ยักษ์ Social Media สั่งปิดหนึ่งในเทคโนโลยียืนยันตัวตนที่ใช้มานานหลังไตร่ตรองแล้วว่าได้ไม่คุ้มเสีย

ในอีกไม่กี่สัปดาห์นับจากนี้ Meta หรือ Facebook เดิม จะทยอยปิดระบบสแกนใบหน้าที่มีอยู่ในแพลตฟอร์มรวมถึงลบข้อมูลใบหน้าของคนหลายพันล้านคนทั่วโลกเพื่อคลายความกังวลเรื่องการรุกล้ำความเป็นส่วนตัว

Jerome Pesenti รองประธานฝ่าย AI ของ Meta กล่าวว่า แม้เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้ผู้ที่พิการทางสายตาระบุตัวตนของเพื่อนได้และป้องกันการปลอมแปลงต่าง ๆ แต่ก็รับรู้ได้ว่าหลายฝ่ายกังวลถึงผลเสียของเทคโนโลยีนี้ 

อย่างไรก็ตาม Meta ไม่ได้เลิกใช้ระบบสแกนใบหน้าไปแบบ 100% โดยจะยังใช้อยู่เฉพาะกับ Rayban Stories แว่นตาอัจฉริยะที่พัฒนาร่วมกับ Luxottica ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อไม่นานมานี้

และหวังให้เป็นหนึ่งในช่องทางเข้าถึงการเชื่อมประสานแบบหลายมิติ (Metaverse) ทิศทางใหม่ที่บริษัทกำลังมุ่งไป ซึ่งเป็นเหตุให้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta นั่นเอง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลัง Facebook เปลี่ยนชื่อเป็น Meta เมื่อปลายตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อยืนยันทิศทางใหม่ของบริษัท ไม่จำกัดตัวเองอยู่เฉพาะแค่ Social Media และชี้ให้เห็นถึงความหลากหลาย

แต่ Facebook ก็ยังเป็นบริษัทใหญ่สุดใต้ชายตา Meta โดยมี Instagram กับ WhatsApp เป็นเบอร์รอง ๆ ลงมา ลักษณะเดียวกับที่ Google เปลี่ยนเป็น Alphabet เมื่อหลายปีก่อน

ทว่าก็มีกระแสวิจารณ์ว่านี่เป็นแผน Rebrand ลดกระแสวิจารณ์ และลดการต่อต้านชื่อ Facebook เพราะตลอดหนึ่งเดือนมานี้โดนอดีตคนในออกมาแฉว่า ที่สุด Meta จะเลือกทำกำไรและรั้งผู้ใช้ให้อยู่แพลตฟอร์มนานที่สุดมากกว่า

แม้รู้ดีว่าผู้ใช้จะได้รับผลเสีย มีข้อมูลที่สร้างความแตกแยกในสังคมและเป็นภัยต่อผู้ใช้ที่เป็นเยาวชนก็ตาม/cnn, bbc, theguardian



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน