข้อมูลจาก Expedia Media Solutions Research : รายงานพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักเดินทางจากยุโรปแต่ละช่วงอายุ  (Generous) ซึ่งเป็นศึกษาพฤติกรรมการค้นหา การจอง และการเดินทางขอนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมนี

ผลวิจัยดังกล่าวสอดคล้องไปนักเที่ยวเที่ยวชาวยุโรปที่เข้ามาในเมืองไทย ซึ่ง พิมพ์ปวีณ์ นพกิจกำจร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการตลาดของเอ็กซ์พีเดีย กรุ๊ป (ไทยแลนด์) กล่าวว่า จากข้อมูลของเอ็กซ์พีเดียชี้ให้เห็นว่า นักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และเยอรมัน เดินทางมาเที่ยวไทยมากที่สุดเทียบจากบรรดาประเทศต่างๆ ในโซนยุโรป

“ในภาพรวม ปริมาณนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นเกือบ 20% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ตามด้วยเยอรมนี 15 % และฝรั่งเศสที่เติบโต 15% เช่นกัน นักท่องเที่ยวจากยุโรปถือเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญ เพราะมีการจองการเดินทางล่วงหน้าค่อนข้างนานและเข้าพักนานกว่านักท่องเที่ยวในกลุ่มอื่นๆ ดังนั้นการทราบพฤติกรรมไว้ก่อนย่อมเป็นผลดีต่อธุรกิจโรมแรมและที่พัก”

เจนซี : เที่ยวไหนไม่สำคัญ ขอแค่ไม่เกินเงินในกระเป๋าเป็นพอ

สำหรับชาวเจเนอเรชั่นซี (Gen Z) อายุระหว่าง 18-23 ปี ด้วยยังอยู่ในวัยเรียนหรือเพิ่งเริ่มทำงาน เงินสำหรับเที่ยวจึงมีอยู่ไม่มากและบางครั้งเก็บเงินจากการทำงานพาร์ทไทม์ จึงมีข้อจำกัดด้านงบของการท่องเที่ยว นักเดินทางกลุ่มนี้มักค้นหาแผนการเดินทางโดยไม่ได้ตั้งเป้าว่าจุดหมายปลายทางคือที่ใด เกือบ 80% ของชาวเจนซี กล่าวว่าพวกเขาไม่ได้คิดล่วงหน้าว่าอยากเดินทางไปไหน หรืออาจจะกำลังตัดสินใจระหว่างจุดหมายปลายทางเพียง 2 แห่ง อย่างถ้าจะมาเมืองไทยก็รู้อย่างเดียวว่าจะมาที่นี่ อาจะเป็นเพราะเคยได้ยินจากคนรอบข้าง แต่จะไปที่ไหนก็ขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋า

ด้วยความที่ชาวเจนซีโตมากับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต เมื่อเทียบกับเจเนอเรชั่นอื่นแล้ว คนเจนซีจึงชื่นชอบที่จะใช้สมาร์ทโฟนมากกว่าอุปกรณ์ประเภทอื่นๆ การค้นหาแรงบรรดาลใจในการท่องเที่ยว  (63%) และใช้สมาร์ทโฟนในระหว่างท่องเที่ยว (76%)

“พฤติกรรมที่น่าสนใจคือชาวเจนซีชอบแบบชิลๆ ไม่ต้องแพลนล่วงหน้า ตื่นมาก็ค่อยว่ากันจะไปที่ไหน แต่ชื่นชอบมากเมื่อไปทะเล โดยชาวเจนซี 72% ชื่นชอบความเสี่ยงและการได้ทำกิจกรรมที่ตั้งเป้าหมายไว้ ขณะที่ 60% ชื่นชอบการเดินทางไปนอนรับลมทะเลและผ่อนคลายตลอดวัน ดังนั้นถ้าโรงแรมต้องการพุ่งเข้าหาชาวเจนซี ต้องทำคอนเทนต์ รูปโปรโมชั่น หรือข้อมูลของโรงแรม ให้รองรับกับสมาท์โฟน หรือทำโปรโมชั่นที่พุ่งไปยังสมาร์ทโฟนด้วย”

พิมพ์ปวีณ์ เสริมอีกว่า การทำให้รองรับกับสมาท์โฟนไม่ได้เป็นผลต่อต่อชาวเจนซีเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงชาวเจนอื่นๆด้วย เพราะจากข้อมูลพบว่า มากกว่า 45% ของนักเดินทางทั่วโลก ค้นหาและวางแผนการเดินทางผ่านโทรศัพท์มือถือ และหนึ่งในสามของการทำธุรกรรมจากทั่วโลก ล้วนทำผ่านสมาร์ทโฟนทั้งสิ้น

มิลเลนเนียล : ไม่เน้นไปนาน แต่เน้นไปบ่อย

ด้วยวัยของชาวมิลเลนเนียล (Millennial) ที่มีอายุระหว่าง 24-35 ปี เป็นวัยที่มีงานจำประจำ บางส่วนเพิ่งเริ่มมีครอบครัวหากยังไม่มีลูกหรือมีก็เล็กอยู่ คนเจนนี้จึงเดินทางท่องเที่ยวบ่อยมากกว่าเจนอื่นๆ โดยใช้เวลาเดินทางโดยเฉลี่ย 4.3 ครั้งต่อปี ในขณะที่พวกเขาเดินทางบ่อยในจำนวนของทริป แต่ระยะเวลาในการท่องเที่ยวแต่ละทริปกลับน้อยสุด เมื่อถามเกี่ยวกับวันหยุดพักผ่อนครั้งล่าสุดผู้ตอบแบบสำรวจของคนเจนนี้ ระบุว่าการเดินทางครั้งสุดท้ายของพวกเขาเฉลี่ยประมาณ 8.5 วัน

เพราะพวกเขามีเงินที่มีอยู่ในกระเป๋าจึงมีมากขึ้น จึงมีพฤติกรรมต่างจากชาวเจนชีที่มักมองด้วยงบ แต่กลุ่มนี้เกือบ 90% ระบุว่าพวกเขามองหาข้อเสนอที่ดีที่สุดเมื่อจองการเดินทาง โดยมักจะขวนขวายที่จะหาดีล โปรโมชั่น หรือ ไกด์ที่เป็นชาวท้องถิ่นจริงๆ

พฤติกรรมที่น่าสนใจ คือชาวมิลเลนเนียลมักจะให้ความสำคัญกับการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น ชอบกิจกรรมกลางแจ้งจึงมักจะแบกเป้ใบเดียวแล้วไปเดินสำรวจวิธีชีวิตของผู้คนรอบๆโรงแรม โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เกือบ 70% บอกว่าพวกเขาชอบออกเดินทางไปในสถานที่ที่ ‘ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก’ ซึ่งบางครั้งได้รับคำแนะนำจากคนในท้องถิ่น ด้วยต้องการประสบการณ์เพื่อนำไปบอกต่อในโลกของโซเชียล

“เพราะชาวมิลเลนเนียลชื่นชอบสถานที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก วิธีที่ดีจึงต้องบอกกับพวกเขาว่า บริเวณโรงแรมที่พัก มีกิจกรรมอะไรที่น่าสนใจ เช่นตลาดหรือฟาร์มต่างๆ รวมไปถึงกิจกรรมใหม่ๆที่กำลังเป็นกระแส ก็จะสามารถสร้างแรงดึงดูดต่อกลุ่มมิลเลนเนียลได้”

เจนเอ็กซ์ : ครอบครัวต้องมาก่อน

ด้วยวัยของชาวเจเนเรชั่นเอ็กซ์ (Gen X) อายุ 36-55 ปี ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มครอบครัวที่มีลูก ดังนั้นจะไปเที่ยวสักแห่งต้องมองโดยมีครอบครัวเป็นที่ตั้ง โดยจะพิจารณาจาก 1.ความปลอดภัย และ 2.เหมาะกับครอบครัวไหม

ชาวยุโรปเจนเอ็กซ์จึงมักเดินทางเป็นครอบครัว นิยมอ่านรีวิว และคำบรรยายบนเว็บไซต์เกี่ยวกับที่พัก ประกอบกับใช้เวลาในการพิจารณามากกว่าคนเจเนอเรชั่นอื่นๆ ซึ่งเกือบ85% ทำการอ่านรีวิวก่อนที่จะตัดสินใจจอง แต่ความแต่ต่างอยู่ที่ในขณะที่ชาวมิลเลนเนียลอ่านผ่านๆเพื่อเป็นข้อมูลประกอบ แต่ชาวเจนเอ็กซ์จะลงลึกไปถึงรายละเอียด ตั้งแต่สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่นมีสระว่ายน้ำ หรือ รถรับ – จากสนามบินไหม การบริการที่ได้รับ หรือแม้กระทั่งทำความสะอาดดีหรือเปล่า ?

