จับตา คนไทยเที่ยวญี่ปุ่น กลุ่มลูกค้าที่ ธนาคารจ้องตาเป็นมัน

เทรนด์ คนไทยเที่ยวญี่ปุ่น นั้น มีมาเป็นสิบปีแล้ว จากการมาของ Low-Cost Airlines ทำให้คนสามารถบินไปญี่ปุ่นในราคาหมื่นต้นๆ

จากนั้นเทรนด์ดังกล่าวเริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว (2556) เมื่อรัฐบาลญี่ปุ่นเล็งเห็นแล้วว่า นักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นนั้น ช่วยให้เศรษฐกิจในประเทศคึกคัก ทำให้การจับจ่ายใช้สอยในประเทศก็ดีขึ้นด้วย ญี่ปุ่นจึงอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวโดยการ ยกเลิกวีซ่า สำหรับการท่องเที่ยว ที่ไม่เกิน 14 วัน ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปญี่ปุ่นง่ายยิ่งขึ้นไปอีก

สถิติคนไทยเที่ยวญี่ปุ่น
ในช่วงปี 2533-2546 จำนวนนักท่องเที่ยวในญี่ปุ่นนั้น ขึ้นลงอยู่ที่ประมาณ 3-5 ล้านคน และ ในช่วงปี 2547-2554 ก็ขยับเป็น 6-8 ล้านคน แต่หลังจากที่ญี่ปุ่นเริ่มโปรโมทการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น การยกเลิก Visa, สินค้าปลอดภาษี และ ทำแคมเปญการท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สถิติคนไทยเที่ยวญี่ปุ่น
โดยจากจำนวนนักท่องเที่ยว 28.6 ล้านคน ในปี 2560 พบว่าเป็นนักท่องเที่ยวเอเชียถึง 86% ซึ่งก็มาจากปัจจัยหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นระยะทาง ความใกล้เคียงทางเชื้อชาติ

สถิติคนไทยเที่ยวญี่ปุ่น
เมื่อเจาะลงไปดูต่อพบว่า จีน เกาหลี ไต้หวัน ฮ่องกง ไทย และ สิงคโปร์ คือ 6 ประเทศ ที่เดินทางไปญี่ปุ่นมากที่สุด

ในบรรดา 6 ประเทศนี้ มีลักษณะที่ใกล้เคียงกัน ประเทศอย่าง เกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน นั้นสามารถเดินทางไปญี่ปุ่นเพียง 1-3 ชั่วโมง

ส่วนไทยกับสิงคโปร์นั้นถึงแม้จะอยู่ไกล แต่ประชาชนก็มีรายได้พอที่จะเดินทางไป และใช้จ่ายที่นู่น

แต่ประเทศที่น่าจับตามองที่สุด ก็คือ จีน เพราะถ้าเทียบจากประชากร 1,300 ล้านคน จำนวน 7.3 ล้านคนนั้น ถือว่าน้อยมาก ฉะนั้นในอีก 5-10 ปี จำนวนนักท่องเที่ยวของญี่ปุ่นสามารถไปแตะ 35-40 ล้านคนได้ไม่ยาก และประเทศที่จะมามากขึ้นก็หนีไม่พ้น จีน

 

สถิติคนไทยเที่ยวญี่ปุ่น
คนไทยเที่ยวญี่ปุ่น เทรนด์ที่ไม่มีวันตก

โอเค มาดูที่ประเทศไทยกันบ้าง จะเห็นได้ว่าการเติบโตในช่วงปี 2555-2556 นั้นสูงมากกว่า 70% นั่นเป็นเพราะ ฐานนักท่องเที่ยวยังน้อยกว่าความเป็นจริงอยู่ โดยข้อมูลล่าสุดจาก JNTO พบว่าใน 2 เดือนแรกของปี 2561 นั้น มี คนไทยเที่ยวญี่ปุ่น ถึงเดือนละ 82,000 คน ซึ่งมากกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่ 65,000 คน กับ 75,000 คน ฉะนั้นถ้าไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติอะไร ปีนี้เราน่าจะเห็น คนไทยเที่ยวญี่ปุ่นถึงปีละ 1,100,000 คน ตามที่รัฐบาลญี่ปุ่นคาดการณ์

*ญี่ปุ่น แบ่งชาวต่างชาติที่เดินทางมาญี่ปุ่นไว้ 2 แบบ คือ Tourists กับ Business แต่สัดส่วนของ Business นั้นลดน้อยลงไปมาก และคนที่เดินทางมาทำธุรกิจ ส่วนใหญ่ก็เผื่อเวลาเที่ยวอยู่แล้วด้วย ฉะนั้นก็สามารถเหมารวมได้เลยว่า คนที่เดินทางมาญี่ปุ่นนั้นเป็น นักท่องเที่ยวเกือบทั้งหมด

 

มาเที่ยวเยอะ การใช้จ่ายก็เยอะ

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ รัฐบาลไทยและญี่ปุ่น ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยว ก็เพราะ นักท่องเที่ยวระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายน้อยลง เมื่อเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ด้วยแนวคิดที่ว่า “มาเที่ยวทั้งที ใช้ๆ ไปเถอะ”

ฉะนั้น คนไทยเที่ยวญี่ปุ่น จึงเป็นกลุ่มลูกค้าที่ธนาคารรัก และอยากได้มากที่สุดในช่วงนี้ก็ว่าได้ เพราะใช้จ่ายเยอะ และมีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปี

 

ลองมาดู บัตรเครดิตที่ร่วมกับ JCB กันบ้าง

สถิติคนไทยเที่ยวญี่ปุ่น
1.บัตรเครดิต เคทีซี เจซีบี แพลทินัม

KTC เป็นบัตรแรกที่เริ่มต้นเป็นพันธมิตรกับ JCB ตั้งแต่ปี 2551 จากนั้นก็อัพเกรดบัตรเป็น KTC JCB Platinum โดย KTC จะได้เปรียบในเรื่องฐานลูกค้าที่ใช้มานาน ซึ่งก็มีทั้งส่วนลดร้านอาหารญี่ปุ่นในไทย และ สิทธิพิเศษในญี่ปุ่น

 

สถิติคนไทยเที่ยวญี่ปุ่น
2.บัตร อิออน รอยัล ออร์คิด พลัส แพลทินัม

อิออน เป็นสถาบันการเงินจากญี่ปุ่น โดยทำบัตรเครดิตร่วมกับ JCB มานานแล้ว โดยคนจะรู้จักอิออนในฐานะบัตรกดเงินสดอิออนมากกว่า ปัจจุบันฐานผู้ใช้บัตรอิออนนั้นก็ยังเยอะอยู่ แต่จะเสียเปรียบธนาคารในเรื่องการทำ Branding และทำการตลาด

 

สถิติคนไทยเที่ยวญี่ปุ่น
3.บัตรเครดิต กรุงศรี เจซีบี แพลทินัม

กรุงศรี เพิ่งมีบัตรเครดิต กรุงศรี เจซีบี แพลทินัม ในปี 2559 แต่ด้วยการเป็นพันธมิตรกับ MUFG ทำให้กรุงศรีสามารถทำดีลพิเศษกับพันธมิตรในญี่ปุ่นได้มาก โดยนอกจากบัตร JCB บัตรอื่นๆ อย่างเช่น 1)บัตรเครดิตกรุงศรี 2)บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ 3)บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน 4)บัตรเครดิตเทสโก้ โลตัส วีซ่า และ 5)บัตรเครดิต โฮมโปร วีซ่า ก็ได้รับสิทธิประโยชน์ด้วย

 

สถิติคนไทยเที่ยวญี่ปุ่น
4.บัตรเครดิต เจซีบีกสิกรไทย

ธนาคารกสิกรไทย นั้นเพิ่งเปิดตัวบัตรในปี 2560 แต่ด้วยฐานผู้ใช้ที่เยอะอยู่แล้ว คาดว่าน่าจะเป็นคู่แข่งที่สำคัญของ ตลาดท่องเที่ยวญี่ปุ่นแน่นอน โดยจุดเด่นของบัตรนี้คือ ซื้อ Uniqlo แล้วได้ส่วนลดเพิ่มอีกด้วย