ไม่ว่ามองจากมุมไหน ญี่ปุ่น ก็ดูจะเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยผู้สูงอายุ ยืนยันได้จากคนวัยเกษียณกลุ่ม Babyboomer ที่มีอยู่จำนวนมาก และ ปัญหาสังคมสูงวัยยิ่งยวด (Super Aging Society) ที่ยังต้องหาทางแก้ไขกันต่อไป 

นี่จึงส่งผลให้การเมืองและการบริหารประเทศของญี่ปุ่น ยังคงอยู่มือของกลุ่ม Babyboomer มาโดยตลอด จนดูเหมือนจะทำให้ระยะห่างระหว่าง Babyboomer กับคนรุ่นใหม่ที่เริ่มเข้าใจสถานการณ์ของประเทศอย่าง Gen Z ยิ่งไกลห่างออกไป 

อย่างไรก็ตาม ได้เกิดประเด็นน่าสนใจขึ้น เมื่อ ซาเนะ ทากาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงวัย 64 ปี ก้าวเข้ามานั่งกลางใจคนรุ่น Gen Z ได้อย่างไม่น่าเชื่อ จนเทรนด์ความคลั่งใคล้ซาเนะ หรือ Sanakatsu ในหมู่ Gen Z สูงมากอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งที่เธอเป็นคนรุ่นคุณป้า (กลุ่ม Babyboomer) และประกาศใช้นโยบายอนุรักษ์นิยมเข้มข้น (ขวาจัด) ที่น่าจะตรงข้ามกับสิ่งที่คนรุ่นใหม่ชอบกัน 

นายกฯ ซาเนะ ทากาอิจิ ไม่ได้เพียงแค่ครองพื้นที่ในหน้าหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจ แต่ยังยึดครองพื้นที่บนหน้าฟีด TikTok และ YouTube อีกด้วย แม้ส่วนหนึ่งมาจากพรรคแอลดีพี พรรคแกนนำรัฐบาลที่เธอสังกัดอยู่ทุ่มงบในสื่อออนไลน์มากกว่าพรรคอื่นๆ ก็ตาม

ปัจจัยที่ทำให้ นายกฯ ซาเนะ ทากาอิจิ โดดเด่นคือ การสร้างภาพลักษณ์ที่เข้าถึงได้ โดยในช่วงที่ผ่านมาได้ปรากฏภาพของเธอในมุมที่คาดไม่ถึง ตั้งแต่การโชว์ลีลาการตีกลองในเพลง K-pop ร่วมกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ หรือการหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายเซลฟี่อย่างเป็นกันเองกับผู้นำต่างประเทศ  

ภาพเหล่านี้รวมไปถึงการแต่งตัวแบบเรียบหรู่แต่ดูดี ถูกนำมาตัดต่อและส่งต่อในโลกโซเชียลอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคลิปสัมภาษณ์กับกลุ่มวัยรุ่นที่เธอยอมรับหน้าตายว่า “แผ่นมาสก์หน้า 15 นาทีมันนานเกินไปสำหรับคนใจร้อนแบบเธอ”

มุกตลกเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี่เองลบภาพลักษณ์นักการเมืองหน้าบึ้งตึงในชุดสูทสีเข้มออกไปจนหมดสิ้น แล้วถูกแทนที่ด้วยภาพของคุณป้าข้างบ้านที่เก่งและคูลจนเด็กมัธยมวัย 16-17 ปีหลายคนยอมรับว่า พวกเขาไม่ได้หลงรักเธอเพราะนโยบาย แต่หลงรักเพราะ “Vibe” หรือบรรยากาศความเป็นตัวตนของเธอที่ดูจริงใจและมีเสน่ห์

นอกจากเสน่ห์ส่วนตัวแล้ว นายกฯ ซาเนะ ทากาอิจิ ยังเป็นตัวแทนของการลบภาพนักการเมืองแบบเก่า โดยเธอไม่ได้มาจากตระกูลการเมืองที่สืบทอดอำนาจกันมาหลายรุ่นซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากพรรคแอลดีพี  

เธอสร้างจุดขายด้วยการทำลายขนบการเมืองแบบ “หลังม่าน” ที่นักการเมืองชายรุ่นเก่ามักจะไปตกลงผลประโยชน์กันตามร้านอาหารหรูหรือบาร์เหล้ายามดึก โดยทากาอิจิประกาศตัวชัดเจนว่าเธอเลิกงานแล้วกลับบ้าน และเลือกที่จะนัดประชุมนโยบายด่วนในช่วงเช้ามืดแทน 

ขณะเดียวกันการที่มีสามีเป็นอดีตนักการเมืองพรรคเดียวกันซึ่งต่างก็ช่วยดูแลกัน ยิ่งเสริมภาพลักษณ์ให้เธอดูเข้าถึงง่าย อบอุ่น และต่างจากนักการเมืองญี่ปุ่นแบบเดิมๆ มากขึ้นไปอีก จนโพลส่วนใหญ่ต่างชี้ไปในทางเดียวกันว่า เธออาจทำให้พรรคแอลดีพี ชนะการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้แบบถล่มทลาย   

อย่างไรก็ตาม หากมองลึกลงไปในนโยบาย ยังมีความย้อนแย้งที่น่าสนใจคือวัยรุ่น Gen Z ที่มักถูกมองว่ามีหัวก้าวหน้า กลับให้การสนับสนุนทากาอิจิที่มีนโยบายอนุรักษ์นิยม ทั้งเรื่องการเข้มงวดกับผู้อยู่อาศัยชาวต่างชาติและการรักษาจารีตประเพณีดั้งเดิม 

นักจิตวิทยาการเมืองวิเคราะห์ว่า นี่ไม่ใช่เพราะชาวญี่ปุ่นรุ่นใหม่หันมาชอบนักการเมืองที่ดำเนินนโยบายสุดโต่ง แต่เป็นเพราะพวกเขาต้องการการเปลี่ยนแปลง โดยคนที่เป็นตัวแทนของการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ชัดเจนสุดคือ นายกฯ ซาเนะ ทากาอิจิ นั่นเอง 

นอกจากนี้เธอแสดงออกถึงความเด็ดขาด ในเวทีโลกได้ดีที่สุดในสายตาพวกเขา จนเธอถูกเปรียบว่าเป็น โชเฮ โอทานิ (นักเบสบอลญี่ปุ่นคนดังที่ไปเล่นในลีกเบสบอลสหรัฐฯ-ขวัญใน Gen Z ญี่ปุ่นอีกคน) แห่งวงการการเมือง เพราะมีทั้งบุคลิกที่น่ารักและมีความสามารถในการ “ฟาด” ศัตรูทางการเมืองได้อย่างอยู่หมัดในคราวเดียว

อย่างไรก็ตามในขณะที่คะแนนนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่พุ่งสูงถึง 70-80% แต่ นายกฯ ซาเนะ ทากาอิจิยังต้องเผชิญกับความท้าทายในความเป็นจริงของการเลือกตั้งญี่ปุ่น เพราะการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงท่ามกลางฤดูหนาวและหิมะตกหนัก ยิ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่จะดึงให้ “ด้อมออนไลน์” ยอมก้าวออกจากบ้านไปเข้าคูหา

นอกจากนี้ ภาพลักษณ์ของพรรคแอลดีพี ที่ยังคงติดลบในสายตาประชาชนโดยรวมจากปัญหาเงินเฟ้อ ก็เป็นตัวฉุดรั้งที่สำคัญที่อาจทำให้กระแสในโลกโซเชียลไม่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นคะแนนเสียงได้อย่างถล่มทลายตามที่คาดการณ์ไว้

จากทั้งหมดจึงกล่าวได้ว่า เทรนด์ Sanakatsu ของนายกฯ ซาเนะ ทากาอิจิ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของคะแนนนิยมตัวบุคคล แต่มันคือการสะท้อนความโหยหาของคนรุ่นใหม่ในญี่ปุ่นที่ต้องการผู้นำที่มีสีสัน มีพลัง และกล้าที่จะแตกต่างจากบรรทัดฐานเดิมๆ 

โดยแม้ยังต้องติดตามกันต่อว่าเธอจะช่วยให้พรรคแอลดีพี ชนะการเลือกตั้งได้อย่างถล่มทลายได้ตามโพลหลายสำนักหรือไม่

แต่นายกฯ หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นผู้นี้ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า หากนักการเมืองรู้วิธีการสื่อสารที่ตรงจุด สามารถสร้าง “ตัวตน” ที่จับต้องได้ในโลกออนไลน์ และเข้าถึงผู้คนผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ การเมืองก็สามารถกลายเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและใกล้ตัวสำหรับ Gen Z ได้อย่างไม่น่าเชื่อ / japantoday