เถ้าแก่น้อย รายได้เท่าไร ? วิเคราะห์ธุรกิจเจ้าพ่อสาหร่ายที่วันนี้อาจกำลังเจอฝันร้าย

เถ้าแก่น้อย สาหร่ายที่กำลังเจอกับฝันร้ายด้วยรายได้ที่ลดลง

ในไตรมาสแรกของปี 2563 เถ้าแก่น้อยมีรายได้ 1,110.0 ล้านบาท ลดลง 13.3% จาก Q1/62 1,280.3 ล้านบาท

รายได้ที่กล่าวมานี้แบ่งเป็นรายได้จากในประเทศ 403.3 ล้านบาท ลดลง 24.2%  รายได้จากต่างประเทศ 706.7 ล้านบาท ลดลง 5.5%

การลดลงของรายได้เถ้าแก่น้อยมาจากอะไร

1. นักท่องเที่ยวจีนหายไปจากตลาดไทย

ไตรมาสแรกของปี 2563 เป็นช่วงเวลาโควิด-19 ระบาดหนักในประเทศจีน จนรัฐบาลจีนสั่งห้ามทัวร์จีนเดินทางออกนอกประเทศ การประกาศของรัฐบาลจีน คือคลื่นระลอกแรกที่ส่งผลกระทบกับยอดจำหน่ายเถ้าแก่น้อยในประเทศไทย จากนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปกว่า 90% หลังช่วงเทศกาลตรุษจีน และทำให้รายได้จากการขายสาหร่ายเถ้าแก่น้อยในไทยผ่านเถ้าแก่น้อยแลนด์ และซูเปอร์มาร์เก็ตที่คนจีนนิยมไปซื้อของฝากลดลงจำนวนมาก

ที่ผ่านมาตลาดในประเทศไทยของเถ้าแก่น้อยเป็นที่มีการเติบโตจากนักท่องเที่ยวจีน ที่นิยมซื้อสาหร่ายเป็นของฝากเมื่อมาท่องเที่ยวไทย

จะเห็นได้ว่าร้านเถ้าแก่น้อยแลนด์ทั้ง 19 สาขาในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา และภูเก็ต เป็นสาขาที่เปิดอยู่ตามพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว เพื่อเจาะกลุ่มนักช้อปชาวจีนที่เข้ามาซื้อเถ้าแก่น้อย และของฝากอื่นๆ กลับไปฝากคนในประเทศเป็นหลัก

2. ผู้บริโภคอยู่ติดบ้านมากขึ้น

จากความกลัวการติดโควิด-19 และการเว้นระยะทางทางสังคมด้วยมาตรการต่างๆ ทั้งการปิดห้างสรรพสินค้า ให้เปิดจำหน่ายได้เฉพาะซูเปอร์มาร์เก็ตร้านอาหาร ร้านยา และอื่นๆ รวมถึงการทำงานจากบ้านของบริษัทต่างๆ ทำให้คนออกมาจับจ่ายซื้อสินค้าตามซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อน้อยลง

และพฤติกรรมการจับจ่ายส่วนใหญ่เน้นการเข้ามาหยิบสินค้าที่ต้องการจ่ายเงินและกลับ ทำให้โอกาสในการเดินเล่นเพื่อดูสินค้าอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ใน Wish List น้อยลง และทำให้ยอดจำหน่ายขนมขบเคี้ยวอื่นๆ รวมถึงสาหร่ายมีโอกาสในการขายที่น้อยลงตามมา

3. การแข่งขันในธุรกิจขนมขบเคี้ยวบนกำลังการซื้อที่จำกัดของผู้บริโภค

แม้ปีที่ผ่านมาเถ้าแก่น้อยจะสามารถเติบโตในตลาดในประเทศถึง 3% จากการออกสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

แต่ในปีนี้สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลง จากการว่างงาน การขาดรายได้ การเก็บเงินเพื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันในอนาคต และอื่นๆ

รวมถึงผู้บริโภคบางกลุ่มใช้จ่ายเงินไปกับการซื้อสินค้าเพื่อป้องกันตัวเองจากโควิด-19 เช่น หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และอื่นๆ ที่มีราคาสูง โดยเฉพาะในช่วงแรกของการระบาดเป็นวงกว้างในประเทศไทย

การที่ผู้บริโภคใช้จ่ายเงินไปซื้อสินค้าเพื่อป้องกันตัวเอง ทำให้มีเงินในกระเป๋าน้อยลงในการจับจ่ายสินค้าอื่นๆ โดยเฉพาะขนมขบเคี้ยวซึ่งเป็นสินค้ารับประทานเพื่อความเพลิดเพลินเป็นหลัก

และเมื่อกำลังการซื้อมีจำกัดบนการแข่งขันในตลาดขนมขบเคี้ยวที่มีการแข่งขันรุนแรงเพื่อดึงผู้บริโภคให้ยอมจ่ายเงินซื้อสินค้าตัวเองมากที่สุด เพื่อแย่งชิงเม็ดเงินในกระเป๋าผู้บริโภคผ่านแคมเปญการตลาด ณ จุดขาย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้บริโภคตัดสินใจครั้งสุดท้ายก่อนหยิบสินค้าไปจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้ากลับไป

4. ตลาดประเทศจีนกระทบจากปิดเมือง

ไตรมาสแรกของปี 2563 เถ้าแก่น้อยมีรายได้จากต่างประเทศ 706.7 ล้านบาท ลดลง 5.5% การลดลงของรายได้มาจากประเทศจีนที่ประสบกับวิกฤตโควิด-19 จนต้องปิดประเทศ ปิดเมืองที่มีการระบาดหนักของไวรัส เช่น อู่ฮั่น ศูนย์กลางการแพร่ระบาด ทำให้การขนส่งระหว่างประเทศและระหว่างเมืองได้รับผลกระทบโดยปริยาย

เนื่องจากรายได้ของ เถ้าแก่น้อย มาจากประเทศจีนถึง 36.2% การปิดเมืองของจีนส่งผลกระทบโดยตรงกับธุรกิจ เพราะธุรกิจของเถ้าแก่น้อยในประเทศจีนลดลงมากถึง 14.8% จากไตรมาสแรกของปี 2561

การลดลงของตลาดประเทศจีนแม้จะส่งผลกระทบกับรายได้เถ้าแก่น้อย แต่ในฝันร้ายยังคงมีฝันดีอยู่บ้าง เพราะในตลาดอินโดนีเซีย อเมริกา ซึ่งเป็นสองตลาดที่เถ้าแก่น้อยเข้าไปเปิดธุรกิจในนั้น ยังคงเติบโตได้อย่างน่าสนใจ และทำให้ตลาดส่งออกของเถ้าแก่น้อยติดลบน้อยกว่าในปี 2562 ที่มียอดจำหน่ายลดลงถึง 7%

ธุรกิจของเถ้าแก่น้อยในตลาดต่างประเทศ ประกอบด้วยจีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม และอเมริกา

แม้ในไตรมาสแรกเถ้าแก่น้อยจะฝันร้ายเพราะโควิด-19 แต่เราเชื่อว่าในฝันร้ายย่อมมีฝันดี ถ้ารู้จักพร้อมรับมือเผชิญกับปัญหาและแก้ไขอย่างตรงจุด

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer