Marketing Everything/รวิศ หาญอุตสาหะ

ตอนที่โควิด-19 ระบาดครั้งแรก แทบทุกบริษัทต้องปรับตัวกันขนานใหญ่ โดยเฉพาะในเรื่องการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการประชุม เก็บและวิเคราะห์ข้อมูล พัฒนาสินค้ารวมถึงบริการ และปรับเปลี่ยนระบบภายในองค์กร ถือได้ว่าเราเข้าสู่ยุค “ดิจิทัล ดิสรัปชัน” อย่างเต็มตัว

แต่เราจะวัดการเปลี่ยนแปลงและผลของความสำเร็จในได้อย่างไร?

นี่คือคำถามใหญ่สำหรับคนที่เป็นซีอีโอ ซึ่งรวมถึงผมด้วยเช่นกัน ซีอีโออย่างเรานอกจากจะคอยดูภาพรวมขององค์กรแล้ว เราต้องพัฒนาองค์กรให้ก้าวทันยุคสมัยและประสบความสำเร็จ แต่เราควรจะใช้วิธีแบบไหนกันล่ะ?

รายงานฉบับหนึ่งของ McKinsey ชื่อเรื่องว่า “How do you measure success in digital? Five metrics for CEOs” เขียนไว้น่าสนใจมาก เขาบอกว่า ซีอีโอควรถามตัวเองได้แล้วว่า เราได้วางแผนหรือกลยุทธ์พาบริษัทเข้าสู่ยุคใหม่แล้วหรือยัง? แผนที่วางไว้เนี่ยชัดเจนมากแค่ไหน? แล้วคุณโฟกัสประเด็นที่ถูกต้องหรือเปล่า? ซึ่ง McKinsey ได้ให้เกณฑ์ 5 ข้อที่น่าสนใจสำหรับการวางแผนพาบริษัทเข้าสู่ยุคดิจิทัล เราลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้างครับ

1. สร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปแบบดิจิทัล

การทำธุรกิจแน่นอนว่าเราต้องการผลตอบแทน แต่อย่ายึดติดแค่ว่าผลตอบแทนนั้นจะต้องมาจากการทำธุรกิจหลักของเราเพียงอย่างเดียว จำไว้เสมอว่าไม่มีสิ่งใดยั่งยืน การยึดโยงกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งสามารถเกิดความผิดพลาดได้สูง ดังนั้น เราจึงควรที่จะลงทุนในด้านอื่น ๆ เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับบริษัทของเรา

แล้วการลงทุนในรปแบบดิจิทัลคืออะไร? มันคือการปรับระบบขององค์กรและบริการที่เรามีให้ลูกค้านั้นกลายเป็นระบบออนไลน์ อย่างการปรับระบบหน้าร้านให้เชื่อมเข้ากับฐานข้อมูลแบบเรียลไทม์และทำการเก็บข้อมูลการเข้าใช้บริการของลูกค้า เพื่อที่เราจะได้นำมาปรับปรุงการผลิตสินค้าหรือบริการที่ดีกว่าเดิม อีกทางหนึ่งคือการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้กับบริษัท เพราะเราจำเป็นที่จะต้องก้าวให้ทันโลก ดังนั้น การลงทุนแบบดิจิทัล หรือการลงทุนกับเทคโนโลยีจึงสำคัญเป็นอย่างมาก

2. ลงทุนไปกับเทคโนโลยีมากแค่ไหน

อย่างที่กล่าวไปว่าเทคโนโลยีนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะทุกอย่างในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่าง เมื่อก่อนเราจะผูกระบบไว้กับเทคโนโลยีหลักของบริษัท หรือโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่ง แต่การเข้ามาของโซเชียลเน็ตเวิร์กทำให้เราต้องพึ่งพาเทคโนโลยีเล็ก ๆ น้อย ๆ มากขึ้น เพราะผู้บริโภคมีหนทางหลากหลายให้เลือกใช้ เราจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนตาม

ดังนั้น เราจึงไม่ควรตระหนี่กับการลงทุนในเรื่องเทคโนโลยี แน่นอนว่าเราต้องประเมินความเสี่ยงให้ดี แต่ถ้ายึดกับอะไรเก่า ๆ มากไปเราอาจจะกลายเป็นผู้แพ้ในสนามธุรกิจได้

3. ใช้เวลาไปกับผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ นานเท่าไร

เวลานั้นเป็นเงินเป็นทอง ยุคนี้เทรนด์มาไวไปไว ถ้าเราทำอะไรช้าเกินไปก็โดนแย่งส่วนแบ่งตลาดไปหมด ยิ่งช้าเท่าไรโอกาสประสบความสำเร็จก็ลดลงมากเท่านั้น

แต่เร็วมากก็ไม่ได้แปลว่าจะดีเสมอไป เพราะงานที่ดีนั้นต้องใช้เวลา แต่เราจะทำอย่างไรที่จะใช้เวลาให้น้อยและได้งานที่มีคุณภาพ นี่คือหน้าที่สำคัญของซีอีโอที่ต้องคอยดูแลภาพรวมในจุดนี้  อย่างที่บอกว่าทุกอย่างมาและไปไวมาก เราจึงจำเป็นที่จะต้องสังเกตเทรนด์ในปัจจุบัน และต้องคาดการณ์อนาคตไว้ด้วยว่าจะเป็นอย่างไร เพื่อที่จะวางแผนผลิตสินค้าของเราให้ออกมาตรงตามความต้องการของตลาดและใช้เวลาให้น้อยที่สุด

4. องค์กรมีความเชื่อมั่นและความเข้าใจกับเทคโนโลยีแล้วหรือยัง

การเปลี่ยนแปลงมาพร้อมกับความขัดแย้ง เมื่อเรานำสิ่งใหม่เข้ามาในองค์กร ในฐานะซีอีโอเราจำเป็นต้องมีความเข้าใจในสิ่งนั้น ไม่ใช่แค่นำเข้ามาเพราะว่ามันใหม่ เนื่องจากทุกคนจะมองซีอีโอในฐานะตัวต้นแบบของบริษัท ถ้าซีอีโอไม่มีความเข้าใจในสิ่งที่ต้องเองกำลังทำ ใครล่ะจะเชื่อใจในตัวเรา

บางครั้งต่อให้เรามั่นใจว่าสิ่งใหม่ ๆ ที่เราเอามานั้นดี แต่บางคนอาจจะไม่เห็นด้วยและค้าน ซีอีโอจึงควรที่จะอธิบายและสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนเหล่านั้นด้วยเช่นกัน

5. รักษาคนเก่งในองค์กรไว้ได้หรือเปล่า

กำลังคนเป็นเรื่องที่สำคัญมากเช่นกัน ต่อให้ระบบดี เทคโนโลยีทันสมัย แต่ถ้าคนใช้ไม่เข้าใจและทำไม่ได้แล้ว บริษัทก็สามารถล้มได้ ในฐานะซีอีโอคุณจำเป็นที่จะต้องมองให้ออกว่าคนที่เข้ามาในองค์กรของคุณนั้นมีความสามารถตามที่ต้องการจริงหรือเปล่า

​คำว่าคนเก่งเนี่ย ไม่จำเป็นต้องรอบรู้ทุกด้าน แต่ควรที่จะมีความถนัดในงานของตนเอง ดังนั้นเมื่อคุณมองหาคนเก่ง ไม่จำเป็นต้องหาคนที่เพอร์เฟกต์ แต่ถ้าต้องหาคนที่เหมาะกับงานในตำแหน่งนั้น ๆ ให้มากที่สุด

เมื่อได้คนเก่งเข้ามาในองค์กรแล้วก็ตาม สิ่งที่สำคัญกว่าคือ การรักษาคนเก่งให้อยู่กับองค์กรต่อไป ส่วนนี้ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมขององค์กรที่ซีอีโอสร้างขึ้น หากพวกเขาทำงานกับบริษัทแล้วมีความสุข ได้เลื่อนตำแหน่ง มีความก้าวหน้าในอาชีพ พวกเขาจะไม่ทิ้งองค์กรไป แต่ถ้าองค์กรเอาแต่ใช้งานโดยไม่สนใจความเป็นอยู่ พวกเขาก็สามารถทิ้งเราไปโดยง่ายเช่นกัน

ทั้ง 5 ข้อที่กล่าวไปถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับซีอีโอขององค์กรและบริษัทต่าง ๆ ที่ต้องปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล ดิสรัปชัน หากยังไม่รู้จะต้องทำอย่างไร การนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้ถือเป็นเรื่องที่ดีครับ


แปลและเรียบเรียงจาก: https://mck.co/3t5rIh1



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน