“Hello Hello หวัดดียัยผีร้าย เป็นยังไงบ้าง สบายดีนะตะเอง ดีจร้า ใครอ๊ะ เราสบายดี อุ๊บ!โทษทีเสียงไม่คุ้นเลย หล่อนเป็นใครจ้ะถึงกล้ามาเรียกเราว่ายัยผีร้าย รมย์เสีย มีคนเรียกเราได้แค่คนเดียวเท่านั้นนะ คืออาจารย์เจ้าขาทูนหัวของบ่าว นอกนั้นอย่ามาเสนอหน้า หล่อนเป็นใคร รีบบอกชื่อมาให้ว่อง จำเสียงเราไม่ได้จริงๆ หรา โอ้ย! จำไม่ได้หรอกคนโทรมาวันละร้อยสาย ใครจะจำได้ จำไม่หวาดไม่ไหว นี่หล่อนเป็นใครรีบแจ้งชื่อมาไม่งั้นชั้นวางสาย โถ โถ โถ คนสวยไม่น่าใจร้ายเลย เราเองสโรชินี หรือคนทั่วไปเรียกเราว่าอุบล ฮ้า!…หล่อนเองรึอุบล ต๊าย!ชั้นนึกว่าหล่อนตายไปพร้อมกับละครพิษสวาทนั้นแล้ว ได้ข่าวว่าทางช่องปลื้มนักปลื้มหนาว่าเรทติ้งสูงสุดในคืนอวสาน หล่อนก็พูดไป แล้วหล่อนมีอะไรย่ะถึงได้โทรมาหาชั้นเนี๊ยะ อย่าบอกว่าหล่อนคิดถึงชั้นนะ เพราะร้อยวันพันปีหล่อนไม่เคยโทรมาหาชั้นเลยถ้าไม่มีเรื่องเดือดร้อน โถ โถ โถ ยัยผีร้ายเพื่อนเลิฟ หล่อนก็รู้อยู่นี่ว่าชั้นงานเยอะ นี่ก็กำลังจะเปิดตัวสินค้าใหม่ อะไรน้า… หล่อนจะเปิดตัวสินค้าใหม่ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้นี่น่ะหรือ ไม่บ้า ก็โง่แล้วละตัว ก็นี่แระชั้นจึงต้องโทรมาหาเธอนี่ไง ชั้นอยากพบอาจารย์ของเธอ เธอช่วยนัดและหาคิวให้ชั้นหน่อยได้มั๊ย

อุ๊ย…ช่วงนี้จารย์ไม่ค่อยว่าง งานบรรยายท่านเยอะขึ้นเหนือล่องใต้เดินสายยิ่งกว่าสะอ๊วต (แอร์+สจ๊วต) เสียอีกนะเธอ นั่นนะซิ ชั้นละเกรงจั๊ยเกรงใจ จึงต้องโทรมาหาเธอนี่ไง ในฐานะที่เธอเป็นเพื่อนเลิฟของชั้น หล่อนนี่มันปากหวานนะเวลาจะใช้งาน เอา เอาก็ได้ ฉันจะยอมบากหน้าหาคิวให้ก็แล้วกัน แต่ว่าสินค้าของเธอคืออะไร เป็นอาหารเสริมบำรุงเลือด บำรุงสายตา และบำรุงกระดูก เหมาะกับสาววัยทองอย่างเธอไงล่ะ เรียกว่า 3 IN ONE แค่ฉีกซองกรอกใส่ปากได้เลย ฮ้า!..กินง่ายขนาดนั้นเลยหรา ยี่ห้ออะไร ชั้นยังไม่ได้ตั้งชื่อกะว่าจะมาขอปรึกษาอาจารย์ก่อน แล้วถึงจะสร้างแบรนด์ แล้วตอนนี้สินค้าของหล่อนเสร็จรึยัง จะเสร็จต้นปีหน้า ชั้นจึงต้องรีบมาขอปรึกษาอาจารย์ก่อนไง อื้ม!ดีนะที่หล่อนยังมีสติและคิดเป็น ย่ะ…ใครจะเหมือนหล่อน อยากทำอะไรก็ทำเลย ชั้นยังอยู่ในขั้น Start Up ยังไม่ขึ้นระดับ SME’s จะทำอะไรชั้นก็ต้องระวังตัวนิดหน่อย อะไรก็เป็นเงินเป็นทองทั้งนั้นนะจ๊ะเธอ ว้าย!หล่อนอย่ามาแว้งกัดชั้นนะเด๋วชั้นไม่ช่วยนะย่ะ อุ๊บ!ชั้นล้อเล่น โอเคร เด๋วชั้นโทรนัดอาจารย์ให้ ได้วันไหนแล้วชั้นจะโทรไปบอกเธอนะ โอเคจร้า ขอบใจเพื่อนมาก คุณผู้อ่านเจ้าขาเห็นทีนู๋จะต้องนำเรื่องนี้ปรึกษาอาจารย์เสียก่อนแล้วจะได้ถือโอกาสถ่ายทอดเรื่องราวดีๆผ่านคอลัมน์ของอาจารย์ด้วยนะเจ้าค่ะ ซึ่งนู๋คิดว่ามันจะเป็นประโยชน์มากกว่าที่เพื่อนนู๋จะได้รับเพียงคนเดียว สมัยนี้มีอะไรต้องแบ่งปัน แชร์กันนะเจ้าคะ สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ…..นะเจ้าคะ”

จริงครับคุณผู้อ่านยัยผีร้ายได้นำเรื่องราวของเพื่อนนางมาเล่าให้ผมฟังแล้ว ผมคิดว่ากลยุทธ์ที่จะเหมาะกับการทำธุรกิจในช่วงนี้คงหนีไม่พ้นกลยุทธ์ที่เรียกว่า GTM หรือเรียกชื่อเต็มว่า กลยุทธ์ “go-to-market” ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยธุรกิจในการนำสินค้าและบริการของพวกเขาไปสู่ลูกค้า แม้ว่ากลยุทธ์นี้จะค่อนข้างเกี่ยวข้องกับการเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่กลยุทธ์ GTM ก็ยังมีประโยชน์ต่อธุรกิจทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ นอกจากนี้กลยุทธ์นี้ไม่ใช่แค่ทำให้เวลาในการทำการตลาดสั้นลงและลดค่าใช้จ่ายเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างการเติบโตของธุรกิจอีกด้วย เคล็ดลับสำคัญของกลยุทธ์ GTM ที่ประสบผลสำเร็จนั้น ได้แก่

1. สร้างข้อเสนอที่มีคุณค่า สิ่งแรกที่คุณต้องทำก่อนทำการตลาดสำหรับสินค้าต่างๆ ก็คือ การกำหนดว่า จุดขายเฉพาะของผลิตภัณฑ์ (Unique Selling Point : USP) ของตนเองนั้นมีความแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร เพราะจะช่วยให้สะดวกต่อการกำหนดราคาที่เหมาะสมและสามารถระบุกลุ่มเป้าหมายได้อย่างถูกต้อง การกำหนดจุดขายเฉพาะของผลิตภัณฑ์ของคุณเริ่มต้นได้ด้วยการประเมินประโยชน์หลักๆ ของสินค้าและบริการของคุณที่มอบให้แก่ลูกค้า ต้องลองเข้าไปอยู่ในมุมของลูกค้า และคิดถึงปัญหาที่พวกเขาต้องการแก้ไข วิธีนี้จะทำให้คุณสามารถกำหนดกลยุทธ์การตลาดของคุณได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า โอ้โห้…ดีงามพระรามแปด ชัดเจน แจ่มแจ้งแดงแจ๋เลยเจ้าค่ะ นู๋ขออนุญาตยกตัวอย่างเรื่อง กาแฟลดความอ้วนนะเจ้าค่ะเพราะมันตรงกับสิ่งที่อาจารย์กล่าวมาทั้งหมด เชิญเลยจร้าแม่คุณ

เจ้าค่ะ ก็เมื่อสัก 10 กว่าปีที่ผ่านมาตลาดกาแฟเติบโตมาก และช่วงนั้นกระแสสุขภาพและความงามกำลังมาแรง ตลาดส่วนใหญ่มักจะมุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้หญิงวัยทำงาน มีพฤติกรรมแบบคนเมือง และมีกำลังซื้อสูง ซึ่งในช่วงนั้นได้มีสถาบันความงามประเภทลดน้ำหนักแบรนด์หนึ่ง เค้าเกิดไอเดียมองเห็นช่องทางการตลาดและความต้องการของลูกค้า เค้าก็เลยไปจ้างบริษัทอาร์แอนด์ดีบริษัทหนึ่ง ให้มาช่วยพัฒนาและคิดผลิตภัณฑ์ให้ สุดท้ายก็ได้เป็นกาแฟลดความอ้วนชนิดใหม่ ที่ใช้ชื่อสถาบันตัวเองเป็นตราสินค้า ส่วนกลยุทธ์การขายไม่มีอะไรมากมาย ในช่วงแรกให้พนักงานในร้านของตัวเองช่วยเชียร์สินค้าให้ จนกลายเป็นกระแสบอกต่อ ช่วงนั้นขายดิบขายดีมาก ผลิตออกมาเท่าไหร่ก็ขายหมด นู๋จำได้ว่าต้องรอคิวนานกว่าจะได้สินค้า และยิ่งถ้าเค้าจัดโปรโมชั่นซื้อ 3 แถม 1 นี่ไม่ต้องบอกเลย เหมือนแจกฟรี ลูกค้าแต่ละนางงี้เรียกว่าโกยเป็นโกดัง เว่อร์ เว่อร์ ชั้นว่าเธอเว่อร์วังล่ะ แหมก็เพื่ออรรถรสในการบรรยายอ่ะเจ้าค่ะ ในช่วงนั้นต้องบอกว่าขายสินค้าตัวนี้อย่างเดียวก็อยู่ได้อย่างสบายแล้ว แต่แล้วก็เกิดอนิจัง ทุกขัง อนัตตา อาจารย์ก็รู้นิสัยคนไทยใช่มั๊ยเจ้าค่ะ ไงจ้ะ อย่ารวยคนเดียว ว่าแล้วก็มีทูโปรดักส์ออกมาขายแข่งกันเต็มบ้านเต็มเมืองพร้อมทั้งตัดราคาขายกันให้วุ่นวายจนตอนนี้สินค้าประเภทนี้กลายเป็นสินค้าทั่วไป จำหน่ายเหลือเพียงซองละไม่กี่บาทแล้วเจ้าค่ะ ก็คงเป็นเพราะเขาไม่มี USP ใช่ไหมเจ้าคะ แหม! เธอนี้มันช่างสู่รู้จริงๆนะ 5555 อั๋ยยะ! นู๋จะดีใจกับคำชมดีมั๊ยนะเจ้าคะคุณผู้อ่านเจ้าขา ฟังดูทะแม่งๆ ยังไงไม่รู้

2. กำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสำเร็จของกลยุทธ์ GTM ก่อนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ควรใช้เวลาในการลงมือทำวิจัยหาข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมาย ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่มักจะดึงดูดใจคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ดังนั้นยิ่งเข้าใจกลุ่มเป้าหมายมากเท่าไรยิ่งดี นอกจากเปรียบเทียบอายุ เพศ และปัจจัยทางด้านประชากรศาสตร์แล้ว คุณควรพิจารณากำลังซื้อและแหล่งช้อปปิ้งของพวกเขาด้วย ซึ่งวิธีนี้จะทำให้คุณสามารถวางแผนได้อย่างสอดคล้องกับความต้องการและพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย อุ๊บ! ข้อนี้นู๋ไม่ขอพูดเพิ่มเติมหรือเสริมข้อความใดๆ ทั้งสิ้นอีกแล้วนะเจ้าค่ะ ทุกอย่างมันเคลียร์มากเจ้าค่า…………

3. พิจารณากลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ คุณควรพิจารณาด้วยว่า จะวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของคุณอย่างไร รวมไปถึงการใช้โปรโมชั่นพิเศษ การวางแผนแบบแพ็ครวม และกลยุทธ์อื่นๆ ที่สามารถเพิ่มยอดขายให้กับผลิตภัณฑ์ คุณยังสามารถพิจารณาการเสนอขายสินค้าอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกัน ในข้อความการขายนั้นอย่าลืมบอกด้วยว่า เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งแล้วทำไมสินค้าของคุณถึงได้โดดเด่นกว่า อาจารย์เจ้าขาข้อนี้นู๋ขอยกเคสตัวอย่างโฆษณาที่นู๋เคยเจอได้ไหมเจ้าคะ ไม่ต้อง! เธอไม่ต้องมาอธิบายความ แค่นี้พอ ว้าย!จะไม่อธิบายเนื้อเรื่องหน่อยรึเจ้าคะ ไม่ต้อง!คุณผู้อ่านเขามีวิจารณญาณ มีแต่เธอนี่แระที่ไม่เก็ท เจ้าค่ะนู๋ไม่ค่อยเก็ท แต่นู๋เก็กซิมจริงๆ ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ โอ้น้ำตาหรือจะแก้ปัญหาใจ ร้องไห้ทำไมร้องทำไมให้เปลืองน้ำตา ฮือ ฮือ ฮือ……

4. ทำการระบุช่องทางการขาย มีช่องทางมากมายหลากหลายช่องทางที่คุณสามารถใช้ในการโปรโมทและขายสินค้าของคุณ หลังจากกำหนดกลุ่มเป้าหมายแล้ว คุณจำเป็นต้องคิดเกี่ยวกับเรื่องที่ว่า ลูกค้าเหล่านี้ชอบไปซื้อของที่ไหน ซึ่งอาจจะเป็นงานแสดงสินค้า ร้านค้าปลีก ตลาดออนไลน์ สื่อโซเชียล หรือเว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ ปัจจุบันนี้แม้แต่การส่งทีมขายของคุณไปพบลูกค้าถึงบ้าน ก็อาจจะเป็นวิธีที่เหมาะสม คุณต้องแน่ใจว่า ช่องทางจำหน่ายที่เลือกนั้นเหมาะสมกับประเภทของสินค้าที่คุณกำลังจัดจำหน่ายด้วย

อย่างไรก็ตามไม่ว่าคุณจะเลือกช่องทางจำหน่ายสินค้าช่องทางไหน ต้องแน่ใจว่าลูกค้าของคุณจะได้พบกับสินค้าที่เหมือนกัน เช่น สินค้าที่คุณเสนอขายผ่านร้านค้าปลีก ก็ควรจะเหมือนกับสินค้าที่ลูกค้าซื้อผ่านทางออนไลน์ เป็นจริงตามนั้นเจ้าค่ะ ปัญหาที่พบส่วนใหญ่เวลาที่ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าผ่านสื่อออนไลน์ หรือสื่อโซเชียล ลูกค้าบางส่วนมักจะได้ของไม่ตรงกับความต้องการของตนเอง เช่น ได้ของเล็กไป ในรูปที่โชว์ดูสวยดีแต่ทำไมเวลาได้ของจริงทำไมไม่เห็นเหมือนในรูปเลย นู๋ว่าไม่แฟร์นะเจ้าค่ะ

5. การสร้างกรอบเวลา กลยุทธ์ GTM ควรจะมีกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการปฏิบัติให้บรรลุผลสำเร็จ กรอบเวลานี้ควรจะสิ้นสุดในแต่ละขั้นตอน อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่ายืดหยุ่นไม่ได้ เมื่อเวลาผ่านไปอาจจำเป็นต้องแก้ไขและปรับปรุงกลยุทธ์ให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ อาจารย์หมายถึงกรอบเวลาในแผนงานการตลาดใช่มั๊ยเจ้าค่ะ เป๊ะปังดังเว่อร์ใช่เลยเธอเก่งมาก เพราะกรอบเวลาจะเป็นเครื่องมือในการวัดความสำเร็จของแผนงานแต่ละตัว อีกทั้งมันยังเป็นตัวช่วยจัดเรียงลำดับความสำคัญของงานได้เป็นอย่างดี และหากเราไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงของเวลาแล้ว การดำเนินธุรกิจก็อาจจะประสบปัญหาได้เหมือนกับสื่อนิตยสารและสื่อหนังสือพิมพ์ชื่อดังที่กำลังทะยอยปิดตัวเองลงไปอย่างน่าใจหาย เธอก็คิดเอาเองนะว่าอยากจะเป็นกลุ่มที่ได้เดินต่อหรือเดินจากไป เหลือแค่เพียงชื่อไว้เป็นตำนาน “เจ็บแค้นเคืองโกรธ โทษฉันใย ฉันทำอะไรให้เธอเคืองขุ่น” เฮ้อ!!!!! นู๋ละปลงแทน รู้สึกเหมือนโดนเทยังไงไม่รู้ น้ำตาจิไหล

6. มีการประเมินผลแผนงานที่ได้ทำไป ก่อนการเปิดตัวสินค้าสู่ตลาด คุณต้องมีความชัดเจนมากๆ ว่าสิ่งที่คุณต้องการให้บรรรลุผลสำเร็จนั้นคืออะไร ตัวอย่างเช่น คุณควรกำหนดยอดขายที่ชัดเจน เพื่อให้ง่ายต่อการวัดผล ในการเพิ่มโอกาสของความสำเร็จนั้น คุณต้องแน่ใจว่า ทีมขายของคุณได้รับรู้ถึงผลลัพธ์ที่ต้องการจากการเริ่มดำเนินการตามแผนงานนั้นอย่างไร เห็นดีเห็นงามด้วยเจ้าค่ะ เพราะการทำอะไรที่ไร้เป้าหมาย ก็เหมือนกับเรือที่ขาดเข็มทิศและหางเสือ ต่อให้เรือลำนั้นจะใหญ่เพียงใดก็ตาม เรือก็จะลอยตามน้ำแบบไร้ทิศไร้ทาง ยากที่จะถึงฝั่งและประสบความสำเร็จได้ อุต๊ะ..อุปมาอุปมัยซะเห็นภาพเลย เก่งจริงๆ แม่สนิมสร้อย ขอบคุณเจ้าค่ะที่ชม เชิบๆๆ นานๆ จะได้รับคำชมจากอาจารย์สักที

7. หลีกเลี่ยงหลุมพรางทั่วไป ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวนั้นสามารถทำลายกลยุทธ์ GTM ทั้งหมดของคุณได้ หลุมพรางบางอย่างที่คุณควรหลีกเลี่ยง ได้แก่

  • การมีตัวแทนจำหน่ายมากเกินไป ความต้องการทำยอดขายให้ได้มากๆ ทำให้บางบริษัทจ้างตัวแทนจำหน่ายมากมายหลายเจ้าตอนเปิดตัวสินค้า ซึ่งการมีตัวแทนจำหน่ายที่หลากหลายนั้นทำให้ดูดีเมื่อเริ่มดำเนินการก็จริง แต่ควรมีการวางแผนการบริหารจัดการที่ดีด้วย หากลูกค้ามีความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วก็ต้องมีแผนรองรับในการผลิตสินค้าให้ทันตามใบสั่งสินค้าเหล่านั้น และหากมียอดขายต่ำกว่าที่คาดไว้สินค้าของคุณก็จะตกค้างอยู่ในร้านค้า ดังนั้นจึงขอแนะนำว่า ควรเริ่มด้วยตัวแทนจำหน่ายเพียงหนึ่งหรือสองแห่ง แล้วจึงค่อยเพิ่มมากขึ้นเมื่อธุรกิจของคุณเติบโตขึ้น อุต๊ะ…สิ่งที่อาจารย์กล่าวมามันช่างน่ากลัวมาก โดยเฉพาะ ธุรกิจใหม่อย่างสตาร์ทอัพควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษนะเจ้าคะ พอ พอ พอก่อนนะคุณนายหน้ากระดาษชั้นเหลือน้อยเต็มที หยุดสาระ….สักนิดแล้วชีวิตเธอจะปลอดภัย เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ

 

  • การตั้งราคาผิด ถ้าคุณไม่ได้ตั้งราคาบนพื้นฐานของคุณค่าสินค้า คุณอาจตั้งราคาสินค้าของคุณต่ำเกินไปหรือสูงเกินไป ถ้าราคาสูงเกินไปคุณอาจถูกกดดันให้ลดราคาสินค้าลงมา และจะเกิดผลกระทบด้านลบต่อความน่าเชื่อถือของสินค้าของคุณ ในทางตรงกันข้ามถ้าคุณตั้งราคาต่ำก็อาจจะยากต่อการเพิ่มราคาในภายหลัง ดังนั้นก่อนการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ควรใช้เวลาในการประเมินหรือทำการทดสอบราคาของคุณให้ดีเสียก่อน เพื่อหาว่าราคาไหนคือราคาที่ลูกค้าเต็มใจซื้อจริงๆ แม่นอีหลีเด้อคร้าเด้อ เชื่อคำแก้วติหล่า เธอนี่ดราม่าไม่มีใครเกิน แม่นี่แซมมี่ได้ตลอดเว…ลา เธอเคยสำเหนียกในสิ่งที่ชั้นพูดบ้างมั๊ยว่าหน้ากระดาษชั้นเหลือน้อยเดี๋ยวชั้นอธิบายไม่จบ หัดรู้จักสำนึกบ้างซิจ๊ะ จิตสำนึกนะมีมั๊ย อู๊ย…“มันแน่นอก ต้องยกออก ให้แบกเอาไว้นานไปเดี๋ยวใจถลอก” ฮิฮิ!โดนจนได้เลยเรา

 

  • การมุ่งมั่นในการทำการตลาดออนไลน์มากเกินไป ด้วยการเข้ามาของเทคโนโลยีในปัจจุบัน บริษัทต่างๆ จึงลงทุนด้านการตลาดออนไลน์ผ่านทางโซเชียลมีเดียและอีคอมเมิร์ซมากขึ้น อย่างไรก็ตามในระยะยาวความสำเร็จของธุรกิจนั้นไม่อาจเกิดจากการตลาดออนไลน์เพียงอย่างเดียว กลยุทธ์การตลาดแบบ GTM ที่จะประสบผลสำเร็จนั้นได้ต้องประกอบด้วยความสมดุลระหว่างการตลาดออนไลน์ และกลวิธีการตลาดแบบดั้งเดิม จริงด้วยเจ้าค่ะอาจารย์ที่เคารพรักของคำแก้ว เพราะสมัยนี้ใช่จะมีแต่คนยุคใหม่ที่เก่งเทคโนโลยีเพียงกลุ่มเดียว กลุ่มคนรุ่นเก่าแบบคุณพ่อคุณแม่ของดิฉันก็ยังคงมีตัวตนอยู่ในโลกใบนี้ ดังนั้นเราควรต้องรู้จักผสมผสานและจัดวางสื่อได้อย่างเหมาะสมลงตัวดูจะเกิดประโยชน์สูงสุดนะเจ้าค่ะ จริงมั๊ยเจ้าค่ะทูนหัวของบ่าว อื่ม…ชั้นจะไม่พูดอะไรกับเธอแหละเอาเป็นว่าเธอนั้นเกินที่จะเยียวยา เพราะเราต้องดูว่ากลุ่มเป้าหมายของเราเป็นใคร มีพฤติกรรมการรับสื่ออย่างไร แต่ก็ควรอย่าติดกับดักของสื่อออนไลน์เพียงอย่างเดียว

ดังนั้นบทสรุปที่สำคัญก็คือ การผลิตสินค้าที่ดีเยี่ยมนั้นยังไม่พอ คุณต้องมีกลยุทธ์สำหรับการเข้าถึงตลาดเป้าหมายด้วย โดยการใช้เวลาพิจารณาเทคนิคต่าง ๆ ของกลยุทธ์ “go-to-market” ทั้ง 7 ข้อ ประกอบด้วย ในฉบับต่อไปนั้นจะเป็นเรื่องใดผู้เขียนขอเก็บไว้ก่อน แล้วพบกันในฉบับหน้านะครับ บาย!

 

 

“เมาท์กระจายสไตล์ธีรพันธ์”

ดร. ธีรพันธ์ โล่ห์ทองคำ

ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ใน