ปีถัดไปจะไม่ใช่เพียงปีแห่งความท้าทาย แต่เป็นปีที่ “กติกาการแข่งขันทางการตลาด” จะถูกพลิกใหม่โดยเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
งาน Thailand Marketing Day 2025 ภายใต้ธีม “Prompt the Future : The Power of Marketing” นับเป็นงานประชุมด้านการตลาดระดับประเทศที่รวบรวมผู้บริหาร นักกลยุทธ์ นักการตลาด และแบรนด์ชั้นนำจากทุกอุตสาหกรรม เพื่ออัปเดตทิศทาง ความท้าทาย และแนวคิดที่กำลังจะนิยามโมเดลการเติบโตของธุรกิจไทยในปีหน้า
ในปีนี้ หัวข้อ “Marketing Trends: 2026 Way Forward” โดย ดร.สมชาติ วิศิษฐชัยชาญ และ ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล ได้นำเสนอผลสำรวจจาก MAT CMO Council ซึ่งรวบรวมมุมมองของผู้บริหารระดับสูง 126 รายจากองค์กรไทยขนาดใหญ่ เพื่อตีความอนาคตของการตลาดไทยผ่านมุมมองของ “ผู้กำหนดทิศทางอุตสาหกรรมตัวจริง”
เศรษฐกิจโตต่ำสุด แต่การแข่งขันสูงสุด Year of Survival + Capability Gap
ผลสำรวจชี้ชัดว่า ปี 2026 จะเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเติบโตเพียง 0.9% ซึ่งต่ำที่สุดตั้งแต่เคยมีการสำรวจโดย MAT และมีถึง 56% ของผู้บริหาร ที่เห็นตรงกันว่าปีหน้าจะเป็นปีที่ “ทำการตลาดยากที่สุด” จากปัจจัยลบหลายด้านที่เกิดพร้อมกัน ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่ซับซ้อนขึ้น ความไม่แน่นอนทางการเมือง และแรงกดดันจากเทคโนโลยีที่ก่อกวนธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าจับตามากกว่าตัวเลขเศรษฐกิจ คือ “ช่องว่างของความสามารถการแข่งขัน (Capability Gap)” ที่เริ่มกว้างขึ้น โดยองค์กรที่พร้อมใช้ AI–Data–Commerce แบบลึกและเป็นระบบจะยิ่งเร่งตัวได้เร็ว ขณะที่องค์กรที่ขยับช้าอาจตามคนอื่นไม่ทันในเวลาอันสั้น
ผู้บริโภค 2026 จาก Emotional Spending จะเข้าสู่ Rational Spending อย่างสมบูรณ์ (จากการใช้ความรู้สึก สู่การใช้เหตุผลมากขึ้น)
ผลสำรวจสะท้อนว่าผู้บริโภคไทยกำลังจัดลำดับ “ความคุ้มค่า” เป็นเป้าหมายหลัก
เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความสำคัญมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่
- การค้าออนไลน์ – กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของการใช้ชีวิต
- สุขภาพ – ผู้บริโภคพร้อมจ่ายเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
- คุณภาพผลิตภัณฑ์ (Value for Money) – ความคุ้มค่าจะมาก่อนแบรนด์เนม
สะท้อนว่าปี 2026 คือปีที่ผู้บริโภค “ใช้เงินอย่างมีเหตุผล” มากที่สุดในรอบหลายปี ขณะเดียวกัน “การให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม” ถูกจัดลงไปเป็นอันดับที่ 8 ยืนยันว่าในช่วงเศรษฐกิจตึงตัว ความต้องการพื้นฐานจะมาก่อนเรื่องอุดมการณ์
งบการตลาดปี 2026 ยุค Profit-first และข้อจำกัดใหม่ของนักการตลาดไทย
แม้เสียงในวงการพูดถึง Creative Marketing และ Brand Purpose ต่อเนื่อง แต่ผลสำรวจชี้ชัดว่าในปี 2026 ความเป็นจริงที่องค์กรต้องเผชิญคือ
- 69% ขององค์กรจะไม่เพิ่มงบการตลาด
- งบเฉลี่ยของทั้งอุตสาหกรรมมีแนวโน้ม ลดลง –1%
สะท้อนการเข้าสู่ยุค Profit-first Economy ที่ชัดเจนที่สุดในรอบหลายปี โดยลำดับความสำคัญขององค์กรถูกจัดใหม่เป็น
- Profit
- People
- Planet
การทำ Sustainability จึงต้องเปลี่ยนเป็น “Sustainability with Efficiency” คือยั่งยืนแบบที่สร้างผลตอบแทนทางธุรกิจควบคู่กัน
3 พื้นที่ลงทุนที่องค์กรไทยต้องเร่งในปี 2026
แม้งบรวมจะลดลง แต่มี 3 หมวดที่ผู้บริหารให้ความสำคัญสูงสุด:
1. Commerce Platform (4.26 คะแนน)
ไม่ใช่เพียงระบบขายสินค้า แต่คือ “เครื่องยนต์รายได้” ขององค์กร เช่น
- ฟีเจอร์ Group Order ของ Grab
- แพลตฟอร์ม B2B “รักเหมา” จาก SCG ที่ช่วยร้านวัสดุก่อสร้างรายย่อยสั่งของและแข่งขันกับรายใหญ่ได้
2. Content (4.24 คะแนน)
คอนเทนต์ยังเป็น “ราชินี” ของการดึงลูกค้าเข้าร้าน (Lead Generation) โดยเฉพาะคอนเทนต์ที่มีข้อมูลรองรับ ไม่ใช่แค่ไวรัลชั่วคราว
3. Payment (3.80 คะแนน)
การจ่ายเงินต้องรวดเร็ว ไร้รอยต่อ เพื่อไม่ให้ลูกค้าหลุดจากการปิดการขายในวินาทีสุดท้าย
อุตสาหกรรมตัวแบกเศรษฐกิจไทยปี 2026
ผลสำรวจ MAT ระบุ 3 อุตสาหกรรมที่ยังเติบโตสวนกระแส:
- Health & Wellness (94%)
- Agriculture & Biotechnology (87%)
- Quality Tourism (65%)
ทั้งสามเป็นอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับเมกะเทรนด์ระดับโลกและเป็นจุดแข็งที่ไทยสามารถต่อยอดเชิงยุทธศาสตร์ได้ในระยะยาว
AI กลายเป็นตัวเร่งความเหลื่อมล้ำของอุตสาหกรรม
ผลสำรวจด้านเทคโนโลยีที่องค์กรให้ความสำคัญมี 3 อันดับ ได้แก่
- AI
- Internet of Things (IoT)
- Biotechnology
AI ถูกจัดเป็น “เครื่องมืออันดับหนึ่ง” ในปี 2026 เพราะมีบทบาทตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูล การคาดการณ์ ไปจนถึงการวางกลยุทธ์ ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างองค์กรที่ใช้ AI แบบลึก (Deep AI Adoption) และองค์กรที่ใช้แบบผิวเผิน (Shallow AI Adoption) อย่างเห็นได้ชัด
Future Skillset ทักษะมนุษย์ที่ AI ยังแทนไม่ได้
2 ทักษะที่ได้คะแนนสูงที่สุดจากผู้บริหาร ได้แก่
- Creativity & Originality
- Analytical Thinking & Innovation
ทักษะเหล่านี้เชื่อม “ข้อมูล + เทคโนโลยี + ความคิดสร้างสรรค์” และเป็นตัวกำหนดความสามารถแข่งขันของนักการตลาดไทยในปีหน้า
ABCD Framework: 4 คาถาแก้เกมธุรกิจปี 2026
ดร.เอกก์ และ ดร.สมชาติ สรุปแนวทางสำคัญเป็น 4 คำ:
- A – Analytical Thinking + AIใช้ AI เชิงลึก และให้มนุษย์เป็นผู้ตัดสินใจ
- B – Balance Budget for Profitabilityจัดการงบด้วยจังหวะที่แม่นยำ เพื่อรักษากำไรในภาวะเศรษฐกิจต่ำ
- C – Creativity under Constraintsงบน้อยต้องได้งานครีเอทีฟที่ “คุณภาพ” ไม่ใช่คอนเทนต์เรียกดราม่า
- D – Data with Purposeใช้ข้อมูลอย่างมีเป้าหมายเพื่อสร้างความผูกพันระยะยาว ไม่ใช่เก็บข้อมูลจำนวนมากแต่ไร้คุณภาพ
บทสรุปอนาคตการตลาดไทย
ปี 2026 จะเป็นปีที่ “องค์กรไม่ได้แข่งขันกันด้วยขนาด แต่แข่งขันกันด้วยความไว ความลึก และความยืดหยุ่น”
องค์กรที่ใช้ AI เป็น จะสามารถรักษาสมดุลด้านกำไรได้ดี และจะเป็นผู้ชนะในปีที่เศรษฐกิจเติบโตต่ำที่สุดในรอบหลายปี
ในเกมที่กติกาถูกพลิกใหม่ การรอดจึงไม่ใช่เรื่องของทุนหนา แต่เป็นเรื่องของ Speed + Insight + Strategic Capability ที่เฉียบกว่า
