ซีอาร์จี เดินหน้าแผนธุรกิจเร่งเครื่อง เคเอฟซี ลุยไตรมาสสุดท้ายปี 64

  • ฉลองเปิดร้าน KFC บริหารงานโดย CRG สาขาที่ 300 ในคอนเซ็ปต์ใหม่ Chick n’ Chill
  • รุกขยายสาขาในรูปแบบโมเดลใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ลูกค้า
  • จับมือกันเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ กับ KFC Cafe’ by Arigato
  • มุ่งเน้นการตลาดออนไลน์ พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีในช่องทางออฟไลน์ 

เคเอฟซี แบรนด์เรือธงของเครือซีอาร์จี เดินหน้าลุยแผนธุรกิจเร่งสร้างการเติบโต อาทิ เปิดตัวคอนเซ็ปต์ใหม่, รุกขยายสาขาในรูปแบบโมเดลใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ลูกค้า, จับมือกันเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ ระหว่าง เคเอฟซี และ อาริกาโตะ เปิดตัว KFC Cafe’ by Arigato พร้อมมุ่งสู่เป้าหมายปี 64 เติบโตกว่า 17%

ปิยะพงศ์ จิตต์จำนงค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส QSR & Western Cuisine  ผู้บริหารแบรนด์ เคเอฟซี ภายใต้การบริหารโดย บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารประเทศไทยมีการเติบโตขึ้นจากปี 63 อาจจะเล็กน้อยเพียง 1.4 – 2.6% (อ้างอิง: ศูนย์วิจัยกสิกร) โดยที่จะมีไฮไลท์ คือการเปลี่ยนแปลงไปของพฤติกรรมผู้บริโภค ที่เริ่มคุ้นเคยกับการสั่งอาหารผ่านช่องทางเดลิเวอรี่มากขึ้น ปีนี้จึงยังคงเป็นปีที่ท้าทายของตลาด เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 จึงทำให้ทุกแบรนด์ต้องปรับตัว ไม่ว่าจะในแง่ของอาหาร ช่องทางการตลาด รวมถึงช่องทางการขายก็เปลี่ยนไป ซึ่งช่องทางที่เป็นช่องทางที่โตขึ้นมามากจากปี 63 คือช่องทางเดลิเวอรี่ ที่มีการแข่งขันกันมากในตลาด เพราะแทบจะเป็นช่องทางเดียวที่ทุกแบรนด์จะสามารถเอาตัวรอดจากสถานการณ์โควิด และการล็อกดาวน์ โดยจะเห็นได้จากการแข่งขันกันในด้านโปรโมชั่นที่ค่อนข้างรุนแรงในทุก ๆ แบรนด์

สำหรับ ซีอาร์จี ด้วยผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อเนื่องมาจากปีก่อนหน้า ส่งผลต่อยอดขายแบรนด์ เคเอฟซี ในช่วง Q1-Q3 ของปี 64 จากที่ได้ประมาณการไว้ จึงปรับแผนให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ อาทิ การปรับกลยุทธ์ทางการตลาด เน้นการเข้าถึงลูกค้าในช่องทางออนไลน์และเดลิเวอรี่มากขึ้น เนื่องด้วยยอดการสั่งเดลิเวอรี่ในช่วงที่ผ่านมาเติบโตกว่า 30% รวมถึงการโฟกัสบริการที่ตอบโจทย์วิถี New Normal อาทิ การให้บริการผ่าน Drive Thru ที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้ามากขึ้น อีกทั้งยังมีบริการ Self-Pick up คือ ให้ลูกค้าสามารถสั่งอาหารผ่านเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน เมื่อมาถึงร้านก็สามารถรับสินค้าได้เลย ไม่ต้องรอ ซึ่งนอกจากจะสะดวกและรวดเร็วแล้วยังช่วยเพิ่มความสบายใจให้กับลูกค้าที่ไม่ต้องการอยู่ในร้านนาน  ๆ อีกด้วย

ในส่วนของจุดแข็งของแบรนด์ เป็นเรื่องชื่อเสียงของแบรนด์ที่เป็น Global Brand ทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจในเรื่องของมาตรฐาน ขั้นตอนและแนวทางปฏิบัติงานของพนักงาน ตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ไม่ว่าจะมาใช้บริการที่ร้านในรูปแบบไหนก็สามารถมั่นใจได้ในความปลอดภัย

โค้งสุดท้ายของปี 2564 ซีอาร์จี – เคเอฟซี พร้อมลุยไม่ยั้ง เดินหน้าจัดกลยุทธ์รับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบัน

ฉลองเปิดร้าน KFC บริหารงานโดย CRG สาขาที่ 300 ในคอนเซ็ปต์ใหม่ Chick n’ Chill       

ยังคงเดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่อง โดยปรับรูปแบบและคอนเซ็ปต์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปให้มากที่สุด สำหรับร้านเคเอฟซี ที่บริหารโดย ซีอาร์จี สาขาที่ 300 นี้ เราปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ด้วยการประยุกต์ Local Art and Crafts และกลิ่นอายของทะเลศรีราชาเข้าไปที่มุมด้านในของร้าน โดยเลือกใช้คลื่นทะเลที่ให้ความเป็นศรีราชา ผสมผสานเข้ากับความเป็นเอกลักษณ์ของ เคเอฟซี ได้อย่างลงตัว และยังคงมีความทันสมัยด้วยมุมถ่ายรูปเก๋ ๆ ให้ได้แชร์ลงโซเชียลมีเดีย เพื่อที่จะเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างตัวแบรนด์ เคเอฟซี กับกลุ่มลูกค้าของเราให้ได้มากยิ่งขึ้น และให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศรีราชา ที่ตั้งใจจะให้เป็น destination ของการพักผ่อนหย่อนใจของชาวศรีราชา

รุกขยายสาขาในรูปแบบโมเดลใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ลูกค้า

และเพื่อตอบเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป กับวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ เคเอฟซี เป็นเจ้าแรกที่ริเริ่มการทำรูปแบบร้านและบริการที่เน้นความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเจาะเข้าไปถึงผู้บริโภคให้มากที่สุด จึงเพิ่มหลากหลายโมเดล และขยายสาขาโมเดลใหม่ที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ลูกค้า อีกทั้งยังเน้นการมองหาพื้นที่ใหม่ ๆ และเอื้ออำนวยต่อธุรกิจในรูปแบบใหม่ซึ่งก็คือเดลิเวอรี่และออมนิชาแนล โดยจะเน้นการเจาะไปที่มหาวิทยาลัย, อาคารสำนักงาน เพื่อเสิร์ฟความอร่อยให้กับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และพนักงานออฟฟิศ แบบถึงที่ รวมทั้งตอบโจทย์ urban lifestyle ด้วยบริการ self-pick up ที่ลูกค้าสามารถสั่งผ่านมือถือได้ล่วงหน้า แล้วแวะมารับที่ร้านเพื่อความรวดเร็ว โดยเป้าหมายในการขยายสาขาในปีนี้ (2564) มีแผนขยายสาขาเพิ่มจำนวน 18 สาขา หรือเพิ่มขึ้น 8% และแผนของปี 2565 ตั้งเป้าเปิดจำนวน 30 สาขา หรือประมาณ 10% ของจำนวนสาขาเดิม

จับมือกันเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ กับ เคเอฟซี x อาริกาโตะ (KFC x Arigato)

ด้วยความเป็นผู้นำเครือข่ายร้านอาหาร สู่การผนึกกำลังกันของแบรนด์ในเครือเพื่อพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อร่วมสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ  โดยต่อยอดแบรนด์แฟรนไชส์ กับแบรนด์ในเครือ ให้เติบโตและแข็งแกร่งไปด้วยกัน ร่วมมือกันเปิดตัว KFC Cafe’ by Arigato” ด้วยจุดแข็งของ เคเอฟซี คือ เมนูไก่ทอด ซึ่งเน้นการขายแบบอาหารมื้อหลัก และ อาริกาโตะ แบรนด์เครื่องดื่มนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีจุดเด่นในเรื่องเครื่องดื่มกาแฟและชาเขียวที่มีคุณภาพระดับพรีเมียม โดยการร่วมมือกันเปิดตัว “KFC Cafe’ by Arigato” จะสามารถช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ความเชี่ยวชาญด้านเครื่องดื่มให้กับ เคเอฟซี  อีกทั้งช่วยสร้างการรับรู้ และเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแบรนด์ อาริกาโตะ ให้กับลูกค้าทั่วประเทศได้ทั่วถึงและเร็วยิ่งขึ้น โดยคาดว่าสิ้นปี 64 นี้ จะมีจำนวนสาขา “KFC Cafe’ by Arigato” กว่า 220 สาขา

มุ่งเน้นการตลาดออนไลน์ พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีในช่องทางออฟไลน์

ในส่วนของการตลาดออนไลน์ในช่องทางเดลิเวอรี่ ก็ดำเนินการอย่างใกล้ชิดกับพาร์ตเนอร์ผู้ให้บริการส่งอาหาร (Food Aggregators) ชั้นนำของประเทศทุกราย อีกทั้งยังมีช่องทาง Call Center 1150, Application KFC, และเว็บไซต์ http://www.kfc.co.th อีกด้วย โดยตั้งเป้าหมายว่าจะเป็น QSR (Quick Service Restaurant) ที่มีสัดส่วนการตลาดใหญ่ที่สุดในทุก ๆ แพลตฟอร์ม

สำหรับการตลาดออฟไลน์จะมุ่งเน้นการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าโดยเฉพาะการที่ลูกค้ามารับประทานอาหารที่ร้านมากขึ้น ตั้งแต่การตกแต่งร้าน เมนูใหม่ ๆ ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับลูกค้า รวมถึงโปรโมชั่นที่จะทำให้ลูกค้าเข้าถึง เคเอฟซี ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน