7-Eleven ถึงเวลา …ร้านสะดวกซื้อ ส่งด่วน 1 วัน

หลังจากประกาศทดลองบริการส่งอาหารในร้านตัวเองแบบ Delivery ด้วยการให้ลูกค้าแอดไลน์ร้าน 7-Eleven สาขาใกล้บ้านใกล้ที่ทำงานเอาไว้ จากนั้นอยากกินอะไรในร้านก็แค่บอกพนักงานผ่าน Line 

ภายใน 30 นาที อาหารก็จะเสิร์ฟส่งตรงถึงบ้าน แถมถ้าสั่งเกิน 100 บาทบริการส่งฟรี เรียกความสนใจจากลูกค้าพร้อมกับเกิดปรากฏการณ์แชร์กันสนั่นใน facebook 

เพียงไม่กี่วันต่อมา 7-Elevenในหลายๆ สาขาก็ติดโปสเตอร์ โปรโมตแบรนด์ใหม่ SPEED-D บริการขนส่งพัสดุโดยเคลมว่าสินค้าจะถึงมือผู้รับภายใน 1 วัน (ส่งก่อน 21.00 น. จะรับสินค้าปลายทางในวันรุ่งขึ้น 18.00 น.)

โดยเริ่มต้นให้บริการ 3,000 สาขา ในร้านสะดวกซื้อ 7-11 ทั่วกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ โดยเริ่มบริการในวันที่ 29 ตุลาคม 2561 ก่อนจะปูพรมเต็มอัตราศึกครบ 13,000 สาขาในไม่ช้า มากไปกว่านั้นมีการนำค่าบริการส่งพัสดุของ SPEED-D มาเทียบกับไปรษณีย์ไทย พร้อมระบุว่า SPEED-D ราคาถูกกว่า ซึ่งเรื่องนี้คงต้องไปพิสูจน์กันเองว่าจริงไหม

ต้องบอกว่านี่คือคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อ ไปรษณีย์ไทย และ kerry express มากที่สุด

ที่น่าสนใจคือเกมนี้ดูเหมือน 7-Elevenจะเอาจริงเอาจังเป็นพิเศษ เพราะมีบริการให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อทั้งซองและกล่องตามขนาดที่ต้องการ และชำระเงินที่เคาน์เตอร์ พร้อมสามารถระบุได้ทันทีว่าจะให้ปลายทางผู้รับสินค้าจะรับที่ 7-Eleven สาขาใกล้บ้านหรือจะให้ส่งที่บ้าน แถมยังมีระบบ tracking ติดตามสินค้า 24 ชั่วโมง

แล้วทำไม ร้านสะดวกซื้อที่มีรายได้มากกว่า 3 แสนล้านบาท/ปี อย่าง 7- Elevenถึงสนใจตลาดนี้

นั่นเพราะหากมองไปที่ไปรษณีย์ไทย ณ วันนี้ สามารถส่งของได้วันละ 8 ล้านชิ้น/วัน สร้างรายได้ในปี 2560 ถึง 27,870 ล้านบาท รวมไปถึง Kerry Express เองก็มีรายได้โตวันโตคืน นับเป็นตลาดที่มีอนาคตสดใส

และที่สำคัญที่สุด 7-Elevenมีต้นทุนเดิมที่พร้อมอยู่แล้วสำหรับการเป็นร้านสะดวกซื้อ “ส่งด่วน”

นั่นก็คือระบบขนส่งสินค้ากระจายไปยัง 13,000 สาขา ที่ครอบคลุมทั่วประเทศปักหมุดไว้ค่อยกระจายพัสดุไปยังที่อยู่อาศัยต่างๆ 

อย่างไรก็ตาม การเข้ามาในธุรกิจ “ส่งพัสดุ” แม้ 7-Elevenจะแข็งแกร่งในการกระจายสินค้าไปยังสาขาทั่วประเทศก็จริง แต่นั่นก็ไม่ใช่สนามที่ตัวเองเคยมีประสบการณ์มาก่อน

เพราะอย่าลืมว่ากว่าที่ kerry express จะสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับยังต้องใช้เวลานานเกือบ 10 ปี

ทางลัดที่จะก้าวกระโดดในธุรกิจนี้ให้รวดเร็วที่สุดนั้น คือการหาเพื่อนทางธุรกิจที่ชำนาญในสนามนี้ โดยคนที่ 7-Eleven เลือกก็คือ บริษัท ไดนามิค ลอจิสติกส์ จำกัด (ซึ่งเป็นบริษัทที่ CP ALL ถือหุ้นอยู่ 90%)

โดยแต่เดิมนั้นบริษัทนี้แข็งแกร่งในตลาดโลจิสติกส์ B2B คือเน้นขนส่งสินค้าให้แก่กลุ่มบริษัทต่างๆ โดยมีรถขนส่งสินค้าหลายเส้นทาง แถมยังมีรถหลายประเภทตั้งแต่กระบะ 4 ล้อ ไล่จนไปถึงรถบรรทุก 10 ล้อขนาดใหญ่ มีพนักงานมากกว่า 300 คน 

เพียงแต่ความน่าสนใจของดีลนี้คือ ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว 7-Eleven เองก็เคยคบหากับไปรษณีย์ไทย จับมือกันเปิดบริการ รับ-ส่งพัสดุใน 45 สาขาของตัวเอง

แต่เมื่อ 7-Elevenเลือกจะทำเองด้วยบริการที่ชื่อ SPEED-D พร้อมกับคบหาเพื่อนคนใหม่มาช่วยกันขับเคลื่อนบริการนี้ให้ “แจ้งเกิด”

ไปรษณีย์ไทยจะถูก 7-Eleven เขี่ยทิ้งออกไปจากร้านหรือไม่นั้น ก็ยังไม่มีแหล่งข่าวออกมายืนยันแน่ชัดในประเด็นนี้

แต่ที่แน่ๆ แผนธุรกิจของ 7-Elevenในการขยายสาขายังไม่ได้ลดลง ถึงแม้วันนี้จะมี 13,000 สาขาแล้วก็ตามที ตรงกันข้ามทีมผู้บริหารยังยืนยันเหมือนเดิมว่า การเปิดสาขาใหม่ก็ยังคงอยู่ในอัตราไม่ต่ำกว่า 600–700 สาขาต่อปี

เป็นอะไรที่น่าสนใจไม่น้อยเพราะในยุคที่ Digital disruption กำลังทรงพลัง เข้ามาลดบทบาทร้านค้าปลีกทุกประเภท บางร้านเลือกจะปิดสาขาลง, บางร้านเลือกจะลดอัตราการขยายสาขาอย่างเห็นได้ชัด

แต่คงไม่ใช่ 7-Elevenเมื่อเลือกจะใส่บริการใหม่ๆ เข้ามาพร้อมกับลงทุนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง

และบริการใหม่ๆ ของ 7-Elevenก็แทบจะเป็นเกือบทุกอย่างในไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคนี้ 

สะท้อนจาก 10 ธุรกิจในร้าน 7-Elevenที่เป็นมากกว่า “ร้านสะดวกซื้อ” ยังไม่รวมบริการจ่ายสารพัดบิลและซื้อบัตรคอนเสิร์ต ผ่าน Counter service ที่มีมายาวนาน

จนเวลานี้มีการตั้งคำถามมากมายว่ายังมีธุรกิจอื่นอีกไหมที่ 7-Elevenสามารถทำได้แล้วยังไม่ทำ 

แล้วมีอะไรบ้างที่พนักงานร้าน 7-Elevenจะทำไม่ได้หากเทียบกับร้านสะดวกซื้อรายอื่นๆ 

เพราะวันนี้พนักงานร้าน 7-Elevenนอกจากขายสินค้ายังต้องปรุงอาหารขาย ซักผ้า จนถึงส่ง “พัสดุด่วน” 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer