หลังจาก บัตรแรบบิท ประกาศจับมือ สมาร์ทบัส เปิดตัวระบบการชำระค่าโดยสารบัตรแรบบิท โดยใช้มาตรฐานเดียวกับ “ระบบแรบบิท” ที่ใช้จ่ายค่าโดยสารในระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส และนำร่องใช้กับสมาร์ทบัสสาย 104 และ สาย 150 แล้ว ก็รุกตลาดชูกลยุทธ์ขยายเครือข่ายพันธมิตรให้ครอบคลุมมากขึ้นทันที เพื่อทำให้บัตรแรบบิทกลายเป็นบัตรเดียวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนไทยในยุค Cashless Society อย่างแท้จริง

บัตรแรบบิท จ่าย BTS ก็ได้ รถบัสก็ดี ชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆ ได้อย่างสะดวก

สำหรับใครที่คุ้นเคยกับบัตรแรบบิทจะทราบกันดีว่า การพัฒนาของบัตรแรบบิทเพื่อมอบ “ความง่าย” ในการใช้งานให้กับผู้ถือบัตรนั้นมีให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ เช่น การเพิ่มจำนวนร้านค้าที่สามารถใช้บัตรแรบบิทได้แทนเงินสด การขยายช่องทางการเติมเงิน การมอบส่วนลดร้านค้าต่างๆ หรือโปรแกรมสะสมคะแนน “แรบบิท รีวอร์ดส”

แต่มีอยู่หนึ่ง “ความง่าย” ที่หลายคนเรียกร้องและตั้งตารอ จนมาถึงวันนี้วันที่บัตรแรบบิทสามารถจ่ายค่าโดยสารบนรถประจำทางได้แล้ว

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการรวมตัวของ 2 องค์กรใหญ่อย่าง บริษัท บางกอก สมาร์ทการ์ด ซิสเทม จำกัด (บัตรแรบบิท) และบริษัท สมาร์ทบัส จำกัด ผู้ประกอบการให้บริการรถร่วมบริการ ขสมก. และเป็นครั้งแรกของการนำระบบการชำระเงินตามมาตรฐานสากลมาใช้ในรถโดยสารประจำทางสาธารณะในกรุงเทพมหานคร

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา บัตรแรบบิท สามารถใช้ชำระค่าโดยสารบนรถโดยสารสมาร์ทบัสสาย 104 ปากเกร็ด-หมอชิต 2 และสาย 150 ปากเกร็ด-บางกะปิ ซึ่งวิธีการใช้งานนั้นง่ายๆ เพียงแตะบัตรแรบบิทที่ประตูทางขึ้นด้านหน้า โดยการแตะบัตรครั้งแรก ผู้โดยสารจะถูกคิดค่าโดยสารในราคาสูงสุดก่อน คือ 25 บาท และเมื่อถึงที่หมาย ผู้โดยสารจะต้องแตะบัตรอีกครั้งที่ประตูทางลงด้านหลัง โดยระบบจะคำนวณค่าโดยสารตามระยะทางจริง แล้วคืนเงินส่วนต่างเข้าไปในบัตร

ไอรินทร์ อริยพงศ์สถิต ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท บางกอก สมาร์ทการ์ด ซิสเทม จำกัด

ไอรินทร์ อริยพงศ์สถิต ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท บางกอก สมาร์ทการ์ด ซิสเทม จำกัด บอกกับเราว่า “30% ของผู้ที่โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส จะโดยสารรถประจำทางสาธารณะต่อ ทำให้บัตรแรบบิทเป็นบัตรเดียวที่สามารถเชื่อมโยงการเดินทางคนเมืองให้ง่ายขึ้น และหลังจากที่เปิดให้ใช้บริการ ก็ได้รับความสนใจและเสียงตอบรับจากนักเรียน นักศึกษา และคนทำงานได้เป็นอย่างดี พวกเขามีความพร้อมที่จะเรียนรู้ ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุแม้จะไม่คุ้นชินกับการเปลี่ยนแปลง หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ มากนัก แต่ก็มีท่าทีเปิดรับเป็นอย่างดี มีความพร้อมที่จะเรียนรู้การใช้งานด้วยเช่นกัน”

เพิ่มความสะดวกสบายด้วยการขยายพันธมิตร

ปัจจุบันมีการออกบัตรแรบบิทไปแล้วกว่า 13 ล้านใบ โดยผู้ใช้งาน 60-70% อยู่ในช่วงอายุ 25-44 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มวัยทำงานตอนต้น และตอนกลาง โดยบัตรแรบบิทมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 2 ล้านใบ และจากการขยายเครือข่าย ในปี 2563 คาดว่าจะมีผู้ใช้บัตรแรบบิทเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 8 แสนถึง 1 ล้านคนต่อวัน

ขณะเดียวกันบัตรแรบบิทเองมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนผู้ถือบัตรใหม่ ด้วยการขยายพันธมิตรเพื่อเพิ่มความสะดวกครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ทุกความต้องการ “ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา บัตรแรบบิทขยายเครือข่ายไปยังร้านค้าต่างๆ อย่างรวดเร็ว ในปี 2562 บัตรแรบบิทมีร้านค้าพันธมิตรเพิ่มขึ้นรวมกว่า 300 ร้านค้า และจุดบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 12,000 จุด ไม่ว่าจะเป็นศูนย์อาหาร ร้านสะดวกซื้อ ร้านชานมและร้านกาแฟต่างๆ ร้านอาหาร QSR เกือบทุกแบรนด์ทั่วประเทศ รวมถึงโรงภาพยนตร์ชั้นนำ”

“ส่วนในเรื่องของระบบขนส่งมวลชน นอกจากบัตรแรบบิทจะใช้ชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสได้แล้ว ยังสามารถชำระค่าเรือโดยสาร รถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที และรถโดยสารประจำทางในหัวเมืองต่างๆ ทั้งเชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ และนนทบุรี โดยจะมีแพลนในการขยายไปในจังหวัดต่างๆ อีกทั่วประเทศ”

 

“ปลายปีที่ผ่านมา เราขยายระบบการชำระเงินไปที่รถโดยสารสมาร์ทบัส โดยเริ่ม 2 สายแรก ได้แก่ สาย 104 ปากเกร็ด-หมอชิต 2 และสาย 150 ปากเกร็ด-บางกะปิ ทำให้มีกลุ่มผู้ใช้งานบัตรแรบบิท เพิ่มขึ้นในเส้นทางเดินรถจากผู้ที่อาศัยอยู่ในนนทบุรีหรือละแวกใกล้เคียง ถือว่าเป็นการขยายกลุ่มผู้ใช้บัตรออกไป ในเขตปริมณฑลให้กว้างขึ้น”

“และในไตรมาสแรกของปี 2563 จะขยายระบบการชำระเงินในรถสมาร์ทบัสเพิ่มขึ้นอีก 2 สาย ได้แก่ สาย 147 วงกลม เคหะธนบุรี และสาย 167 เคหะธนบุรี-สวนลุม ส่วนสายอื่นๆ จะทยอยเริ่มในไตรมาสถัดไป และคาดว่าภายในปี 2563 จะสามารถติดตั้งระบบการชำระค่าโดยสารด้วยบัตรแรบบิทบนรถสมาร์ทบัสสายอื่นๆ รวมกว่า 2,000 คัน โดยจะครอบคลุมเส้นทางทั่วกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง”

“ปัจจุบันบัตรแรบบิทเป็นบัตรแรกและบัตรเดียวในประเทศไทยที่สามารถใช้ชำระค่าโดยสารขนส่งสาธารณะได้มากกว่า 1 ประเภท และในอนาคตอันใกล้นี้ บัตรแรบบิทจะขยายการชำระเงินไปที่ระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร จึงเป็นการยืนยันความเป็นบัตรเพื่อการเดินทางของคนไทยโดยแท้จริง” ไอรินทร์กล่าว

การมีความพร้อม ความเชี่ยวชาญด้านระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ และการมีพันธมิตรทางธุรกิจที่ครบทุกด้าน ทำให้ “บัตรแรบบิท” ขึ้นแท่นการเป็นผู้นำ “สมาร์ทการ์ด” ได้อย่างรวดเร็ว เพราะด้วยระบบการชำระเงินของบัตรแรบบิทที่สะดวก รวดเร็ว และเชื่อถือได้ยิ่งตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านนี้ได้อย่างสมบูรณ์

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer