Premium Smartphone : ยิ่ง “โค้งสุดท้าย” ยิ่งต้องเร่ง “ไขว่คว้า”

TheBATTLE-นิก-PREMIUM SMARTPHONE - POSTb-01

TheBATTLE-นิก-PREMIUM SMARTPHONE - POSTb-03

แม้ว่าในปี 2017 นี้ ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ระบุไว้ว่า “ตลาดสมาร์ทโฟน” อาจะไม่ได้เติบโตหวือหวาเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ โดยคาดว่า จะเติบโตราว 1.8 – 2.9% ในแง่ของจำนวนเครื่อง หรือคิดเป็น 17.2 –17.4 ล้านเครื่อง ส่วนในแง่ของมูลค่าคาดจะโตอยู่ที่ 3.0 – 4.5% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 96,550 – 97,950 ล้านบาท

แต่อย่างไรก็ตาม สมาร์ทโฟนในเซ็กเมนต์ “พรีเมี่ยม” ราคา 15,000 บาทขึ้นไป ที่มีสัดส่วนราวๆ 11% ในแง่ของจำนวน แต่ในส่วนของมูลค่านั้นสูงถึง 32-33% (ที่มา : แอลจี) ยังคงความ Hot ที่แบรนด์ไหนๆก็อยากที่จะไขว้คว้าไว้

ร้อนแรงขนาดไหน ? ก็ดูได้จากในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของไตรมาสที่ 3 ก่อนที่จะเข้าโค้งสุดท้ายของปี ทั้ง โซนี่, แอลจี และซัมซุง ต่างพร้อมใจกันที่จะให้เดือนนี้ เป็นเดือนแจ้งเกิดของของสมาร์ทโฟนรุ่นแฟล็กชิพของตัวเอง

ซึ่งต้องบอกว่า การเปิดตัวครั้งนี้เป็นทั้งการประกาศกลับมา, เสริมเกมบุก และกู้ชื่อเสียง ของทั้ง 3 ค่ายเลยทีเดียว

“G6” แผนคัมแบ็กของ ‘แอลจี’

หลังจากหายไปจากตลาดสมาร์ทโฟนในเมืองไทยได้ 2 ปี วันนี้ “แอลจี” ขอกลับมาอีกครั้งพร้อมกันการเปิดตัวสมาร์ทโฟน  “LG G6”

เหตุผลที่หายจากตลาดกว่า 2 ปีนั้น นิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายว่า เนื่องจากก่อนหน้านี้ยังมีสินค้าที่ไม่ครอบคลุมในทุกกลุ่มราคา และเน้นกลุ่มกลาง-บนเป็นหลัก โดยมีแค่ราคา 8,900 – 21,9000 บาท แต่เป้าหมายของแอลจีนั้น ต้องการบุกไปยังทุกเซ็กเมนต์ จึงเป็นที่มาของการหยุดเพื่อปรับโครงสร้างสินค้าและช่องทางการจัดจำหน่าย ก่อนที่จะกลับมาพร้อมกับ สมาร์ทโฟนG6

ความจริงแล้วสมาร์ทโฟน G6 ได้เปิดตัวเข้าสู่ระดับGlobal ในงาน MWC 2017 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่กว่าที่จะเข้าไทยก็ใช้เวลากว่า 6 เดือน ซึ่งปรกติแล้วสินค้าที่เปิดตัวในต่างประเทศจะใช้เวลา 2-3 เดือนเท่านั้นก่อนที่จะเข้าสู่เมืองไทย

ซึ่งเบื้องลึกนั้น เป็นเพราะในช่วงไตรมาสสุดท้าย แอลจีวางแผนที่จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนอีก 3 รุ่น ซึ่งจะทำให้มีสินค้าครอบคลุมในทุกเซ็กเมนต์ ตั้งแต่ราคาต่ำกว่าหมื่นไปถึงพรีเมี่ยม หากเปิดตัวสมาร์ทโฟน G6 เร็วกว่านี้จะทำให้ทิ้งช่วงกับรุ่นอื่นๆที่จะเข้ามานานเกินไป และกระแสก็จะหายไป

อีกทั้งการใช้สมาร์ทโฟน  G6 ก็ถือเป็นใบเบิกทางสำคัญ เนื่องจากจากอยู่ในกลุ่มพรีเมี่ยม ซึ่งในสายตาของผู้บริโภคแล้ว กลุ่มนี้แหละถือว่าสร้างความเชื่อมั่นได้ดีที่สุด

เพียงแต่การจะกลับเข้ามาอยู่ในสายตา ก็ต้องสร้างกระแสให้เป็นที่จดจำซะหน่อย นอกจากงบการตลาด 15  ล้านบาทแล้ว แอลจียังออกโปรโมชั่นที่พุ่งไปยังกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการความคุ้มค่า ผ่านการซื้อสมาร์ทโฟน G6 ราคา 24,900 บาท แถมทีวี LED ขนาด 43 นิ้ว มูลค่า 13,900 บาท และถ้าซื้อกับเอไอเอสก็จะลดไปอีก 4,000 บาท

ทั้งหมดก็ก็เพื่อเป้าหมาย เป้ามีส่วนแบ่งในตลาดรวม 2% และเฉพาะกลุ่มพรีเมี่ยม 5% ภายในปี 2018

“Xperia XZ1” เสริมเกมบุกหนักของ ‘โซนี่’

ในขณะที่อีกหนึ่งแบรนด์ญี่ปุ่นอย่าง “โซนี่” ต้องบอกว่าปีนี้จะเห็นสีสันมากกว่าที่ผ่านๆมาด้วยซ้ำ เห็นได้จากการเปิดตัวสมาร์ทโฟนในกลุ่มพรีเมี่ยมในทุกไตรมาส ไล่มาตั้งแต่ต้นปีที่มีการเปิดตัว “Xperia XZs” ชูจุดเด่น ถ่ายภาพสโลว์โมชั่น 960 f/s ในขณะที่รุ่นอื่นๆในตลาดอยู่ที่ 240 f/s ราคา 21,990 บาท รุ่นนี้ยังถือเป็นสมาร์ทโฟนแฟลกชิพรุ่นแรกที่ถูกผลิตในไทย มีเพียงกล้องที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ซึ่งก่อนหน้านี้รุ่นแฟลกชิพจะถูกผลิตในจีนทั้งหมด

ตามมาด้วย Xperia Premium” ที่ถูกวางให้เป็น The Video Smartphone เครื่องแรกของตลาด ด้วยจุดเด่นเทคโนโลยี Motion Eye ที่ถ่ายภาพ Super Slow Motion ความละเอียด 960 เฟรมต่อวินาที รวมถึงระบบกันสั่น 5 แกน และล่าสุดที่เปิดเปิดตัว “Xperia XZ1” ชูจุดเด่นเทคโนโลยี 3D Creator ที่สามารถสแกนภาพคนหรือวัสดุเป็นภาพ 3 มิติ

การเปิดตัวสมาร์ทโฟนพรีเมี่ยมในทุกไตรมาสนั้น ซาโตชิ เมกาตะ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายขายผลิตภัณฑ์โซนี่โมบายล์ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด บอกว่า เป้าหมายมีเป้าหมาย 2 ส่วน คือ 1.ต้องรักษาฐานลูกค้าเดิมที่เป็นนักธุรกิจและชื่นชอบเทคโนโลยี และ 2.เพิ่มฐานลูกค้าใหม่ที่เด็กลงมา รวมไปถึงกลุ่มผู้หญิง สำหรับกลุ่มนี้จะสื่อสาร ด้วยการชูความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของโซนี่เอง และกล้องกับเสียงที่เป็นจุดขายหลัก

และเพราะสมาร์ทโฟน คือ 1 ใน 5 กลุ่มธุรกิจที่เป็นรายได้หลักของโซนี่ นอกเหนือไปจาก ทีวี, กล้อง, เสียง และ เพลย์สเตชั่น นอกเหนือจากการขนสมาร์ทโฟนมาเปิดตัวอย่างต่อเนื่องแล้ว เกมการตลาดก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่โซนี่จัดเต็ม ลงทุนทุ่มเม็ดเงินกว่า 80 ล้านบาท โดยเป็นจำนวนที่มากกว่าปีก่อนๆ ซึ่งอย่างที่รู้กันว่าแม้แบรนด์ญี่ปุ่น จะเข้ามาบุกเบิกตตลาดไทยก่อนแบรนด์เกาหลีและจีน แต่สิ่งหนึ่งที่ถือเป็นจุดเสียเปรียบ คือการตลาดที่หวืหวาไม่เท่าอีก 2 สัญชาติ

ปีนี้โซนี่จึงได้เปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของ Xperia ในเมืองไทย ซึ่งตั้งแต่เข้ามาทำตลาดก็ไม่เคยมีมาก่อน โดยโซนี่เลือก “ฌอห์ณ จินดาโชติ” ให้มารับหน้าที่นี้ โดยลึกๆแล้วการเลือก ฌอห์ณ ไม่เพียงแต่มีคาแรคเตอร์ที่ตรงกับแบรนด์เท่านั้น แต่เป้าหมายที่โซนี่ต้องการคือเพิ่มฐานลูกค้าที่เป็นผู้หญิง ซึ่ง ณ เวลานี้ มีเพียง 30% ในขณะที่ฐานเดิมเป็นผู้ชายถึง 70% ดังนั้นภาพลักษณ์ของแบรนด์จะผูกติดกับผู้ชายซะส่วนมาก ดังนั้นการเข้ามาของ ฌอห์ณ ซึ่งภาพการเป็นดาราที่มีลุคแบบสุภาพบุรุษ จะช่วยให้ภาพลักษณ์เข้าถึงง่ายขึ้น ซึ่งนอกจากผู้หญิงแล้ว กลุ่มแมส คนรุ่นใหม่ และผู้ที่ชื่นชอบในโซเซียวมีเดีย คือกลุ่มที่โซนี่ต้องการเพิ่มฐานแฟนคลับด้วย

ซึ่งโซนี่ก็หวังว่า ทั้งการเปิดตัวสมาร์ทโฟนและทุมเกมตลาด จำทำให้เพิ่มส่วนแบ่งตลาดในตลาดสมาร์ทโฟนจาก 2% เป็น 3% ส่วนตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยม (แอนดรอยด์) จากที่มีส่วนแบ่งตลาด 5% เพิ่มเป็น 10% ภายในปีนี้ (ปิดปีงบประมาณเดือนมีนาคม 2018 ตามแบบประเทศญี่ปุ่น)

“Galaxy Note 8” ความหวังของ ‘ซัมซุง’

หลังจากที่ปีก่อนสมาร์ทโฟนเรือธงอย่าง “Galaxy Note 7” ได้เกิดความผิดพลาดในการผลิต จนทำให้ต้องยุติการขายไปในที่สุด

ทำให้ในปีนี้การเปิดตัว  “Galaxy Note 8” จึงถือเป็นความหวังของ “ซัมซุง” ในการเข้ามาช่วยกู้ชื่อเสียงให้กลับมา โดยวิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า จากกรณี Galaxy Note 7 สิ่งที่ซัมซุงได้เรียนรู้คือ การยกระดับคุณภาพขอสินค้าขึ้นในทุกๆด้าน โดยเฉพาะแบตเตอร์รี่

และดูเหมือนว่า สำหรับ Galaxy Note 8 ถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะดูได้จากในเกาหลีใต้ช่วง 7 วันแรกที่เปิดจองได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก จนมียอดจองกว่า 850,000 เครื่อง ในขณะที่เมืองไทยเอง ก็ถือว่ามีผลตอบรับดี โดยมียอดจองสูงกว่า Galaxy S 8 กว่า 50% และสูงกว่าGalaxy Note 7 กว่า 100% หรือคิดง่ายๆคือมากกว่า 20,000 เครื่อง

ทั้งนี้  Galaxy Note 8 จะช่วยกู้ภาพชื่อเสียงให้กับซัมซุงได้หรือไม่ ? คงมีเสียงของผู้ใช้เท่านั้นที่จะตอบได้

TheBATTLE-นิก-PREMIUM SMARTPHONE - POSTb-02

TheBATTLE-นิก-PREMIUM SMARTPHONE - POSTb-04