“เหตุที่ต้องหาข้อมูลเยอะๆ เพราะอย่าลืมว่าชาวเจนเอ็กซ์มีประกบการชีวิตพอสมควร จึงไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขามาเที่ยวในเมืองไทย ดังนั้นความรู้รอบตัวและการเตรียมพร้อมที่ต้องพาครอบครัวมาด้วยสำคัญที่สุด จึงจะมองหาที่พักซึ่งเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด โรงแรมไม่ควรละเลยกับรีวิวจากลูกค้าท่านอื่นๆ”

เบบี้บูมเมอร์ : เรื่องเงินไม่เกี่ยง ขอแค่สบายที่สุดเป็นพอ

ทุกโรงแรมล้วนต้องการลูกค้ากระเป๋าหนัก ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomer) ในวัย 55 ปีขึ้นไป ด้วยความที่มั่นคงในเรื่องเงิน ประกอบจำมีเวลามาก คนเจนนี้มีมูลค่าการเข้าพักที่สูงมากสำหรับผู้ประกอบการโรงแรม พวกเขาไม่เพียงเข้าพักนานที่สุดถึง 10.5 วันต่อหนึ่งการเดินทาง แต่ยังเป็นช่วงอายุที่มีความกังวลด้านการเงินสำหรับท่องเที่ยวน้อยที่สุด เพราะเห็นว่าด้วยวัยขนาดนี้จึงขอเที่ยวอย่างสบายๆ มีเพียงแค่ 54% เท่านั้นที่กล่าวว่าพวกเขามีการคิดวางแผนเรื่องงบการท่องเที่ยวช่วงก่อนเดินทาง

ในระหว่างวางแผนและการจองทริป ชาวเบบี้บูมเมอร์ 54% ใช้เว็บไซต์จองที่พักออนไลน์ โดยอุปกรณ์ที่เป็นที่นิยมของผู้คนในช่วงอายุนี้คือคอมพิวเตอร์ ความคาดหวังอันดับต้นๆ ของพวกเขา คือกิจกรรมระหว่างเข้าพัก ประสบการณ์ด้านวัฒนธรรม และการบริการที่น่าประทับใจ

“ครึ่งหนึ่งของกลุ่มเบบี้บูมเมอร์พิจารณาการจองที่พัก โดยเนื้อหาที่พักถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญ ดังนั้นถ้าโรงแรมต้องการลูกค้ากลุ่มนี้ จึงควรอัพเดตข้อมูลเกี่ยวกับที่พักออนไลน์ โดยการอัพโหลดรูปภาพที่มีความละเอียดสูง จัดแสงสถานที่ให้ดีที่สุด แม้กระทั่งรูปอาหารก็ลงได้ และมีการอัพเดทกิจกรรมในพื้นที่เป็นประจำเพื่อดึงดูดนักเดินทางเจนนี้”

TheAcademy-นิก-EuropeanTraveler

แม้ว่าทุกวันนี้นักท่องเที่ยวจะยังคงนิยมไปยังสถานที่ ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์คสำหรับเมืองไทย แต่จากมูลของเอ็กซ์พีเดีย ระบุว่า รีสอร์ทที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักบนเกาะหลีเป๊ะ รวมทั้งจังหวัดระยอง และตราด มีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วสูงถึง 50% จึงเป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งเพราะจุดหมายปลายทางทั้งสามแห่งที่กล่าวมา มีอัตราการเติบโตรวดเร็วกว่าแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังที่ยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยกรุงเทพฯโต 40%, ภูเก็ต 15%, พัทยา 30% และเชียงใหม่ 25%

TheAcademy-นิก-EuropeanTraveler1

TheAcademy-นิก-EuropeanTraveler2


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer