วัชร วัชรพล โอกาส ใน วิกฤต ของ ไทยรัฐทีวี (สัมภาษณ์พิเศษ)

ท่ามกลางสงครามสื่อ เชื่อว่าสายตาของผู้คนกำลังจับจ้องอยู่ที่ “จูเนียร์” วัชร วัชรพล ผู้บริหารรุ่นที่ 3 ของตระกูล “วัชรพล” เจ้าของ “ไทยรัฐ” สื่อพิมพ์ยักษ์ใหญ่ระดับตำนานของเมืองไทย

เมื่อกระแสคลื่นดิจิทัลกระหน่ำซัดธุรกิจสิ่งพิมพ์ ไทยรัฐทีวี คือธุรกิจตัวใหม่ที่จะเข้ามาสร้างรายได้หลักให้กับค่ายไทยรัฐ

วันนี้ สื่อทีวีกำลังแข่งขันกันรุนแรง ผู้เล่นมากขึ้น คนดูน้อยลง แล้วยังมีแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่สามารถดูได้อีกไม่จำเป็นต้องดูจากจอทีวีอย่างเดียวต่อไป

จูเนียร์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ยังมั่นใจที่จะตั้งเป้าหมายว่า พ.ศ. 2560 นี้ ไทยรัฐทีวีจะต้องทำรายได้ให้แตะ 1 พันล้านบาท และจะก้าวถึง Top 5 ให้เร็วที่สุด

“ยอมรับว่าเทคโนโลยีไปเร็วกว่าที่คิด ในช่วง 3 ปีนี้มีหลายๆ เรื่องที่คิดไม่ถึง แต่เมื่อก้าวเข้ามาแล้วผมก็ต้องทำให้ดีที่สุดพยายามรู้ให้ทันปัญหาและตั้งรับกับความท้าทายใหม่ๆ ที่เข้ามา”

มาดูกันว่า vision ผู้นำ Gen Y วัย 37 ปีของไทยรัฐ จะขับเคลื่อนองค์กรให้ข้ามผ่านมรสุมลูกใหญ่ๆ นี้ได้อย่างไร

 

 สิ่งพิมพ์ยังอยู่ ออนไลน์ต้องไป ทีวีก็ต้องสู้

เมื่อสื่อสิ่งพิมพ์ถึงยุคขาลง การปรับตัวเข้าสู่ทีวีดิจิทัลเมื่อปี 2557 โดยเอาจุดแข็งของข้อมูลมากมายในมือมานำเสนอผู้คนผ่านช่องทางใหม่ น่าจะเป็นทางที่ใช่ที่สุดของไทยรัฐ

การลงทุนสร้างช่องไทยรัฐทีวีที่ไม่ต่ำกว่า 6 พันล้านบาท สูงที่สุดในประวัติศาสตร์การทำธุรกิจของตระกูล เพื่อให้เป็นช่องหนึ่งที่อยู่ในใจผู้คนให้เร็วที่สุดจึงเกิดขึ้น ทุกอย่างน่าจะไปได้สวยแต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปเร็วมาก

“ก่อนประมูลทีวีดิจิทัล พฤติกรรมการดูออนไลน์ ดูย้อนหลัง ดูวีดีโอ และการ Streaming ยังไม่ชัดเจนเหมือนช่วงหลังการประมูลที่ต้องยอมรับว่าก้าวกระโดดไปมาก จนผู้ประกอบการเองก็ตามไม่ทัน แต่ละเรื่องเป็นของใหม่ที่คาดไม่ถึงและแทบจะใช้ประสบการณ์เดิมๆ มาวางแผนในการทำงานไม่ได้”

ในขณะที่ทีวีกำลังใช้เงินเพื่อสร้างช่อง เม็ดเงินโฆษณาในสื่อหลักก็ลดลง โชคดีที่ไทยรัฐเริ่มเข้าสู่ออนไลน์อย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2551-2552 เลยมีรายได้ทางออนไลน์มาช่วยซัพพอร์ตได้บ้าง ถึงเม็ดเงินจะไม่หนาเท่าที่เคยได้จากสื่อเดิมก็ตาม

“ส่วนสิ่งพิมพ์ผมเชื่อว่ายังอยู่ได้ แต่จะอยู่ในรูปแบบไหน ขนาดไหนเท่านั้น แต่ไม่มีทางที่จะหายไปเลย ยิ่งสังคมไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ Aging Society และนับวันจะโตขึ้น สิ่งพิมพ์ก็ยิ่งต้องอยู่ได้นานเป็น 10 ปีแน่นอน ผมเชื่อนะ”

ในช่วงแรกที่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงอาจจะมีความรู้สึกที่ฝืนๆ อยู่บ้าง ว่าคงไม่กระทบเท่าไหร่ ด้วยความที่เคยเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่และมียอดขายเป็นอันดับ 1 มานานหลายปี แต่เมื่อฝืนไม่ได้ อย่างแรกเลยต้องปรับตัวให้เร็ว ต้องคอยติดตามดูว่า เทรนด์โลกจะไปในทิศทางไหน พฤติกรรมของคนจะเปลี่ยนไปอย่างไร อะไรจะมาใหม่บ้าง ต้องอัพเดทตัวเองตลอดเวลา

การปรับโครงสร้างองค์กร โยกย้ายคนก็เลยเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นความตื่นตัวที่ทุกคนในไทยรัฐ ต้องเข้าใจว่าองค์กรอยู่นิ่งๆ ไม่ได้แล้ว

ในปีแรกเขาตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปได้ตามแผน ปีที่ผ่านมาตั้งไว้ที่ 700 ล้านบาท อาจจะสะดุดบ้างเพราะช่วง Q4 เกิดเหตุการณ์ในบ้านเมือง แต่ปีนี้คาดว่าจะดีขึ้นจึงตั้งเป้าหมายไว้ที่พันล้านบาท รวมทั้งต้องขึ้นไปเป็น Top 5 ให้เร็วที่สุด เพราะรู้กันอยู่ว่าการแพลนแอดโฆษณานั้น ให้ความสำคัญเฉพาะ 5 อันดับต้นๆ เท่านั้น

เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ ไทยรัฐจำเป็นต้องสร้างฐานออนไลน์ในช่องทางอื่นๆ ให้แข็งแรง เพื่อเชื่อมต่อกับคนดูในทุกๆ ช่องทาง ไม่ว่าจะเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ยูทูป อินสตาแกรม ซึ่งทั้งหมดกลายเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยโปรโมทรายการทีวีในช่องทางต่างๆ ได้

มีการเปลี่ยน สโลแกนใหม่ จาก “คิดต่าง อย่างเข้าใจ” เป็น “ไทยรัฐทีวี ทีวีมหาชน” โดยมหาชนที่อยากโฟกัสในช่วงแรกจะเป็นฐานคนดูในกรุงเทพฯ กับหัวเมืองก่อน แล้วค่อยขยายฐานไปยังชนบทที่ไกลกว่านั้น

คิดต่างอย่างเข้าใจ ยังคงเป็นดีเอ็นเอที่สำคัญของคนไทยรัฐ คือการคิดการสร้างอะไรใหม่ๆ ที่แตกต่างจากช่องอื่นๆ แต่ต้องสอดคล้องและตรงกับความต้องการของลูกค้าจริงๆ

“คิดต่างอย่างเข้าใจ อาจจะเป็นการส่งต่อที่ผู้บริโภคไม่เข้าใจ Message ใหม่ที่ถูกส่งออกไปใหม่เลยเป็น ไทยรัฐ ทีวีมหาชน ผ่านคอนเทนต์หลักๆ 3 ก้อนใหญ่ คือ กีฬา ข่าว และละคร ซึ่งทั้งหมดต้องเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของผู้คนส่วนใหญ่ทั้งประเทศเท่านั้น

 

ช่องกีฬาที่ดีที่สุดของคนไทย

“ผมเคยคิดว่าพรีเมียร์ลีกคือกีฬามหาชน แดงเดือดนี่คือที่สุดของเรตติ้งละ แต่จริงๆ แล้วยังไม่ใช่ บอลไทยเตะแต่ละแมตช์นี่เรตติ้งไม่ต่ำกว่า 10 ที่สูงที่สุดคือตอนไทยกับเกาหลีใต้หรือเวียดนาม เรตติ้งไปที่ 14 -15 เลยนะครับ ซึ่งแมตช์เทพๆ อย่างลิเวอร์พูล-แมนยูก็ยังไม่ได้ระดับนี้ นั่นหมายความว่าคอนเทนต์ที่เป็นมหาชนจริงๆ ก็คือฟุตบอลไทย กีฬาคนไทยเราเองนี่ล่ะ”

เพื่อตอกย้ำวิธีคิดนี้ วัชร วัชรพล คว้าสิทธิ์การจัดการแข่งขันและถ่ายทอดสดฟุตบอลทีมชาติไทย ประจำปี 2560-2563 คือได้ถ่ายทอดทุกแมตช์ที่อยู่ในการดูแลของสมาคมฟุตบอลไทย (เตะในประเทศไทยทั้งหมด) ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใหญ่ทั้งชายและหญิง U23 U19 U16 ตลอดจนฟุตซอล หรือฟุตบอลชายหาด ครอบคลุมทั้งหมด กระทั่งแมตช์อุ่นเครื่องหรือทัวร์นาเมนต์พิเศษอย่างคิงส์คัพ

จากเดิมมีรายการกีฬาคุณภาพอยู่ในมืออยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นวอลเลย์บอลทีมชาติและสโมสรระดับเอเชีย ศึกสังเวียนเดือด วันแชมเปียนชิพ และศึกยอดมวยไทยรัฐ ซึ่งฟุตบอลจะมาช่วยเติมเต็มความเป็นช่องกีฬามากขึ้น

นอกเหนือจากฟุตบอล ไทยรัฐทีวีก็ได้ลิขสิทธิ์จากสมาพันธ์วอลเลย์บอลเอเชีย หรือเอวีซี ( AVC ) ที่จะถ่ายทอดสดทุกแมตช์ของทีมชาติไทยอย่างจุใจ รวมทั้งการแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสม Mixed Martial Arts หรือ MMA ในศึกสังเวียนเดือด ONE Championship: Warrior Kingdom ที่เพิ่งจัดการแข่งขันในประเทศไทยเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ที่อิมแพคอารีนา ซึ่งต่อจากนี้ก็จะถ่ายทอดส่งตรงจาก 8 เมืองทั่วเอเชีย รวม 11 ครั้ง ตลอดทั้งปี 2017 ให้ได้รับชมกัน

จุดแข็งที่สำคัญอีกเรื่องคือ การลงทุนในเรื่อง เทคโนโลยีของการถ่ายทอดที่ดีระดับโลก การลงทุนในเรื่องของคนและทีมงาน  ที่มีประสบการณ์และความพร้อม ในการมาวิเคราะห์เกมทั้งก่อนแข่งและหลังแข่ง ด้วยข้อมูลและสถิติต่างๆ ที่น่าสนใจอย่างรวดเร็ว  

ปีนี้ ไทยรัฐใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท ในการซื้อลิขสิทธิ์ต่างๆ ของกีฬา และยังเตรียมเงินไว้อีกก้อนหนึ่งเพื่อซื้อสิทธิ์การแข่งขันกีฬาทุกแมตช์ที่นักกีฬาทีมชาติไทยไปแข่งต่างประเทศอีกด้วย

 

เมื่อ Content ไม่ใช่ King

ไทยรัฐเคยเป็น King of News แต่เมื่อเปลี่ยนแพลตฟอร์มในการนำเสนอ วันนี้ข่าวไทยรัฐในทีวี อาจจะไม่ได้เป็นKing เหมือนเดิม

.

.

วัชร วัชรพล มีแผนแก้เกมนี้อย่างไร?    

แพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น มีผลต่อการก้าวสู่ Top 5 หรือไม่?

ที่สำคัญ องค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานกว่า 2,000 คน เขาจะมีแผนพัฒนาบุคลากรอย่างไร?

อ่านแบบเต็มๆ ได้ใน นิตยสาร Marketeer ฉบับครบรอบ 18 ปี บนแผงหนังสือชั้นนำ

 

 

เรื่อง : อรวรรณ บัณฑิตกุล

ภาพ : เมธี ชูเชิด

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน