นครอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ทางตอนกลางของจีน ถือเป็นพื้นที่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) รุนแรงที่สุดในประเทศจีน กระทั่งต้องใช้มาตรการปิดเมืองห้ามประชาชนเดินทางออกนอกพื้นที่นานกว่า 2 เดือน

ขณะนี้สถานการณ์ของนครอู่ฮั่นค่อยๆ กลับฟื้นคืนสภาพปกติ และเตรียมประกาศเปิดเมืองในวันที่ 8 เมษายน 2563 เครือซีพี จากประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ในอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย เจออะไรมาบ้าง พวกเขาเรียนรู้อะไรมาบ้าง ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย

ที่อู่ฮั่น ซีพีมี Fresh Mart 5 ร้าน (ทั้งประเทศจีนมี 87 ร้าน) ร้าน Porkshop 250 ร้าน  ช่วงปิดเมืองทุกร้านปิดหมด ใช้วิธีส่งของจากโรงงานที่อยู๋ในหูเป่ยมาไว้ที่คลังสินค้าที่อู่ฮั่น

ซีพีเป็นบริษัทข้ามชาติแห่งแรกที่เข้าไปลงทุนในประเทศจีน หลังจากที่รัฐบาลจีนได้ดำเนินนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจและเปิดประเทศในปี ค.ศ. 1978 โดยจดทะเบียนการค้าได้หมายเลข 0001

อู่ฮั่น ประกาศปิดเมืองวันที่ 24 มกราคม 2563 จากนั้นในวันที่ 31 มกราคม เครือซีพี จึงมีการประกาศให้พนักงานที่มีอยู่ประมาณ 6,100 คน กลับมาผลิตและทำงานในโรงงาน และต่อมาในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ โรงงานแปรรูปอาหารของซีพีในอู่ฮั่นก็สามารถเดินเครื่องกลับมาผลิตได้ ขณะที่ฟาร์มปศุสัตว์ไม่มีการหยุดปฏิบัติงาน โดยมีการประกาศอนุญาตให้พนักงานซีพีสามารถเข้ามาทำงานในโรงงานผลิตอาหารได้

ในระหว่างช่วงเวลาแห่งความยากลำบากอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า 3 ปิด คือ ปิดเมือง ปิดถนน และปิดชุมชน ซึ่งในจังหวะวิกฤตนั้น ซีพีได้แบ่งปันประสบการณ์ในเรื่องต่างๆ คือ

1. ซีพีประเทศจีนประกาศนโยบายทันทีว่า พนักงานทุกคนต้องแจ้งสถานะสุขภาพตัวเองทุกวัน ทุกอย่างต้องโปร่งใส จึงจะบริหารจัดการได้ หากมีอาการก็ต้องตรวจวัด ไม่ให้ไปเจือปนในกระบวนการผลิตเด็ดขาด ทุกขั้นตอนมีการตรวจสอบ ทำให้ผู้บริหารเห็นข้อมูลทุกวัน รู้ว่าผลิตเมื่อไหร่ แจกจ่ายไปที่ไหน มีรถกี่คัน วิ่งไปไหนบ้าง ติดตามได้ตลอด ทำให้ระบบโซนนิ่งมีประสิทธิภาพ

2. เอกชนกับรัฐต้องผนึกกำลังกันสร้างความเชื่อมั่นว่าอาหารเพียงพอเพื่อไม่เกิดโกลาหล ดังนั้นมาตรการที่ซีพีในอู่ฮั่นเข้มงวดถัดมา คือ การให้ความมั่นใจกับรัฐบาลว่าสินค้าจะมีอย่างเพียงพอ

โดยกำลังการผลิตอาหารต่อวันในอู่ฮั่นของซีพี คือ หมู 260,000 กิโลกรัม ไก่ 300,000 กิโลกรัม ไข่ 2.5 ล้านฟอง และอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน 500,000 ชุด สามารถผลิตได้ตรงตามเป้าหมาย

จากนั้นวางระบบศูนย์กระจายและขนส่งที่มีประสิทธิภาพ สร้างมาตรฐานจัดและแพ็กสินค้า รวมทั้งระบบขนส่งที่ครอบคลุม การแต่งกายและการดูแลขนส่งได้มาตรฐาน ขณะเดียวกันวางระบบกระจายสินค้าตามที่รัฐบาลกำหนด

ซึ่งภายในอู่ฮั่นมีการแบ่งเขตชัดเจนโดยให้พนักงานขนส่งไปส่งตามจุดที่กำหนดไว้ และมีตัวแทนเขตหรืออาสาสมัครนำสินค้าไปส่งต่อให้กับประชาชนในเขตที่กำหนด ซึ่งร้านสะดวกซื้อ CP Freshmart ในจีนได้มีการวางระบบการส่งถึงบ้านอย่างรัดกุม

 3. สังคมปลอดเงินสด ลดการสัมผัส (Cashless) คนจีนยุคนี้ไม่จับเงินสด ใช้จ่ายออนไลน์เป็นนิสัย ทำให้ลดการติดเชื้อได้อย่างมาก และยังมีการสั่งของออนไลน์เป็นเรื่องปกติ โดยมาตรการต่างๆ ที่ซีพีในอู่ฮั่นได้ดำเนินการนั้น คือการออกแบบระบบส่งถึงบ้าน (Delivery) ซึ่ง CP Freshmart ในจีนส่งทั้งของสด อาหารแปรรูป อาหารแช่แข็ง ถึงบ้าน

4. พนักงานต้องปลอดภัย ถือเป็นหน้าที่ว่า พนักงานต้องปลอดภัย ลูกค้าจึงจะปลอดภัย ทำให้ซีพีจีนลงทุนอย่างมากเรื่องถุงมือยาง ชุดคลุมทั้งตัว แว่นตาแบบครอบ ซึ่งระบบเข้าโรงงานเป็นระบบปิดฆ่าเชื้อ การขนส่งมีการตรวจสอบย้อนกลับทุกขั้นตอน และทำความสะอาด ฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อ พร้อมบันทึกไว้ทุกขั้นตอน ซึ่งโรงงานอาหารสัตว์มักคุ้นเคยกับขั้นตอนปลอดเชื้อเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

 5. การขนส่งต้องมีใบอนุญาต ที่อู่ฮั่นเมื่อปิดการจราจร การขนส่งอาหารจำเป็นต้องดำเนินต่อไป ในช่วงสัปดาห์แรกหลังปิดเมือง ประเทศจีนเริ่มมีนโยบายออกใบอนุญาตให้รถขนส่งอาหารวิ่งได้ สัปดาห์ต่อมารถขนส่งวัตถุดิบต้นน้ำวิ่งได้ และตามด้วยการออกใบอนุญาตให้มีการขนส่งปลายน้ำให้จนถึงบ้านประชาชน ทำให้สอดคล้องกับระบบ Zoning ว่าส่งได้ถึงไหน ตามระดับความเข้มข้น การส่งอาหารปลอดภัยถึงทุกบ้านผ่านอาสาสมัครประจำหมู่บ้านเป็นหัวใจสำคัญ

การดำเนินการเหล่านี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐของจีนและซีพีในอู่ฮั่น ซึ่งซีพีได้มีการขออนุมัติในประเด็นหลักที่ประกอบด้วย การขออนุมัติเคลื่อนย้ายพนักงาน การขออนุมัติเคลื่อนย้ายสินค้า วัตถุดิบ จนถึงได้รับใบอนุญาตส่งสินค้าข้ามเขต เพื่อให้สามารถนำอาหารจากโรงงานผลิตไปสู่ประชาชนชาวจีนได้ รวมถึงสามารถส่งอาหารสัตว์ป้อนฟาร์มปศุสัตว์ต่างๆ ได้

 6. ชุมชนต้องเข้มแข็งเชื่อมโยง การ “กระจายสินค้า” จากโรงงานเพื่อส่งถึงมือผู้บริโภคนั้น ใช้รูปแบบรวบรวมอาสาสมัครในแต่ละเขตพื้นที่และชุมชนทั่วนครอู่ฮั่นจำนวน 11,000 คน มาช่วยในการกระจายสินค้า โดยอาสาสมัครจะมารับสินค้าจากจุดหลักในการกระจายสินค้าและนำไปส่งต่อให้แก่พี่น้องในชุมชน ซึ่งอาสาสมัครเหล่านั้นจะรับใบสั่งซื้อหรือ Order ในวันถัดมากลับมาด้วย ซึ่งนอกจากซีพีในอู่ฮั่นจะดำเนินการร่วมกับเจ้าหน้าที่และหน่วยงานของอู่ฮั่นในการจัดส่งอาหารให้ถึงมือประชาชนแล้ว ยังร่วมส่งอาหารให้อาสาสมัครด้วย

 7. คนปลอดภัย อาหารปลอดภัย หนึ่งในหัวใจสำคัญของ 3 สูตรสำเร็จในการฝ่าวิกฤตโควิด-19 ในอู่ฮั่น เมืองที่มีทั้งการปิดเมือง ปิดถนน และปิดชุมชน คือเรื่องของ “คน” เพราะเมื่อคนปลอดภัย อาหารก็จะปลอดภัย ซึ่งซีพีในอู่ฮั่นได้ประกาศนโยบายและแผนงานป้องกันการแพร่ระบาดทันทีว่าพนักงานทุกคนต้อง “แจ้งสถานะสุขภาพตัวเองทุกวัน” โดยมาตรการการดูแลพนักงานทุกคนต้องยึดหลัก “ปลอดภัย” เป็นอันดับแรก  

โดยพนักงานที่จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในโรงงาน ต้องผ่านมาตรการป้องกันโรคอย่างเข้มข้น เริ่มตั้งแต่การคัดกรองผ่านการวัดอุณหภูมิร่างกายทุกคนก่อนเข้าโรงงาน พนักงานต้องได้รับการประเมินประวัติเสี่ยง โดยการทำแบบคัดกรองของบริษัท เมื่อเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในโรงงานจะต้องใส่ชุดป้องกันที่รัดกุม ทำความสะอาด 3 ครั้งต่อวันในพื้นที่ปฏิบัติงาน และพนักงานต้องไม่สัมผัสวัตถุดิบ อาหาร และสินค้าก่อนถึงปลายทาง หรือที่เรียกว่า “อาหารแยกคน”

ขณะเดียวกันได้มีการวางแนวทางสุขอนามัยส่วนบุคคลของพนักงานอย่างเข้มงวดเช่นเดียวกับที่ปฏิบัติในปัจจุบันในทุกโรงงานที่ประเทศไทย มี 6 ขั้นตอน คือ 1. ล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์บ่อยๆ หลังสัมผัสสิ่งของต่างๆ หรือหลังไอ จาม 2. กินร้อน ใช้ช้อนกลาง ไม่ใช้ภาชนะร่วมกัน 3. หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในที่ที่มีคนแออัด 4. ทำความสะอาดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลก่อนและหลังเลิกใช้งาน 5. คนที่มีความเสี่ยงสัมผัสเชื้อโรค เช่น แม่บ้าน แม่ครัว รปภ. พยาบาล ให้สวมหน้ากาก ถุงมือ และ 6. ใส่หน้ากากอนามัยและทิ้งในถังขยะติดเชื้อที่ห้องพยาบาล

นอกจากนี้ พนักงานจะต้องมีการแต่งชุดอุปกรณ์ในการป้องกันโรค ประกอบด้วย แว่นตาแบบครอบ หน้ากากอนามัย ถุงมือยาว แอลกอฮอล์ 70% สารฆ่าเชื้อ เครื่องพ่นสารฆ่าเชื้อ ส่วนบรรดาอาสาสมัครในอู่ฮั่นนั้น นอกจากมีการจัดชุดอุปกรณ์ป้องกันโรคให้สวมใส่ทุกคนแล้ว ขั้นตอนการจัดส่งจะต้องให้อาสาสมัครประจำหมู่บ้านทุกคนใส่หน้ากากอนามัย และส่งมอบสินค้าในจุดปลอดภัย

ทั้งหมดนี้คือเกร็ดความรู้ แนวทางจากอู่ฮั่นที่จะถูกถ่ายทอดมายังซีพีประเทศไทย และเผยแพร่ไปยังคนไทย เพื่อประโยชน์ไม่มากก็น้อย เพื่อร่วมฝ่าฟันวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer