เบสท์ เอ็กซ์เพรส เจาะกลยุทธ์ขนส่งรายย่อยที่ขอเป็นรายหลักในตลาด (วิเคราะห์)
ช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมาส่งผลกระทบทางบวกให้กับธุรกิจอีคอมเมิร์ซและขนส่งย่อย ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดกว่าที่เคยเป็น
เจสัน เชียน ผู้จัดการทั่วไปภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประธานกรรมการ เบสท์ เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย ให้ข้อมูลในงานแถลงข่าวประกาศทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลังของ เบสท์ เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย ว่า ในช่วงโควิดที่ผ่านมาภาพรวมตลาดขนส่งย่อยในประเทศไทยเติบโต 30% จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่กักตัวอยู่บ้าน และสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น
และแม้ในช่วงเวลานี้ประเทศไทยจะคลายล็อกดาวน์มาตรการต่าง ๆ และผู้บริโภคออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น แต่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและขนส่งย่อยก็ยังคงเติบโต ยอดการส่งพัสดุในแต่ละวันเติบโตอย่างต่อเนื่องเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา
และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนี้เอง เจสันจึงมั่นใจว่าในปีนี้ เบสท์ เอ็กซ์เพรส จะสามารถสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจมากถึง 10% ด้านรายได้ เมื่อเทียบกับปี 2562 และพาเบสท์ เอ็กซ์เพรส สู่แบรนด์ขนส่งย่อยอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย
รายได้ในปี 2562 เบสท์ เอ็กซ์เพรส ไม่มีการเปิดเผยข้อมูล แต่คาดการณ์ว่าจะเป็นรายได้ที่สูงกว่าปี 2561 ซึ่งเป็นรายได้ขวบปีแรกของเบสท์ เอ็กซ์เพรส ในประเทศไทย ที่บริษัท เบสท์ โลจิสติกส์ ประเทศไทย จำกัด เจ้าของแบรนด์ขนส่งย่อย เบสท์ เอ็กซ์เพรส แจ้งกับกระทรวงพาณิชย์ที่ 24.06 ล้านบาท ขาดทุน 9.59 ล้านบาท

การเติบโต 10% ของเบสท์ เอ็กซ์เพรสในปีนี้ และการเป็นขนส่งย่อยอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยในอนาคต เจสันวางกลยุทธ์การแข่งขันดังนี้
1. สร้าง Ecosystem สู่ One Stop Integrated Supply Chain Service
เจสันกล่าวว่า ธุรกิจของเบสท์ อิงซ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเบสท์ เอ็กซ์เพรส ในประเทศจีน มีธุรกิจให้บริการถึง 8 กลุ่มธุรกิจ เช่น ขนส่งย่อย คาร์โก้ แคปปิตอล คลาวด์ และอื่น ๆ
โดยในประเทศไทย ปัจจุบันเบสท์ อิงซ ได้เข้ามาเปิดธุรกิจขนส่งย่อยเพียงธุรกิจเดียวในปี 2561 ก่อนที่จะนำธุรกิจอื่น ๆ เข้ามาให้บริการในอนาคต เพื่อเป้าหมายคือ One Stop Integrated Supply Chain Service ให้บริการผู้บริโภคครอบคลุม 360 องศามากยิ่งขึ้น
ซึ่งในอนาคตอันใกล้ เบสท์ เอ็กซ์เพรส วางแผนนำบริการขนส่งย่อยระหว่างประเทศให้กับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (Cross Border Ecommerce Logistics), คาร์โก้ และแคปปิตอล เข้ามาให้บริการในประเทศไทย เพื่อต่อยอดภาพเบสท์ เอ็กซ์เพรส สู่ One Stop Integrated Supply Chain Service ยิ่งขึ้น
โดย Cross Border Ecommerce Logistics เป็นการผนึกกำลังกับเบสท์ เอ็กซ์เพรส บริษัทแม่ในประเทศจีน และประเทศอื่น ๆ ที่เบสท์ อิงซ เปิดกิจการ เชื่อมโยงการขนส่งข้ามประเทศเข้าด้วยกัน เพื่อลดต้นทุนในการขนส่งข้ามประเทศให้กับธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีการขายสินค้าข้ามประเทศผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ
ส่วนบริการแคปปิตอลเป็นการให้สินเชื่อกับผู้ประกอบการที่เป็นแฟรนไชส์ของเบสท์ เอ็กซ์เพรส ในการปรับปรุงร้าน ขยายธุรกิจ และอื่น ๆ
Marketeer มองว่าการที่เบสท์ เอ็กซ์เพรส เข้ามาเปิดตลาดในธุรกิจขนส่งย่อยก่อน เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ทำความรู้จักกับตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค การแข่งขันในตลาด และเป็นการสร้างการรับรู้ และความมั่นใจในการให้บริการกับผู้บริโภค เพื่อต่อยอดไปยังธุรกิจอื่น ๆ ในอนาคต เพราะถ้าผู้บริโภครู้จักแบรนด์และเชื่อมั่นในการให้บริการแล้ว โอกาสที่จะเปิดใจในบริการที่มีมากขึ้นตามมา
การที่ เบสท์ เอ็กซ์เพรส เริ่มจากตลาดขนส่งย่อย Marketeer เชื่อว่ามาจากการมองเห็นโอกาสในตลาดขนส่งย่อยในประเทศไทยที่มีการเติบโตสูง จากการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ
โดยเฉพาะการเข้ามาแข่งขันของอีมาร์เก็ตเพลสต่าง ๆ พร้อมแคมเปญโปรโมชั่นต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดการเติบโตของการซื้อของออนไลน์อย่างก้าวกระโดด จนตลาดขนส่งย่อยมีที่ว่างใหญ่มากพอที่จะรองรับคู่แข่งรายใหม่ ๆ ที่เข้ามาสร้างรายได้รองรับความต้องการของตลาด และขนส่งย่อยยังเป็นบริการที่ผู้บริโภคสามารถสัมผัสและจับต้องได้ง่ายอีกด้วย
2. แข่งขันที่ราคาและความเร็ว
แม้ตลาดขนส่งย่อยในประเทศไทย เป็นตลาดที่ยังมีช่องว่างในตลาดมาก แต่พฤติกรรมผู้บริโภคในการเลือกใช้บริการขนส่งย่อยส่วนใหญ่จะตัดสินใช้บริการจาก
– ราคาค่าส่ง
– ความรวดเร็วในการส่ง
– มาตรฐานในการให้บริการ
– จุดรับพัสดุที่สะดวก
บิสซิเนสโมเดลของเบสท์ เอ็กซ์เพรส ใช้วิธีการลงทุนในเทคโนโลยี แวร์เฮาส์ ศูนย์กระจายสินค้าเอง ส่วนจุดรับพัสดุใช้วิธีการขายแฟรนไชส์ให้กับผู้สนใจ
ในปัจจุบันเบสท์ เอ็กซ์เพรส มีแฟรนไชส์ทั่วประเทศ 500 แห่ง และวางเป้าหมายเพิ่มเป็น 800 แห่งในสิ้นปี และ 2,000 แห่งในปี 2565
ส่วนแวร์เฮาส์ในปัจุบันมีทั้งสิ้น 7 แห่ง แบ่งเป็นแวร์เฮาส์ขนาดใหญ่ 4 แห่งอยู่ในกรุงเทพฯ สุราษฎร์ธานี ขอนแก่น และพิษณุโลก เพื่อกระจายพัสดุไปยังจังหวัดต่าง ๆ
ในครึ่งปีหลัง 2563 เบสท์ เอ็กซ์เพรส ได้งบจากบริษัทแม่เพิ่มเติม 300 ล้านบาท จากงบประมาณเดิม เพื่อลงทุนด้านเทคโนโลยีและแวร์เฮาส์ เพื่อเชื่อมโยงเป็น Ecosystem ให้บริการที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
การที่เบสท์ให้ความสำคัญกับการลงทุน Ecosystem เพื่อคุณภาพและความรวดเร็วในการให้บริการ Marketeer มองว่ามาจากการแข่งขันในธุรกิจขนส่งย่อยที่ราคาและความเร็วในการส่งเป็นหนึ่งในตัวแปรอันดับต้น ๆ ที่ผู้บริโภคเลือก
และการที่ขนส่งย่อยสามารถทำราคาที่ต่ำในการให้บริการได้มาจากการรับขนส่งพัสดุย่อยในจำนวนที่มากพอจนเกิด Economy of Scale ในการให้บริการ
ส่วนการที่เบสท์ เอ็กซ์เพรสใช้แฟรนไชส์เป็นจุดรับสินค้าเป็นกลยุทธ์ที่สามารถขยายจุดให้บริการอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลาหาทำเล เม็ดเงินในการลงทุน และพนักงานหน้าร้าน ด้วยตัวเอง และการที่มีจุดรับพัสดุกระจายอยู่จำนวนมาก เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ทำให้ผู้บริโภคสะดวกในการเดินทางมาใช้บริการ และไม่ไปใช้บริการของคู่แข่ง
ซึ่งบิสซิเนสโมเดลในรูปแบบนี้เป็นโมเดลที่ขนส่งเอกชนย่อยนิยมใช้ในการขยายธุรกิจ
แต่ข้อเสียของการขยายธุรกิจผ่านแฟรนไชส์คือไม่สามารถควบคุมการให้บริการในมาตรฐานเดียวกันได้ทุกจุดให้บริการ และอาจจะสร้างประสบการณ์ไม่ดีในการให้บริการกับผู้บริโภคในบางสาขาได้
ซึ่งสาขาให้บริการรับพัสดุในปัจจุบัน เบสท์ เอ็กซ์เพรสถือว่ายังน้อยเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่เป็นรายใหญ่ในตลาด ทำให้เบสท์ เอ็กซ์เพรสใช้กลยุทธ์รับพัสดุถึงบ้านพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ฟรีเข้ามาเสริมให้บริการด้วย เจสันกล่าวว่าบริการรับพัสดุฟรีถึงบ้าน เบสท์ เอ็กซ์เพรสเป็นรายแรกในตลาดประเทศไทยที่เปิดให้บริการในรูปแบบนี้
ซึ่งการที่เบสท์ เอ็กซ์เพรสเน้นการให้บริการรับพัสดุฟรีกับแม่ค้าพ่อค้าออนไลน์ มาจากการมองว่าลูกค้ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีการส่งพัสดุในแต่ละครั้งจำนวนมาก และมีความถี่ในการส่งที่สูง ซึ่งถ้าเข้าถึงลูกค้ากลุ่มนี้ได้มากขึ้นเท่าไร โอกาสในการสร้างรายได้ก็มีมากขึ้นเท่านั้น
แต่อย่างไรก็ดี การเข้าถึงพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ยังมีความท้าทายในเรื่องเวลาในการเข้ารับพัสดุ เพราะปัจจุบันลูกค้าที่ซื้อของออนไลน์มีความต้องการให้สินค้าถึงมือเร็วที่สุด และการซื้อของออนไลน์ของผู้บริโภคบางกลุ่ม นิยมสั่งซื้อและชำระเงินค่าสินค้าในช่วงเวลาเย็นหลังเลิกงาน ทำให้ร้านค้าต้องแพ็กสินค้าตอนกลางคืนเพื่อนำไปส่งที่ขนส่งย่อยในช่วงเช้าให้ทันรอบการเข้ามารับพัสดุกระจายไปยังศูนย์คัดแยกของบริษัทขนส่งย่อยในรอบเช้า เพื่อที่จะให้พัสดุถึงมือลูกค้าที่สั่งสินค้าเร็วขึ้น
การเข้ามารับพัสดุจากบ้านพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ถ้าไม่สามารถเข้าไปรับพัสดุทั้งหมดได้ทันรอบการส่งพัสดุเพื่อกระจายสินค้าในรอบเช้าได้ โอกาสที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จะใช้บริการก็จะลดน้อยลงเช่นกัน
นอกจากนี้ ในมุมของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่มียอดการขายจำนวนมาก นิยมแบ่งพัสดุออกเป็นส่วน ๆ กระจายส่งกับผู้ให้บริการขนส่งย่อยหลายเจ้า แทนการส่งกับขนส่งย่อยรายเดียว
การที่พ่อค้าแม่ค้าทำเช่นนั้นมาจากการกระจายความเสี่ยงในการส่ง เพราะพวกเขามีความเชื่อว่าการส่งพัสดุจำนวนมาก ๆ ให้กับขนส่งย่อยเดียว โอกาสในการส่งล่าช้าจะมีสูงขึ้น จากพัสดุที่ต้องคัดแยกเพื่อส่งมากขึ้น
3. ณเดชน์สร้างการรับรู้ บนงบการตลาด 10%
ในปีนี้ เบสท์ เอ็กซ์เพรส ใช้งบการตลาด 10% จากรายได้ทั้งหมด ในการสร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดการส่งพัสดุอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำ ณเดชน์ คูกิมิยะ เป็นพรีเซนเตอร์สร้างการรับรู้ในแบรนด์ พร้อมความง่ายในการจดจำ และจัดงานอีเวนต์ BEST ROAD NEW LIFE นำสายพานลำเลียงพัสดุมาติดตั้ง พร้อมนำ ณเดชน์ ร่วมกิจกรรมในงาน เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นภาพระบบการขนส่งของเบสท์ เอ็กซ์เพรส
นอกจากนี้ ยังมีการนำแมสคอตกวางของเบสท์ เอ็กซ์เพรสมาเชื่อมโยงกับพรีเซนเตอร์ ในจุดทัชพอยต์ต่าง ๆ เพื่อสร้างการรับรู้ในแมสคอตของแบรนด์ เพราะถ้าวันที่สัญญากับ ณเดชน์ หมดลง ผู้บริโภคยังคงจดจำแบรนด์ได้จากแมสคอตกวาง
การแข่งขันในธุรกิจส่งพัสดุย่อยแม้จะท้าทายแต่ก็มีโอกาสสูง และเบสท์จะทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่ คงต้องให้ผู้บริโภคเป็นผู้ตัดสิน
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
