ฉลองครบรอบ 1 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับ “เกรท วอลล์ มอเตอร์” ผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและไฮบริดจ์ และผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่มีจำหน่ายมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมสร้างประสบการณ์และความทรงจำดี ๆ มากมายร่วมกับผู้บริโภคชาวไทย กับความสำเร็จในการปลุกกระแสยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (xEV) ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยยอดขายเกือบ 4,000 คันในระยะเวลาเพียง 6 เดือน ช่องทางการจัดจำหน่าย 30 แห่ง และจำนวนผู้ดาวน์โหลดและใช้งานแอปฯ GWM กว่า 50,000 ราย

งาน “GWM FIRST YEAR TOGETHER” ได้ถูกจัดขึ้นเพื่อสรุปผลการดำเนินงานในปี 2564 ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ รวมทั้งประกาศกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2565 ที่เน้นการสร้างแบรนด์จากการยึดถือผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง พร้อมเผยโฉมอัตลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า xEV ในไทย ซึ่งรายละเอียดที่น่าสนใจ Marketeer ขอสรุปให้ฟัง ดังนี้

ปีแห่งการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการยนตรกรรมไทย

ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ เข้ามาสร้างประสบการณ์ใหม่และความทรงจำดี ๆ มากมายร่วมกับผู้บริโภคชาวไทย ด้วยวิสัยทัศน์เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่อัจฉริยะในรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การเดินทางของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น

แกนหลักของการขับเคลื่อนคือ เน้นให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของผู้บริโภคอย่างจริงจัง ซึ่งนำมาสู่การเปิดตัวรถยนต์ 3 รุ่น ที่ล้วนได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากแฟน ๆ ชาวไทย ไม่ว่าจะเป็น

HAVAL H6 Hybrid SUV: ครองยอดขายอันดับ 1 ในกลุ่มรถยนต์คอมแพคเอสยูวีถึง 3 เดือนซ้อนเพียง 1 เดือนหลังจากเปิดตัว (สิงหาคม-ตุลาคม 2564) และยังคงครองความเป็นผู้นำอันดับต้น ๆ ในเซกเมนต์นี้

ORA Good Cat: เจ้าเหมียวไฟฟ้าที่มียอดจองล้นหลามทะลุ 10,000 คันภายใน 7 วันหลังเปิดจองสิทธิ์ลงทะเบียนเพื่อจับจองเป็นเจ้าของ และยังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ของไทยทันทีที่มีการส่งมอบ

และ All New HAVAL JOLION Hybrid SUV ที่เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถกลุ่มเอสยูวี บี และยังคงได้รับยอดสั่งจองเข้ามาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด

ซึ่งหนึ่งปีมานี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ดำเนินการส่งมอบรถยนต์ทั้ง 3 รุ่นให้กับผู้บริโภคชาวไทยไปแล้วรวมทั้งสิ้นเกือบ 4,000 คัน

มร. เอลเลียต จาง ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย กล่าวว่า “ตลอดหนึ่งปีมานี้ เราได้มีโอกาสต้อนรับสมาชิกชาวไทยเกือบ 4,000 ครอบครัว เข้าสู่ครอบครัว เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขณะเดียวกัน เรายังมีแฟน ๆ ชาวไทยที่ติดตามเราอย่างเหนียวแน่นผ่านทางโซเชียลมีเดียเกือบกว่า 500,000 คน มีผู้ดาวน์โหลดและใช้งานแอปพลิเคชัน GWM กว่า 50,000 ราย มีเครือข่ายช่องทางจำหน่ายที่ขยายครอบคลุมพื้นที่สำคัญ ๆ รวมกว่า 30 แห่ง ซึ่งมีผู้บริโภคเข้าเยี่ยมชมรวมกันมากกว่า 75,000 ราย ต้องขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านสำหรับความไว้วางใจและความสนับสนุนที่มอบให้เกรท วอลล์ มอเตอร์ มาโดยตลอด และขอบคุณพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ และทีมงานทุกคน สำหรับความเชื่อมั่นและความทุ่มเทอย่างเต็มที่เสมอมา จนทำให้เราสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งจนถึงวันนี้”

นอกจากนี้ มร. เอลเลียต ยังกล่าวเสริมว่า “ความสำเร็จของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยในด้านยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืนต่อสังคม ซึ่งเกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่สัญชาติจีนที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก การันตีด้วยยอดขายทั่วโลกมากกว่า 1.28 ล้านคันในปีที่ผ่านมา พร้อมที่จะนำความเชี่ยวชาญด้านการผลิตรถยนต์กว่า 30 ปี และประสบการณ์ด้านการวิจัยและพัฒนาด้านพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอัจฉริยะอีกกว่า 10 ปี มาใช้เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพ พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นยิ่งกว่าให้กับผู้บริโภคชาวไทย เพื่อเป็นอีกหนึ่งพลังในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน”

เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการตอบโจทย์ผู้บริโภค
พร้อมเติมเต็มระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้าของไทย

ในโอกาสก้าวย่างสู่ปีที่ 2 เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้ประกาศ “แนวทางการดำเนินธุรกิจ ปี 2565” เดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคชาวไทย เพื่อก้าวขึ้นไปสู่การเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า พร้อมทั้งสร้างสังคมยานยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทย

โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญใน 4 ด้านเป็นพิเศษ ได้แก่

1. ด้านผลิตภัณฑ์

ภายใต้ ภารกิจ Mission 9 in 3 ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประกาศเมื่อปีที่แล้วตอนเปิดตัวแบรนด์เข้าสู่ตลาดเมืองไทยอย่างเป็นทางการ ที่จะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 9 รุ่นมาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดภายใน 3 ปี ซึ่งสำหรับในปี 2565 นี้ จะ ยกทัพรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามาเปิดตัวในประเทศไทยอีก 5 รุ่น จาก 3 แบรนด์ โดยหนึ่งในนั้นได้แก่ All New HAVAL H6 Plug-in Hybrid SUV จากแบรนด์ HAVAL ที่เคยเผยโฉมครั้งแรกของโลกในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 38 เมื่อปลายปี 2564 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ทางแบรนด์จะมีการแนะนำรถไฟฟ้า 100% อีก 2 รุ่นจากแบรนด์ ORA เพื่อมาสร้างความคึกคักและตอบรับกับนโยบายการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาล ส่วนอีก 2 รุ่นนั้น จะเป็นรถยนต์รุ่นใดและจากแบรนด์ใด คงต้องคอยติดตามกันต่อไป ซึ่งรถยนต์ทั้งหมดที่จะนำมาเปิดตัวในปีนี้ จะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้งสิ้น

2. ด้านช่องทางจำหน่าย

เดินหน้าขยาย GWM Store เพิ่มขึ้นอีก 50 แห่ง รวมเป็น 80 แห่ง ทั้งที่เป็น Direct Store และ Partner Store เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญ ๆ ของประเทศ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและรองรับกับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

3. ด้านสถานีชาร์จประจุไฟฟ้า

ตั้งเป้าขยายสถานีชาร์จฯ ให้ได้ 55 แห่ง ภายในปี 2565 เพื่อสร้างระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้าให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยแบ่งเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่

  • 1) G-Charge Supercharging Station สถานีชาร์จขนาดใหญ่ที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ดำเนินการเอง โดยล่าสุดได้เปิด G-Charge Supercharging Station แห่งแรก ณ สยามสแควร์ ให้บริการชาร์จเร็วด้วยเครื่องอัดประจุไฟฟ้าแบบ DC จำนวน 3 เครื่องชาร์จ หัวชาร์จแบบ CCS Type 2 เครื่องละ 2 หัวจ่าย รวม 6 หัวจ่าย กำลังสูงสุดขนาด 160kW รองรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้พร้อมกันถึง 6 ช่องจอด โดยสถานีแห่งนี้ถือว่าเป็นสถานีชาร์จไฟฟ้าแบบ DC ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ
  • 2) DC Charge ที่ Partner Store ต่อยอดความร่วมมือกับ Partner Store ในการติดตั้งจุดชาร์จแบบชาร์จเร็ว (DC Charge) ในกรุงเทพฯ และจังหวัดสำคัญต่าง ๆ โดยลูกค้าสามารถใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั้ง 7 วัน เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น
  • 3) Destination Charging Station ร่วมมือกับพันธมิตรในการขยายจุดชาร์จตามโรงแรม ร้านอาหาร และห้างสรรพสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าตามสถานที่ไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ

ณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวเสริมในเรื่องนี้ว่า “ด้วยความตั้งใจที่จะเป็นอีกหนึ่งกำลังในการสร้างระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทยโดยเร็วที่สุด ดังนั้น สถานีชาร์จของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ทุกแห่ง จึงยินดีให้บริการกับรถยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทและทุกแบรนด์ เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมงทั้ง 7 วัน ผ่าน GWM application ไม่เพียงเท่านี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังมีแผนที่จะ สร้าง Emergency EV Mobile Charging Unit หรือรถบริการเคลื่อนที่ในการชาร์จไฟฉุกเฉินให้กับลูกค้า ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทยกับบริการนี้ เพื่อลดความกังวลในการใช้งานของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าด้วย”

4. ด้านประสบการณ์ลูกค้า

ภายใต้แนวทางดำเนินงานโดยเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (User-Centric) เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตั้งเป้ายกระดับประสบการณ์ลูกค้าในหลากหลายรูปแบบมากขึ้น เช่น การจัดกิจกรรมกับลูกค้าที่ GWM Experience Center อย่างน้อย 200 กิจกรรมตลอดทั้งปี การทำโรดโชว์ตามที่ต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น การอัปเกรดเว็บไซต์โดยนำเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) มาใช้เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการเลือกซื้อรถและค้นหาข้อมูลต่าง ๆ การพัฒนาแอปฯ GWM เพื่อเพิ่มความสะดวกในด้านบริการหลังการขาย ซึ่งรวมถึงการนำข้อมูลของสถานีชาร์จประจุไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) การไฟฟ้านครหลวง (MEA) และหน่วยงานอื่น ๆ ให้ครอบคลุมถึง 80% ของสถานีชาร์จสาธารณะที่มีอยู่ในขณะนี้มาไว้ในแอปฯ ตลอดจนการจับมือกับหลากหลายแบรนด์ชั้นนำเพื่อผสานความแข็งแกร่งในการส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้ผู้ที่เป็นเจ้าของรถยนต์ เกรท วอลล์ มอเตอร์

ปรับโฉมอัตลักษณ์แบรนด์
เติบโตอย่างแข็งแกร่งเคียงข้างร่วมไปกับผู้บริโภค

อีกจุดหนึ่งที่ตอกย้ำความตั้งใจที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งเคียงข้างร่วมไปกับผู้บริโภคของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ คือการ ปรับโฉมอัตลักษณ์แบรนด์ พร้อมเปิดตัวโลโก้ใหม่ที่มีความโดดเด่น เป็นสากล และสื่อถึงความเป็นกันเองกับผู้บริโภคมากขึ้น ด้วยดีไซน์ “G” สไตล์โมเดิร์นสองตัวประกบเข้าหากันอย่างสมมาตร แสดงถึงความสัมพันธ์ที่สมดุลเท่าเทียมกันระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค ขณะเดียวกันยังสะท้อนถึงความรับผิดชอบ การเปิดกว้างอย่างไร้พรมแดน และการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งของเกรท วอลล์ มอเตอร์ เพื่อให้ได้มาซึ่งนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

มร. สตีเว่น หวัง รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย กล่าวว่า “เกรท วอลล์ มอเตอร์ ตั้งใจรับฟังเสียงความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมายกระดับการทำงานและการให้บริการของเราในทุกมิติ เช่นเดียวกับการปรับโฉมอัตลักษณ์แบรนด์ในครั้งนี้ ก็เป็นผลมาจากการทำวิจัยและสำรวจผู้บริโภคในเชิงลึก และทำให้เราได้เห็นโอกาสในการที่จะสื่อสารพันธสัญญาที่เรามีต่อผู้บริโภคและเป้าหมายที่จะบรรลุร่วมกันในอนาคตได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น”  

โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะเริ่มนำโลโก้ใหม่นี้ไปใช้ใน GWM Store รวมถึงกิจกรรมสื่อสารการตลาดต่าง ๆ ของแบรนด์ในทุกจุด เพื่อสื่อถึงความเป็นเพื่อนคู่ใจที่พร้อมมอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้คนไทยตลอดเส้นทาง

ทั้งหมดคือภาพรวมของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก”​ (Global Intelligent Technology Company) กับการก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยจะยังคงมุ่งมั่นรับฟังเสียงผู้บริโภค และพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมตอบโจทย์ทุกความต้องการ และเคียงข้างเติบโตไปด้วยกันกับลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคม เพื่อเป็นอีกหนึ่งกำลังในการขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเศรษฐกิจไทยให้ก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน