แมตช์รอบ 8 ทีมฟุตบอลโลก 2026 ระหว่าง ฝรั่งเศสกับโมร็อกโกที่จะเริ่มเตะกัน 3 นาฬิกา ช่วงเช้าวันที่ 10 กรกฎาคมตามเวลาในไทย ไม่ใช่แค่แมตช์ฟุตบอลธรรมดา
แต่มันคือแมตช์ที่เต็มไปด้วยความเชื่อมโยงมากมาย ทั้งแง่มุมทางประวัติศาสตร์และการกีฬา แม้ประเทศหนึ่งอยู่ในทวีปยุโรปและอีกประเทศอยู่ในแอฟริกาก็ตาม

มีรายงานว่าแม้ว่าการเตรียมงาน การแข่งขัน และเหตุการณ์หลังเกมในฝรั่งเศสจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
แต่บรรยากาศการแข่งขันที่เมือง บอสตัน ในสหรัฐฯ อาจช่วยให้เกมนี้ดูมีความเป็นครอบครัวมากขึ้น
แม้ชุมชนชาวโมร็อกโกในบอสตันจะไม่ได้ใหญ่โตหรือเห็นเด่นชัดเท่ากับในฝรั่งเศส แต่พวกเขาก็รวมตัวกันเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็ง ทั้งในกลุ่มครอบครัว นักศึกษา นักวิชาการ และผู้ประกอบการ
สำหรับแฟนบอลที่นี่ เกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายนี้ไม่ได้แบ่งแยกพวกเขาออกจากกันอย่างเด็ดขาด
โมฮัมเหม็ด ซาอิดี คนขับแท็กซี่ในบอสตันชาวโมร็อกโกวัย 57 ปีกล่าวว่า ชาวฝรั่งเศสและโมร็อกโกที่พักอยู่ตึกหรือห้องเดียวกันในบอสตัน จะนั่งดูเกมนี้ด้วยกัน
แล้วก็จับมือแสดงความยินดีกันตอนท้ายเกม จนบรรยากาศในการดูถ่ายทอดสดแมตช์นี้คงทั้งสนุกสนานและอบอุ่น
ที่สวนสาธารณะ บอสตัน คอมมอน แฟนบอลกว่า 1,000 คนมารวมตัวกันร้องเพลง “Dima l-Maghrib” (โมร็อกโกตลอดไป) พร้อมโบกธงชาติอย่างสงบและสนุกสนานก่อนวันแข่ง
ยุสเซฟ เบนนานี วิศวกรซอฟต์แวร์ชาวโมร็อกโกวัย 36 ปีกล่าวว่า เดินทางมาจากฟินแลนด์เลยและตามไปดูโมร็อกโกทุกนัด และที่นี่คือที่ที่ดีที่สุด นี่ทำให้แมตช์รอบ 8 ทีมในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ต้องเป็นปาร์ตี้ที่ยิ่งใหญ่แน่นอน
ฝรั่งเศสกับโมร็อกโก คือสองประเทศที่มีประวัติศาสตร์ผูกพันจนแทบจะแยกไม่ออก โดยมีทั้งการย้ายถิ่นฐาน ภาษา ครอบครัว และมิตรภาพ เป็นสะพานเชื่อมแฟนบอลและนักเตะเข้าด้วยกัน
โมร็อกโกเคยอยู่ภายใต้การคุ้มครองของฝรั่งเศส ช่วงปี 1912 ถึง 1956 ทำให้ทั้งสองประเทศยังคงใกล้ชิดกันอย่างลึกซึ้ง ทั้งในด้านการศึกษา ธุรกิจ และการอพยพย้ายถิ่นฐาน

ส่วนในทางฟุตบอล ทีมชาติโมร็อกโกชุดนี้ มีนักเตะถึง 6 คนที่เกิดในฝรั่งเศส และอีกหลายคนก็ค้าแข้งในลีกเอิง หรือเคยผ่านระบบเยาวชนของฝรั่งเศส ก่อนจะเลือกรับใช้โมร็อกโก
ดังนั้นเส้นทางของพวกเขาแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงอันเหนียวแน่นในโลกฟุตบอล และความสามารถของโมร็อกโกในการเปลี่ยน กลุ่มคนพลัดถิ่น ให้กลายเป็นขุมกำลังที่แข็งแกร่ง
ดาวรุ่งอย่าง อายุบ บูอาดดี คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด โดยเขาเกิดในฝรั่งเศส เติบโตมาจากระบบเยาวชนของลีลล์ และเคยเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศสชุดเยาวชน
ก่อนจะตัดสินใจเลือกเล่นให้โมร็อกโก ตัวตนที่ทับซ้อนกันแบบนี้ยิ่งทำให้แมตช์นี้มีความหมายพิเศษ
ยังมีหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความผูกพันกันของฝรั่งเศสกับโมร็อกโก นั่นคือการที่ คิเลียน เอ็มบัปเป ศูนย์หน้าและกัปตันทีมชาติฝรั่งเศส กับนักเตะทีมชาติโมร็อกโก อย่างอาชราฟ ฮาคิมี ก็เคยเล่นด้วยกันที่สโมสรปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาก่อน

ขณะที่ ผลงานในฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านๆมา ฝรั่งเศสเคยคว้าแชมป์มาแล้ว 2 สมัย คือในฟุตบอลโลก 1998 กับ 2018
ส่วนโมร็อกโกมีดีกรีเป็นอันดับ 4 ฟุตบอลโลก 2022 และได้ผ่านมาเตะฟุตบอลโลก 2026 หลังชนะรวดในรอบคัดเลือกของโซนแอฟริกา
นอกจากนี้โมร็อกโกยังเป็นฟุตบอลทีมชาติที่เป็นเจ้าของสถิติไม่แพ้ทีมไหนเลยติดกัน 39 นัด ซึ่งสูงที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน ทำลายสถิติของอิตาลีและอาร์เจนตินา ได้อีกด้วย
ขณะที่การพบกันก่อนหน้านี้ 8 ครั้ง ฝรั่งเศสชนะ 5 แมตช์ โมร็อกโกชนะ 1 แมตช์ ที่เหลือเสมอกัน 2 นัด และแมตช์เดียวที่เจอกันในฟุตบอลโลกคือ รอบ 4 ทีม ซึ่งฝรั่งเศสชนะไป
ดังนั้นจึงต้องติดตามว่าแมตช์ล่าสุดระหว่างฝรั่งเศสกับโมร็อกโก ที่กำลังจะมีขึ้นว่าทีมไหนจะเป็นฝ่ายชนะไปได้ / cna
