กระเบื้องหลังคาและสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี ทำไมเป็นเบอร์ 1 ในใจคนไทย

วันที่โลกเผชิญทั้งเศรษฐกิจผันผวน ภูมิอากาศแปรปรวน และความต้องการของผู้บริโภคที่ไม่หยุดเปลี่ยนแปลง ตลาดวัสดุก่อสร้างจึงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ความซับซ้อนและความผันแปรกลายเป็นกติกาใหม่ นักการตลาดต้องอ่านเกมให้ขาดและลงมือให้ไว

ในฐานะผู้นำตลาดวัสดุก่อสร้าง “เอสซีจี” ขับเคลื่อนองค์กรอย่างต่อเนื่องด้วยสามเสาหลักที่ชัดเจน นั่นคือการวางทิศทางการตลาดที่เข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง การรักษาความเชี่ยวชาญเชิงลึกในการสรรสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และการยกระดับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานขององค์กร

การได้รับเลือกให้เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจ Marketeer No.1 Brand Thailand 2025 ถึง 2 รางวัล ทั้งสินค้าในหมวด “กระเบื้องหลังคา” และหมวด “ไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ด” ต่อเนื่องอีกหนึ่งสมัย จึงสะท้อนว่าเอสซีจีไม่ได้เพียงครองความสำเร็จด้วยสินค้าเท่านั้น แต่ตอกย้ำความเป็นผู้นำที่สร้างความประทับใจและความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ ด้วยวิธีคิดและวิธีทำงานที่ตอบสนองทั้งปัจจุบันและอนาคต

ทุกวันนี้ ตลาดเต็มไปด้วย Complexity และ Volatility ทำให้เป็นสนามที่ต้อง “เก่งจริง”

หากมองสถานการณ์ตลาดวัสดุมุงหลังคาและไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ดในวันนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือสนามที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ความซับซ้อนเกิดจากทั้งเศรษฐกิจที่ผันผวน ภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง พฤติกรรมของผู้บริโภคหลายเจเนอเรชันที่ปรับตัวอย่างรวดเร็ว และบริบทโลกที่เต็มไปด้วยปัจจัยไม่แน่นอน สิ่งเหล่านี้ทำให้การตัดสินใจซื้อไม่ได้วัดกันที่ราคาหรือโปรโมชั่นอีกต่อไป แต่กลายเป็นเรื่องของความคุ้มค่าในความหมายใหม่ ซึ่งผูกกับคุณภาพ ความเชื่อมั่น และคุณค่าที่ผู้บริโภครับรู้ได้จริง

คุณศิรินทร์ อัศวพัฒนานนท์ Portfolio Marketing Director, Housing Product Solution Business ในธุรกิจ SCG Smart Living อธิบายภาพรวมนี้ว่า “การตลาดในยุคนี้ไม่ได้แข่งขันกันที่ตัวสินค้าอย่างเดียว แต่แข่งขันกันที่ใครเข้าใจผู้บริโภคได้ลึกกว่า เอสซีจีจึงตั้งใจทำให้แบรนด์ไม่ใช่เพียงตัวเลือก แต่เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันของลูกค้า ความเป็นผู้นำไม่ใช่เรื่องของการอยู่ข้างหน้าเพียงชั่วคราว แต่คือการไม่หยุดฟัง ไม่หยุดปรับ และไม่หยุดพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในทุกจังหวะชีวิต”

ผลการสำรวจล่าสุดยังชี้ให้เห็นพฤติกรรมใหม่ที่น่าสนใจยิ่งขึ้นถึง 70% ของผู้บริโภคให้ความสำคัญกับประเด็นสิ่งแวดล้อมในการเลือกใช้วัสดุ และพร้อมจะยอมจ่ายเพิ่มขึ้นราว 10% หากมั่นใจว่าสินค้านั้นดีต่อโลก อินไซต์เหล่านี้ไม่ใช่ตัวเลขบนกระดาษ แต่คือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง และเป็นข้อมูลที่ทำให้องค์กรต้องปรับตัวเชิงกลยุทธ์อย่างลึกซึ้ง

Customer-Centric และ Expertise คู่ขับเคลื่อนความไว้วางใจ

สิ่งที่ทำให้เอสซีจีดำเนินธุรกิจได้ไม่ใช่เพียงการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ แต่คือการขยับจากการขายวัสดุ ไปสู่การออกแบบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ครบวงจร ในอดีตบ้านอาจเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นครั้งเดียวแล้วอยู่ไปยาวนาน 20–30 ปี แต่ในปัจจุบัน คนรุ่นใหม่เลือกที่จะปรับ รีดีไซน์ หรือแม้แต่สร้างบ้านใหม่ตามจังหวะชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นครอบครัว การดูแลผู้สูงวัย หรือการเปลี่ยนสไตล์การอยู่อาศัยให้เข้ากับวิถีใหม่ของสังคม

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เอสซีจีใช้ Customer-Centric” เป็นเข็มทิศ ควบคู่กับการรักษาความเชี่ยวชาญเชิงลึกที่ถ่ายทอดต่อกันมาหลายเจเนอเรชัน ความเก่งของเอสซีจีไม่ได้หมายถึงเพียงการผลิตวัสดุที่ได้มาตรฐานเท่านั้น แต่หมายถึงความเข้าใจว่าลูกค้านำวัสดุไปใช้อย่างไร กระบวนการติดตั้งต้องเป็นแบบไหน และประสบการณ์การอยู่อาศัยในบ้านหลังนั้นควรเป็นเช่นไร เอสซีจีจึงรับผิดชอบต่อ “ทั้งเส้นชีวิต” ของสินค้าและลูกค้า ไม่ใช่แค่จุดเริ่มต้นของการขาย

นวัตกรรมที่ฟิตกับฟังก์ชัน ความงามที่อยู่ยาวและทำงานได้จริง

ทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเอสซีจีชัดเจนขึ้นในแนวคิด Fit for Function” ไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ดที่เคยถูกมองว่าเป็นวัสดุอเนกประสงค์ วันนี้ถูกออกแบบใหม่ให้ตอบโจทย์เฉพาะด้านมากขึ้น “ผนังสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี ซูเปอร์” ที่มีเทคโนโลยี FIRM&FLEX ช่วยเสริมโครงสร้างพิเศษภายในตัวแผ่น  ทำให้ผนังมีความแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทก อีกทั้งมีความยืดหยุ่นสูง

ส่วนผนังที่ต้องการความสวยงาม สำหรับงานตกแต่ง สามารถเลือก
“ผนังสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี ซูเปอร์ ซิลา” ที่มีลายหิน ให้สัมผัสเสมือนหินธรรมชาติ ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับผนังบ้านหรืออาคารได้อย่างลงตัว

ขณะที่งานฝ้าถูกพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์ทั้งเรื่องความแข็งแรง และอยู่สบาย อาทิ
“ฝ้าสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี แมกซ์” คือคำตอบของช่างตัวจริง ด้วยสูตรซูเปอร์โมเลกุล เทคโนโลยีเฉพาะของเอสซีจี เนื้อเหนียวมากยิ่งขึ้น ยิงง่าย สบายมือ เจาะไม่แตก อีกทั้งยังมีความแข็งแรงทนทานต่อสภาพอากาศ และยังมี
“ฝ้าสมาร์ทบอร์ด เอสซีจี แมกซ์ รุ่น ระบายอากาศ-โพรเทคชั่น” ที่มาพร้อมนวัตกรรมตาข่ายไฟเบอร์กลาส ช่วยป้องกันแมลงและสัตว์ขนาดเล็ก และยังช่วยให้บ้านเย็นอยู่สบาย

ทั้งหมดนี้อยู่บนกรอบคิดที่ต้องยกระดับมาตรฐานของวัสดุก่อสร้างให้ “ความสวย คุ้ม และอยู่ยาว” กลายเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ความหรูหราที่เลือกได้เฉพาะบางกลุ่ม

ในส่วนของหลังคา เอสซีจีมุ่งเน้นไปที่การทำให้บ้านตอบรับกับความท้าทายใหม่ ๆ ของภูมิอากาศที่ร้อนและฝนที่รุนแรงขึ้น ด้วยการพัฒนาทั้งวัสดุ ฉนวน และระบบระบายอากาศเชิงแอคทีฟที่ช่วยให้บ้านทั้งสวยงามและทำงานได้จริง นี่คือการยืนยันว่าเอสซีจีไม่ได้ขายเพียงวัสดุก่อสร้าง แต่ขายวิธีแก้ปัญหาให้กับชีวิตของผู้บริโภค

ขับเคลื่อนการตลาดที่จับต้องได้

การเล่าเรื่องด้วยภาษาเชิงเทคนิคหรือศัพท์เชิงวิศวกรรมเพียงอย่างเดียว อาจไม่สามารถเชื่อมถึงหัวใจผู้บริโภคได้ เอสซีจีจึงเลือก “แปลภาษาความเชี่ยวชาญให้อ่านง่าย” ผ่านแคมเปญที่เชื่อมไลฟ์สไตล์และประสบการณ์จริง ให้กลายเป็นการตลาดที่จับต้องได้ ผ่าน 2 แคมเปญไฮไลต์ ได้แก่

1. “SCG Roof x IRON Chef” : สร้าง Brand Association ระหว่าง “ความเชี่ยวชาญของ SCG Roof และ ความเชี่ยวชาญระดับเชฟ“ ซึ่งเป็นรูปแบบการสื่อสาร Key Message มีความเชื่อมโยงกันให้เกิดความน่าสนใจมากขึ้น ที่ทำให้มีคำถามว่า “หลังคาเกี่ยวอะไรกับอาหาร” กลายเป็นบทสนทนาที่สนุกและทรงพลัง คำตอบคือ “ศาสตร์แห่งความเชี่ยวชาญ” เพราะหลังคาก็เปรียบเสมือนอาหารจานพิเศษ ที่ต้องมีทั้งทักษะ ความพิถีพิถัน และระบบที่ถูกต้อง เพราะวัตถุดิบดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีวิธีทำที่ใช่ ซึ่งหลังคาก็เช่นกัน

นี่คือการเล่าเรื่องที่เปลี่ยนเรื่องความซับซ้อนให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สนุก เข้าถึงง่าย และสร้างบทสนทนาใหม่ให้แบรนด์ได้อย่างทรงพลัง

2. “EXCELLA Roof Journey” : ครั้งแรกในไทยกับ Mobile Pavilion หลังคาเซรามิก โดย SCG Roof ร่วมกับ Super Machine Studio เปลี่ยนหลังคาที่เคยอยู่ไกลเกินเอื้อม ให้ผู้คนสัมผัสได้จริง ทั้งความงามและความทนทาน โดยออกเดินทางทดสอบฝ่าแดด ลม ฝน พายุ ทั่วประเทศ เริ่มที่ Park Silom ต่อเนื่องไปถึงขอนแก่น เชียงใหม่ และหาดใหญ่ เพื่อยกระดับ EXCELLA ในฐานะผู้นำหลังคาเซรามิกพรีเมียม แข็งแรง หรูหรา

และพร้อมรับทุกสภาพอากาศ สื่อสารตรงถึงสถาปนิก นักพัฒนาอสังหาฯ และผู้บริโภค สร้างการรับรู้แทนสินค้านำเข้า และตอกย้ำจุดยืนแบรนด์ไทยที่ “Shine with Grace, Stand Strong Against all Weather.” กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้คน “เห็น-สัมผัส-อิน” ความงามที่อยู่ยาวนานจึงกลายเป็นเรื่องที่มองเห็นและสัมผัสได้จริง ๆ ตรงหน้า

ESG ในแบบเอสซีจี ลดผลกระทบที่ต้นทาง ส่งต่อคุณค่าที่ปลายทาง

ตลอด 112 ปีของเอสซีจี ความสำเร็จไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากคุณภาพเพียงอย่างเดียว แต่ถูกเสริมด้วยอุดมการณ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ฝังอยู่ในดีเอ็นเอขององค์กร เอสซีจีจึงมอง ESG เป็นโครงสร้างหลักที่หล่อเลี้ยงการเติบโตขององค์กรในระยะยาว

คุณศรา สุธาสุทธิ์ ESG Manager, เอสซีจี สมาร์ทลิฟวิ่ง อธิบายว่า “เอสซีจีเชื่อใน Inclusive Green Growth หรือการเติบโตที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ESG ไม่ใช่คำสวยหรู แต่คือพันธกิจหลักที่ต้องส่งผลลัพธ์ได้จริง เราลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่คุณค่า ใช้พลังงานสะอาดและวัตถุดิบทดแทน พร้อมพัฒนาแนวคิด Goods by Waste เพื่อแสดงให้เห็นว่าของเสียสามารถกลายเป็นคุณค่าใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม”

จากการตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 25% ภายในปี 2030 การรวมเครือข่าย Circular Economy of Construction Industry (CECI) ที่เชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งระบบ ไปจนถึงการออกฉลาก Carbon Footprint และ Green Choice เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างโปร่งใส เอสซีจีกำลังแสดงให้เห็นว่า ESG ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือเสาหลักของการเติบโตในศตวรรษที่สองขององค์กร

กระเบื้องหลังคาและสมาร์ทบอร์ด

รักษาความเป็นที่หนึ่งคืองานยาก แต่ “เอสซีจี” ทำได้อย่างยั่งยืน

ความเป็นที่หนึ่งอย่างยั่งยืนของเอสซีจี เกิดจากการผสานหลากหลายมิติ ทั้งการสั่งสมประสบการณ์ที่ดีขึ้นต่อเนื่อง และการรักษาสัญญากับผู้บริโภคในทุกยุคสมัย จากความเข้าใจลูกค้าหลายเจเนอเรชันที่ปรับเข้ากับจังหวะชีวิตได้อย่างลงตัว ผนวกกับความเชี่ยวชาญครบวงจรตั้งแต่งานออกแบบ การติดตั้ง ไปจนถึงการอยู่อาศัยจริง

อีกทั้งยังเกิดจากพลังของหน่วยงานหลากหลายภายในเอสซีจีที่ทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับนวัตกรรมให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการได้อย่างครอบคลุม และพลังของ “องค์กรใหญ่ที่เชื่อมทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน” นี่เอง ที่ทำให้เอสซีจียังคงขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่งในทุกยุคสมัย

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer