KBTG ซุ่มสร้าง “ KADE ” เทคโนโลยี AI ที่จะมาอัพเกรด K PLUS ให้ตอบโจทย์คนไทยมากขึ้น

ตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยเติบโตทุกๆ ปี คนนิยมซื้อของออนไลน์มากขึ้น ในขณะเดียวกันช่องทางการขายก็มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น E-Marketplace, Social Commerce บนเฟซบุ๊ก ไลน์ และไอจี ทั้งหมดนี้ที่สะท้อนให้เห็นรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี และตอกย้ำความจริงที่ว่า อิทธิพลจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งทางตรงและทางอ้อม

จุดนี้เองที่ทำให้ KASIKORN Business – Technology Group หรือ KTBG ผู้นำด้านเทคโนโลยีในเครือธนาคารกสิกรไทย แอคทีฟตัวเองตลอดเวลา เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการและทำกิจกรรมทางการเงินทุกประเภท ในทุกช่องทางเน้นการให้บริการที่ง่าย สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย

แม้ปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย แต่ถ้าสังเกตดีๆ ที่ผ่านมา ทิศทางการดำเนินงานของ KBTG ไม่ได้ยึดตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเป็นหลัก แต่กลับยึดตาม “ความต้องการของผู้บริโภค” ทำให้ KBTG ไม่ใช่แค่นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ แต่ต้องเป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้จริง สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่ว่า “ธนาคารแห่งอนาคตต้องฉลาดรู้ใจและทำให้ชีวิตของลูกค้าดีขึ้น”

และถ้าจะให้ชัดเจนคงต้องยกตัวอย่าง K PLUS Beacon นวัตกรรมการใช้งาน Mobile Banking ที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมอง เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้บกพร่องทางสายตาใช้บริการของธนาคารได้อย่างสะดวกและทัดเทียม

“บริการด้านการเงินในประเทศไทยมีความก้าวหน้ามาแล้วระดับหนึ่ง ปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยมีการทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลมากกว่า 80% ของธุรกรรมทั้งหมด ขณะที่ยังมีผู้คนอีกจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงบริการของธนาคาร (unbanked) เนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการรูปแบบเดิมๆ เราจึงมีความมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีและความรู้ที่มีอยู่ มาสร้างโอกาสให้กับคนทุกกลุ่ม รวมทั้งกลุ่มที่เป็น unbanked ด้วย เพื่อให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้นทั้งด้านชีวิตส่วนตัวและด้านธุรกิจ” สมคิด จิรานันตรัตน์ ประธาน กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) กล่าว

 

สมคิด จิรานันตรัตน์ ประธาน กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG)

“เกด” ( KADE ) เทคโนโลยี AI ที่จะเปลี่ยนบริการทางการเงินไทย

ล่าสุด KBTG ได้พัฒนา “เกด” (KADE: K PLUS AI-Driven Experience) แพลตฟอร์ม AI ที่มาอัพเกรด K PLUS ให้ตรงใจและตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดจากระบบดิจิทัล สู่ความฉลาดเทคโนโลยีทางการเงินของ AI ภายใต้แนวคิด From Digital to Intelligence” ที่จะสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้ลูกค้ารู้สึกเสมือนมีคู่หูอัจฉริยะคอยช่วยคิดและนำเสนอสิ่งดีๆ ที่ตรงใจอยู่เสมอในทุกที่ทุกเวลา

โดยเกดสามารถเรียนรู้รูปแบบการใช้ชีวิต (Life Style) ของลูกค้าแต่ละคน ตลอดจนความต้องการทางการเงินทั้งในด้านธุรกิจและชีวิตส่วนตัว และนำเสนอสินค้า บริการ และมอบประสบการณ์ที่หลากหลายและตรงใจกับลูกค้าคนนั้นๆ มากที่สุด โดยเจาะกลุ่มลูกค้าเป็นรายคน (Segment of One) ในขณะเดียวกันก็สามารถขยายขอบเขตการให้บริการไปยังลูกค้าทุกกลุ่ม รวมทั้งกลุ่มลูกค้าที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน (Unbanked) อีกด้วย

“เกด” ทำงานผ่าน 3 แนวคิดหลัก

Design Intelligence ออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการอย่างชาญฉลาด ที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Human-Centric Design) โดยเริ่มจากการศึกษาและทำความเข้าใจความต้องการและลักษณะการใช้ชีวิตของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างแท้จริง ทำให้บริการของธนาคารอยู่ในหัวใจลูกค้าตลอดเวลา

Service Intelligence รูปแบบการให้บริการที่ใช้เทคโนโลยีมาช่วยเรื่องความสะดวก รวดเร็ว ตรงใจ ทุกที่ ทุกเวลา เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ายุคดิจิทัล นอกจากนั้น Service Intelligence ยังใช้เทคโนโลยี AI ในการช่วยคิดค้นหาบริการที่เหมาะสมตรงกับความต้องการของผู้ใช้ได้อีกด้วย

Machine Intelligence นำความฉลาดของเทคโนโลยี AI มาต่อยอดบริการต่างๆ เช่น โครงการ Machine Lending การเฟ้นหาลูกค้าที่น่าจะสนใจและได้รับประโยชน์จากสินเชื่อส่วนบุคคลขนาดเล็ก โดยนำเสนอบริการดังกล่าวให้กับลูกค้าโดยตรงผ่าน K PLUS ซึ่งหากลูกค้าสนใจจะได้รับการอนุมัติและรับเงินเข้าบัญชีทันทีในเวลาไม่เกิน 1 นาที

 

(จากซ้ายไปขวา) นายสมคิด จิรานันรัตน์ ประธาน กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป, นายอภิรัตน์ หวานชะเอม Principal Visionary Architech, นายเชษฐพันธุ์ ศิริดานุภัทร Principal Visionary Architect และ ดร.ทัดพงศ์ พงศ์ถาวรกมล Principal Visionary Architect

 

นับว่า “เกด” คือนวัตกรรมที่จะช่วยพัฒนา K PLUS ให้มีความฉลาดมากขึ้น เข้าใจและตอบโจทย์ลูกค้าได้ในทุกสถานการณ์ และทำให้การเงินเป็นเรื่องง่ายที่สัมผัสได้สำหรับคนไทยทุกคน เพิ่มโอกาสที่จะให้บริการกับกลุ่มคนที่ไม่เคยได้รับบริการจากธนาคารมาก่อน (unbanked) นอกจากนั้น “เกด” ยังสามารถสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้เร็วขึ้น สร้างโอกาสทางธุรกิจ และเพิ่มช่องทางการขายสินค้าและบริการให้กับฐานลูกค้าขนาดใหญ่ใน K PLUS ด้วยต้นทุนการตลาดที่ต่ำ ทั้งนี้ เกดพร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ผ่าน K PLUS ภายในสิ้นปีนี้

“ปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย แบรนด์และธุรกิจต่างก็พยายามนำเอาเทคโนโลยีเหล่านั้นมาใช้ แต่อย่าลืมว่าความสำเร็จไม่ใช่แค่การนำเทคโนโลยีมาใช้ หรือแค่สร้าง disruptive technologies เท่านั้น แต่เทคโนโลยีและนวัตกรรมเหล่านั้นต้องตอบโจทย์ลูกค้าในทุกมิติ และสามารถยึดพื้นที่ในใจลูกค้าได้ด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ KBTG ทำมาโดยตลอด” สมคิด กล่าวทิ้งท้าย

 

#เกด #รู้ใจRightNow

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline