ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง ฝันของเฮียฮ้อ ทางที่ต้องเดินของอาร์เอส (วิเคราะห์)

หลังจากที่เฮียฮ้อ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เคยประกาศอย่างชัดเจนว่าจะมุ่งธุรกิจสัตว์เลี้ยง และอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างหมาและแมว

มาในวันนี้เฮียฮ้อได้เปิดตัวอาหารสัตว์ หมา และแมว อย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อย ในชื่อแบรนด์ Lifemate พร้อมเริ่มวางตลาดในวันที่ 1 ธันวาคม 2564 ที่จะถึงนี้

เฮียฮ้อเล่าว่าการมุ่งสู่ธุรกิจสัตว์เลี้ยงมาจาก Passion ส่วนตัวที่ไปร้านเพ็ทช้อปเป็นประจำเพื่อดูและเลือกซื้อสินค้ามาให้ แบงเกอร์ หมาสุดที่รัก และพบว่าตลาดสัตว์เลี้ยงเป็นตลาดที่ใหญ่ และผู้เลี้ยงมองเห็นสัตว์เลี้ยงเป็นหนึ่งในสมาชิกในครอบครัว ต้องการดูแลสุขภาพของสัตว์เลี้ยงให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ

เมื่อเฮียฮ้อมาทำตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงจาก Passion ส่วนตัว แล้วธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างหมาและแมวมีโอกาสแค่ไหนที่จะทำให้ Lifemate ประสบความสำเร็จด้วยยอดจำหน่าย 320 ล้านบาท พร้อมส่วนแบ่งตลาดเกือบ 10% ในปี 2565

 

1. มุมมองของคนต่อสัตว์เลี้ยงเปลี่ยนไป ไม่ได้ให้อาหารสัตว์เพียงแค่อิ่ม

พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เล่าว่าใน 5 ปีที่ผ่านมาตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงมีการเติบโตต่อเนื่องเกือบ 10% ทุกปี  

ส่วนการแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจจะทำให้ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในกลุ่ม Economy ได้รับผลกระทบบ้าง แต่ในกลุ่ม Standard ขึ้นไปมีอัตราการเติบโตจากคนที่มองสัตว์เลี้ยงเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัว และพยายามหาอาหารที่มีคุณภาพที่ดีให้กับสัตว์เลี้ยงของตัวเอง มากกว่าการให้อาหารเพื่อให้สัตว์เลี้ยงอิ่ม

 

เราขอเล่าสักนิดหนึ่งว่าในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงจะมีมูลค่า 17,600 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา หรือคิดเป็นสัดส่วน 45% ของตลาดสัตว์เลี้ยงทั้งหมด

ในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงประเทศไทย จะถูกจำแนกออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

กลุ่ม Economy 60% เป็นอาหารราคาประหยัด ที่เน้นให้สัตว์กินเพื่ออิ่ม และไม่มีแวลู่ในการเติบโต

กลุ่ม Standard  30% เป็นอาหารมีคุณภาพอยู่ระหว่างกลางของ Economy และ Premium มีราคาจำหน่ายไม่สูงมากนัก

และกลุ่ม Premium 10% ซึ่งกลุ่ม Premium จะเป็นกลุ่มที่เป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศเป็นหลัก และมีราคาแพง

 

แม้ตลาด Economy จะเป็นตลาดที่มีสัดส่วนสูงที่สุด แต่ที่เรากล่าวมาข้างต้นว่าเทรนด์การเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยงจะไปเติบโตที่ตลาด Standard ขึ้นไป

เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคในช่วงโควิด-19 ที่มีเวลาอยู่กับสัตว์เลี้ยงตัวเองมากขึ้น และพยายามหาอาหารที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดในราคาที่เข้าถึงได้

 

นอกจากนี้ ตลาดสัตว์เลี้ยงยังเติบจากสังคมในประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมสูงวัยมากขึ้น และมีคนโสด หรือคนแต่งงานที่ไม่มีลูก ซึ่งคนกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งนิยมเลี้ยงสัตว์เป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวเพื่อคลายเหงา และด้วยเหตุผลทางใจอื่น ๆ และยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อความเป็นอยู่ของสัตว์เลี้ยงตัวเอง

 

พรพรรณเปิดเผยข้อมูลว่า ในปัจจุบันคนไทยจะมีค่าใช้จ่ายให้กับสัตว์เลี้ยงอย่างหมาและแมวของตัวเองเฉลี่ยตัวละ 14,200 บาท เลยทีเดียว

พฤติกรรมและสภาพตลาดที่กล่าวมาทำให้อาร์เอสวางเซกเมนต์อาหารสัตว์เลี้ยง Lifemate อยู่ในกลุ่ม Upper Standard ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังเป็นช่องว่างในตลาดที่ยังไม่มีผู้เล่นในตลาดประเทศไทย เนื่องจากตลาด Upper Standard  เป็นตลาดที่อยู่ระหว่าง Standard และ Premium ที่จะเน้นคุณภาพของสินค้าที่ใกล้เคียง Premium แต่มีราคาที่ถูกกว่า

 

การลงเล่นในตลาด Upper Standard ของ Lifemate จะใช้จุดขายด้านคุณภาพสินค้าด้วยการนำเทคโนโลยีอาหารเสริมของคนมาอยู่ในอาหารสัตว์เลี้ยง ที่ผสมผสานวิตามิน และสารสกัดจากพืชลงในอาหารเพื่อป้องกันโรคที่เกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยง

2. ชิงส่วนแบ่ง ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง จาก Standard และ Premium

พรพรรณมองว่าเซกเมนต์ Upper Standard ของ Lifemate จะเป็นเซกเมนต์ที่สามารถชิงส่วนแบ่งตลาดเกือบ 10% ในปี 2565 ได้ จากการที่เข้ามาเจาะกลุ่มผู้บริโภคในตลาด Standard ที่ต้องการอาหารหมาและแมวที่มีคุณภาพมากกว่าปัจจุบัน แต่ไม่ต้องการจ่ายเงินให้กับค่าอาหารที่สูงในระดับ Premium

และกลุ่มที่ซื้ออาหาร Premium ให้กับสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ

เรามองว่าความท้าทายของ Lifemate คือการเปลี่ยนใจให้กลุ่มตลาด Premium เปิดใจว่า Lifemate สามารถทดแทนสินค้าแบรนด์ Premium ที่ใช้อยู่ได้ จากคุณภาพที่ใกล้เคียงกันในราคาที่ประหยัดกว่า

เนื่องจากกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ที่ซื้ออาหารเกรด Premium ให้สัตว์รับประทานกลุ่มหนึ่งจะมี Brand Loyalty กับแบรนด์อาหารสัตว์เพราะมองว่าถ้าเปลี่ยนแบรนด์อาหารจะทำให้สัตว์เลี้ยงของตัวเองเกิดความผิดปกติด้านร่างกายได้ เช่น เป็นโรคผิวหนัง โรคไต และอื่น ๆ เป็นต้น

 

3. การตลาดเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ผ่านคริปโตฯ PopCoin

นอกจากการตลาด 360 องศา ผ่านงบการตลาด30 ล้านบาท ซึ่งงบการตลาดนี้ไม่รวมงบจากสื่อในเครือ RS เพื่อสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมาย และสร้าง Brand Awareness ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างแล้ว

 

กลุ่มเป้าหมายกลุ่มหนึ่งของ Lifemate คือรุ่นใหม่ที่เลี้ยงหมาและแมว ทำให้ RS นำ PopCoin Token ซึ่งเป็นคริปโตที่ RS เป็นผู้พัฒนาขึ้นมาใช้ในการ Engage ถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ ด้วยการแจก PopCoin Token ให้กับกลุ่มที่เข้ามาชมโฆษณา Lifemate

ซึ่งการที่ดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาชมโฆษณานี้เชื่อว่าจะทำให้ผู้บริโภคกลุ่มนี้มี Engage กับแบรนด์และรู้จักแบรนด์ Lifemate ที่สามารถต่อยอดไปเป็นลูกค้าในอนาคตได้

โดยแบรนด์ Lifemate ถือเป็นแบรนด์แรก ๆ ใน RS ที่ประกาศแผนการตลาดด้วยการนำ  PopCoin Token เข้ามาใช้ในการสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมาย

 

และนอกจากนี้ Lifemate ยังเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและสร้าง Brand Awareness ผ่าน Music Marketing ด้วยการให้บอล จารุลักษณ์แต่งเพลง Lifemate ขึ้นมาเพื่อสื่อสารความผูกพันระหว่างคนกับสัตว์ และให้ นะ-รัตน์ จาก Polycat เป็นคนร้อง

ซึ่ง นะ Polycat ถือเป็นศิลปินที่คนรุ่นใหม่รู้จักเป็นอย่างดี จากเสียงที่เป็นเอกลักษณ์

4. สร้างประสบการณ์ผ่านสินค้าตัวอย่าง และภาพลักษณ์ผ่านการกระจายสินค้าในเพ็ทช้อป

ความท้าทายของอาหารหมา แมว ในกลุ่ม Standard ขึ้นไปคือผู้บริโภคไม่ได้เลือกสินค้าเพราะราคาเป็นหลัก ทำให้ Lifemate นำกลยุทธ์แจกสินค้าตัวอย่างให้กับผู้ที่สนใจผ่านช่องทางออนไลน์

ซึ่งการแจกสินค้าตัวอย่างผ่านช่องทางออนไลน์ เรามองว่านอกจากจะสร้างประสบการณ์ผ่านการให้สัตว์เลี้ยงทดลองกินจริงแล้ว ยังเป็นการเก็บดาต้าเบสของผู้บริโภคที่เป็นเจ้าของหมาและแมวอีกด้วย

และสำหรับช่องทางจำหน่ายสินค้า Lifemate ใช้วิธีกระจายสินค้าผ่านเพ็ทช้อป คลินิก และโรงพยาบาลสัตว์ทั่วประเทศ แทนการกระจายสินค้าในช่องทางซูเปอร์มาร์เก็ต โมเดิร์นเทรด และร้านสะดวกซื้อ

เรามองว่าการกระจายผ่านช่องทางที่กล่าวมานอกจากข้อจำกัดการวางสินค้าที่น้อยกว่าซูเปอร์มาร์เก็ต โมเดิร์นเทรด และร้านสะดวกซื้อ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อแล้ว ยังเป็นการสร้างแบรนด์ให้มีความน่าเชื่อถือเนื่องจากคนส่วนใหญ่เข้าร้านเพ็ทช้อปเพราะมองว่าเป็นร้าน Specialty ของสัตว์ และการที่แบรนด์อยู่ในคลินิกและโรงพยาบาลสัตว์เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าเป็นแบรนด์ที่คุณหมอ (สัตว์) เลือกให้กับสัตว์เลี้ยง

แต่อย่างไรก็ดี Lifemate ยังมีการขายในช่องทางออนไลน์ และอีมาร์เก็ตเพลส จากการมองเห็นว่าเป็นช่องทางในการเติบโตอีกด้วย

 

ต่อยอดจากอาหารสัตว์สู่เพ็ทแคร์

เฮียฮ้อกล่าวว่า Lifemate ไม่ใช่แค่แบรนด์อาหารสัตว์ แต่เป็นแบรนด์เพ็ทแคร์ ที่เริ่มธุรกิจจากอาหารสัตว์

ในไตรมาส 2-3 ปี 2565 Lifemate จะมีแผนนำอาหารเปียก และอาหารว่างสำหรับสัตว์เลี้ยงเข้ามาจำหน่ายด้วย

และนอกจากนี้ ยังมีแนวคิดในการพัฒนาอาหารสัตว์ในกลุ่ม Premium เข้ามาทำตลาดด้วยเช่นกัน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน