อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ฟันธง ! ยุคนี้ทฤษฎีอย่างเดียวไม่พอ

21 พ.ค. 2562 มาเก็ตเธียร์ จัดงานประกาศผลและมอบรางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2018-2019 ภายในงานเต็มไปด้วยผู้บริหารระดับสูงจากแบรนด์ชั้นนำทั่วประเทศไทยทั้งหมด 44 แบรนด์ จำนวน 54 หมวด

ปีนี้ (2562) เป็นปีที่ครบรอบ 20 ปี และได้รับเกียรติจาก “อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย (MAT) เป็นประธานในการประกาศผลและมอบรางวัลภายในงาน

อ่านเพิ่มเติม Marketeer No.1 Brand Thailand 2018-2019 เพราะคุณคือความภูมิใจของแบรนด์

 

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีประกาศรางวัล “อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์” นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ได้ฉายภาพให้เห็นถึงการแข่งขันบนโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเกิดขึ้นทั้งในประเทศหรือนอกประเทศก็ตาม แต่ท้ายที่สุดทุกแบรนด์ต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือสร้างความเป็นหนึ่งในใจลูกค้า และส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดให้ถึงมือผู้บริโภค

อรรถพลกล่าวอีกว่า ปัจจุบันภาคธุรกิจได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัยที่ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่าง ‘สงครามการค้า’ ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง 0.5-1%

นอกจากปัจจัยสงครามการค้า ประเทศไทยยังมีปัจจัย ‘ความไม่แน่นอน’ ในสังคมและการเมืองภายในประเทศ ส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวตาม

อรรถพลกล่าวอีกว่า ไตรมาส 1/62 เศรษฐกิจไทย (GDP) เติบโตเพียง 2.8% โดยมองว่าตัวเลขข้างต้นสะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยยังมีศักยภาพเติบโตได้

อรรถพลเสริมว่า แม้ตัวเลขเศรษฐกิจจะไม่สูงนัก แต่นักการตลาดที่เห็นตัวเลขหรือกำลังซื้อของผู้คนแล้วต้องไม่รู้สึกท้อแท้ในการทำธุรกิจ

ยุคนี้…การตลาดอย่างเดียวไม่เพียงพอ!

“ยุคนี้ทฤษฎีการตลาดอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย นักการตลาดต้องใช้ความรู้ใหม่ๆ เช่น พฤติกรรมศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ ฯลฯ เพื่อเข้าถึงลูกค้าให้ได้มากที่สุด” อรรถพลกล่าว

เนื่องจากลูกค้ายุคปัจจุบันมีพฤติกรรมที่ซับซ้อนมากขึ้น นักการตลาดต้องเข้าถึงลูกค้าให้ได้มากที่สุด

 

อรรถพลกล่าวอีกว่า ความรู้ในด้านอื่นๆ จะช่วยเสริมมุมมองให้นักการตลาดได้ใช้เครื่องมือ หรือวางกลยุทธ์ และทำความเข้าใจกับลูกค้าว่าเป็นใคร ต้องการอะไร และจะเติมเต็มความต้องการให้ลูกค้าได้อย่างไร

ออฟไลน์อย่างเดียว…ก็ไม่พอ!

อรรรถพลมองว่า การใช้แพลตฟอร์มเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง จากเมื่อก่อนที่คนเข้าถึงทางออฟไลน์เป็นหลัก แต่ปัจจุบันเทรนด์คือโลกดิจิทัล

ดังนั้น นักการตลาดต้องใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ เพื่อเชื่อมโยงโลกออนไลน์และออฟไลน์ (O2O) เข้าด้วยกัน

อรรรถพลกล่าวอีกว่า การสร้างความสอดรับระหว่างสองโลกเข้าด้วยกันจะช่วยให้ธุรกิจเติบโตต่อไปได้ และเป็นการปรับตัวให้เข้ากับโลกดิจิทัล

รับมือความเปลี่ยนแปลงด้วย ‘ตลาดใหม่’

นอกจากปัจจัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงลูกค้าผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือการแก้ปัญหาต้นทุนการผลิต และประสิทธิภาพการผลิตแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่ห้ามพลาดคือ การหาตลาดใหม่

‘ตลาดใหม่’ ถือเป็นการปรับตัวที่สำคัญ

อรรถพล กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากตลาดจีนและสหรัฐฯ แบรนด์ควรมองหาตลาดใหม่ ซึ่งอาจเริ่มตลาด CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) จนถึงตลาดอาเซียน ซึ่งมีประชากรเกือบ 600 ล้านคน

รวมถึง ‘ตลาดอินเดีย’ ก็เป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ประกอบการไทย

ส่วนสินค้าที่ยังสามารถทำตลาดได้คือกลุ่มอุปโภคบริโภค ยังทำตลาดได้ทั้งในและนอกประเทศ สามารถเติบโตในระยะยาว

แต่ก็มีสินค้าบางกลุ่มที่สามารถทำตลาดในจีน-สหรัฐฯ ได้ เช่น กลุ่มปิโตรเคมี ฯลฯ แต่สินค้ากลุ่มนี้เป็นสินค้าเฉพาะ

“แบรนด์ต้องประเมินว่าเราอยู่ส่วนไหนของของธุรกิจ และส่วนไหนของอุตสาหกรรม และคิดว่าจะทำอย่างไรให้สินค้าชนิดเดียวกันแข่งขันในตลาดเดียวกัน มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากกว่าคู่แข่ง” อรรถพลกล่าว

ลำพังการทำตลาดเฉพาะในประเทศอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป

แบรนด์-ผู้ประกอบการ จึงต้องพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ และมองไกลถึงการปั้นแบรนด์ไทยให้ไประดับโลก

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer