รักษ จากปรัชญาการปกป้องและดูแล สู่ ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพมากขึ้น กอปรกับการเข้าสู่ยุค Ageing Society เมื่อไม่นานมานี้ ทำให้การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical and Wellness Tourism) กลายเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะพลิกฟื้นการท่องเที่ยวให้กลับมาเติบโตสดใสอีกครั้ง

เศรษฐกิจเชิงสุขภาพ จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ภาครัฐกำลังผลักดันเพื่อพัฒนาให้ประเทศไทยเป็น “ศูนย์กลางทางการแพทย์นานาชาติ (Medical Hub)”

พร้อมกันนี้เราก็ได้เห็นการเปิดตัวธุรกิจ Wellness ของผู้ประกอบการหลายรายทั้งจากธุรกิจอสังหาฯ หรือธุรกิจโรงพยาบาล  หนึ่งในโครงการที่โดดเด่นและน่าสนใจ คือ “รักษ” (RAKxa) ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม แห่งแรกในไทยและภูมิภาคเอเชีย

คำว่า แห่งแรกในไทยและภูมิภาคเอเชีย ดูไม่เกินจริงเลย เมื่อรู้ว่า ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวมแห่งนี้ คือ ทางเลือกใหม่ของการดูแลสุขภาพที่ผสมผสานศาสตร์แพทย์แผนทางเลือกแบบดั้งเดิมเข้ากับวิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Fully Integrative Wellness & Medical Retreat”

นั่นทำให้ Marketeer ติดต่อไปยัง คุณดุษฎี ตันเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มั่นคง ไลฟ์ จำกัด หัวเรือใหญ่ของโครงการ “รักษ” (RAKxa) เพื่อพูดคุยถึงเบื้องหลังของธุรกิจที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Fully Integrative Wellness แห่งแรกของไทย รวมถึงทิศทางการรุกธุรกิจในครั้งนี้

รักษ ปรัชญาการปกป้องและดูแล

เพียงย่างเท้าเข้ามาภายในรักษ (RAKxa) สัมผัสได้ถึงความผ่อนคลาย ความรื่นรมย์ที่เกิดจากความสงบบนพื้นที่สีเขียวสุดลูกหูลูกตา ภายใต้คอนเซ็ปต์การออกแบบ Botanical Gardens ตัวอาคารตกแต่งด้วยความเรียบง่าย แต่เก็บรายละเอียดได้อย่างประณีต การวางแผนผังโครงการที่เว้นระยะห่างแบ่งเป็นสัดส่วนเอื้อต่อการเป็นสถานที่ดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ มอบความรู้สึกสบาย สัมผัสจังหวะชีวิตช้าลงอย่างน่าประหลาดใจภายในไม่กี่นาที

รักษ (RAKxa) เกิดจากการร่วมมือของ 3 บริษัท ที่เชี่ยวชาญและมีความโดดเด่นเฉพาะด้าน คือ บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน), ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

ตัวโครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ของคุ้งบางกะเจ้า จ.สมุทรปราการ หรือที่เรียกว่าปอดของกรุงเทพฯ มีเนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ แต่ 85% ของพื้นที่ทั้งหมดคือพื้นที่สีเขียวและพื้นน้ำทะเลสาบ ถึงแม้จะมีพื้นที่สีเขียวอยู่ก่อนแล้วแต่สวนพฤกษศาสตร์ต้นไม้นานาพรรณคือส่วนที่ทางโครงการปลูกเพิ่ม โดยเป็นต้นไม้ใหญ่กว่า 4,000 ต้น ไม้พุ่มเล็กอีกมากกว่า 4 แสนต้น มูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท

คุณดุษฎีเล่าที่มาของชื่อ รักษ ให้ฟังว่า “ความหมายของชื่อ ‘รักษ’ มาจากคำว่า รักษ์ และ รักษา  ซึ่งในภาษาไทยหมายความว่า ปกป้องและดูแล ปรัชญานี้เรานำไปใช้กับสุขภาพของลูกค้า รวมถึงเป็นหลักการดูแลพื้นที่โดยรอบแห่งนี้ให้เป็นชุมชนสุขภาพดี Wellness community เริ่มตั้งแต่การดูแลและฟื้นฟูระบบนิเวศของพื้นที่บางกะเจ้าที่เกิดการเสื่อมโทรมตามกาลเวลา ทั้งการปลูกต้นไม้และดอกไม้นับพันต้น การฟื้นฟูคุณภาพดิน การบริหารจัดการขยะ รวมถึงการสนับสนุนด้านการเกษตรแก่ชุมชนรอบข้าง ตลอดจนส่งเสริมและให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันให้กับคนในชุมชน”

ด้วยความเชื่อมั่นใน “ปรัชญาการปกป้องและดูแล” บวกกับการมีพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์อย่างศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ “รักษ” จึงให้บริการด้านการดูแลสุขภาพโดยแพทย์และผู้ชำนาญการ พร้อมทรีตเมนต์ระดับโลกที่ผสมผสานการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมเข้ากับการบริการ และนับเป็นธุรกิจ Wellness รายแรกที่เป็นแบบ “Fully Integrative” ที่นำเอา Wellness และ Medical มารวมไว้ด้วยกัน ซึ่งได้กลายเป็นจุดแข็งที่สำคัญของรักษ

“การดูแลสุขภาพที่รักษ เราเน้นการดูแลแบบองค์รวม ทั้งร่างกาย จิตใจ อาหาร สภาพแวดล้อมของการพักผ่อน  ซึ่งทั้งหมดนี้ต่างเชื่อมโยงกันเพื่อให้เกิดสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน ดังนั้นการให้บริการที่ รักษ จึงเป็นการนำเอาศาสตร์การดูแลสุขภาพด้วยแพทย์แผนสมัยใหม่ (Scientific Wellness) มาบูรณาการผสมผสานกับแพทย์ทางเลือก (Holistic Wellness) ทั้งแพทย์แผนไทย จีน อินเดีย และศาสตร์พลังงานบำบัด เพื่อออกแบบโปรแกรมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมให้เหมาะสมกับผู้ใช้บริการแต่ละบุคคล ตั้งแต่การเลือกทรีตเมนต์จนไปถึงดูแลเรื่องอาหาร”

เพื่อให้เห็นภาพการดูแลแบบองค์รวมของรักษ คุณดุษฎี อธิบายเพิ่มเติมว่า สมมุติลูกค้าต้องการดูแลด้านระบบการหายใจและปอด สามารถเริ่มจากใช้บริการศาสตร์การเผายาจากแพทย์แผนไทย ที่ช่วยไล่ความชื้นที่ปอดให้เลือดลมไหลเวียนได้ดีขึ้น จากนั้นต่อด้วยการใช้เครื่อง Hyperbaric Chamber เพื่อเติมออกซิเจนบริสุทธิ์เข้าสู่ร่างกาย และปิดท้ายด้วยการใช้ศาสตร์พลังงานบำบัด Singing Bowl จากทิเบตเพื่อสร้างความผ่อนคลายให้กับจิตใจ

รักษเฟสแรกประกอบไปด้วย

เบื้องต้นเฟสแรก รักษ พัฒนาบนเนื้อที่ 60 ไร่ มีวิลล่าส่วนตัวจำนวน 62 หลัง ซึ่งตอนนี้เปิดให้บริการ 27 หลัง ขนาด 80 ตารางเมตร ออกแบบมาเพื่อรองรับการดูแลสุขภาพตลอดการเข้ารับโปรแกรม โดยภายในห้องพักออกแบบและตกแต่งด้วยสีเอิร์ธโทน ประดับด้วยเครื่องตกแต่งจาก จิม ทอมป์สัน และงานฝีมือต่าง ๆ ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชุมชนโดยรอบ

นอกจากนี้ ยังมีอาคารที่ให้บริการในส่วนต่าง ๆ แยกกันอย่างชัดเจน ตั้งแต่

VitalLife’s Scientific Wellness Clinic: การดูแลสุขภาพโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจสุขภาพตนเองอย่างแท้จริงและทราบถึงจุดที่ควรปรับปรุง ผ่านเทคโนโลยีการวิเคราะห์ที่ล้ำสมัยจากศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์

RAKxa Jai – Holistic Wellness Centre: การทำงานร่วมกันระหว่างทีมแพทย์ของ VitalLife และผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ต่าง ๆ โดยใช้ทรีตเมนต์ในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ที่มีมากกว่า 30 ทรีตเมนต์ หลากหลายแขนง ทั้งการแพทย์แผนจีน การแพทย์แผนไทย อายุรเวท และการใช้พลังงานในการบำบัด

RAKxa Gaya – Medical Gym (ศูนย์ออกกำลังกายเชิงการแพทย์): Medical Gym ที่นี่พิเศษตรงที่มีทั้งนักกายภาพบำบัดและนักวิทยาศาสตร์การกีฬาผู้เชี่ยวชาญช่วยวิเคราะห์ร่างกายของลูกค้าแต่ละคนด้วยอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานระดับโลก ซึ่งถูกใช้ในวงการนักกีฬามืออาชีพระดับโอลิมปิก เป็นการนำเทคโนโลยีนี้มาประกอบกับศาสตร์แห่งการแพทย์และวิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายที่อยู่บนพื้นฐานของการแก้ไขปัญหา ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของร่างกาย ฝึกกล้ามเนื้อและประสาท

RAKxa’s Wellness Cuisine: ปรัชญาการปรุงอาหารช่วยให้ไม่ก่อการอักเสบในร่างกาย ที่ออกแบบโดยเชฟและนักโภชนาการจากไวทัลไลฟ์ วัตถุดิบที่ใช้เป็นออร์แกนิกที่มาจากชุมชนในพื้นที่และฟาร์มของโครงการ

ห้องอาหารอู่น้ำ (Unam): เสิร์ฟอาหารเพื่อสุขภาพที่มีคุณค่ามาพร้อมรสชาติความอร่อยตามโปรแกรมของลูกค้าแต่ละท่าน ผ่านการแนะนำจากนักโภชนาการ เพื่อให้ได้รับประโยชน์ที่ตอบโจทย์กับร่างกายของลูกค้าให้ได้มากที่สุด

RAKxa CHA: ห้องจิบชาหอมกรุ่น ที่นักปรุงชาบรรจงคัดสรรจากแหล่งเพาะปลูกอันอุดมสมบูรณ์จากทั่วเอเชีย ทุกแก้วปรุงอย่างพิถีพิถัน พร้อมสรรพคุณเพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพ

Fully Integrative จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ รักษ แตกต่าง

อย่างที่กล่าวในข้างต้นว่า รักษคือศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวม ที่เป็น Fully Integrative Wellness แห่งแรกของไทย โดดเด่นด้วยการนำเอาศาสตร์การดูแลสุขภาพด้วยแพทย์แผนสมัยใหม่ (Scientific Wellness) มาบูรณาการผสมผสานกับแพทย์ทางเลือก (Holistic Wellness) นั่นหมายความว่า ทีมแพทย์สมัยใหม่ ทีมแพทย์ทางเลือกในศาสตร์ต่าง ๆ ตลอดจนนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ จะต้องทำงานร่วมกัน

“สิ่งที่เราให้ความสำคัญที่สุด คือ องค์ความรู้ของทีมแพทย์และบุคลากรทุกคนซึ่งถือเป็นหัวใจของโครงการ โดยเฉพาะทีมแพทย์ เทอราพีส นักกายภาพบำบัด ทุกคนต้องผ่านการอบรมความรู้และการฝึกฝนมาอย่างน้อย 6 เดือนก่อนเข้าทำงาน และจะต้องสามารถใช้ศาสตร์และความรู้ที่มี เชื่อมโยงเข้ากับการดูแลแบบองค์รวมได้  แม้กระทั่งพนักงานทั่วไปในโครงการเราก็ปลูกฝังให้ทุกคนมี Wellness DNA เพื่อส่งต่อความเป็น Wellness ให้กับลูกค้าแต่ละคนที่มีความต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน มีเงื่อนไขที่แตกต่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ดังนั้น การออกแบบโปรแกรมสุขภาพสำหรับลูกค้าแต่ละคนจะแตกต่างกันไป  โดยทุก ๆ ครั้งทีมงานรักษจะทำงานสอดประสานไปในทิศทางเดียวกัน ดูแลตั้งแต่เรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย การใช้ศาสตร์ทางการแพทย์บำบัด หรือการดูแลจิตใจภายในด้วยศาสตร์พลังงานบำบัด ที่เหมาะกับ Personal Life ของลูกค้าแต่ละราย

นอกจากนี้ เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ของรักษยังเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ตั้งแต่เทคโนโลยีการตรวจวิเคราะห์และประเมินแบบรายบุคคล ทั้งเครื่องตรวจวิเคราะห์ประสิทธิภาพของร่างกายระดับสากล อย่าง Gait analysis ที่จะวิเคราะห์รูปแบบการเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจมีผลต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาว หรือเครื่อง Uber ที่วิเคราะห์การตอบสนองของร่างกายและระบบประสาท และสามารถตรวจวิเคราะห์ไปถึง DNA หรือการตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง และการตรวจวิตามินในร่างกาย เป็นต้น

ด้วยความที่เป็น Fully Integrative ที่ถือเป็นมิติใหม่ของธุรกิจ Wellness ในบ้านเรา พร้อมกับการตั้งธงว่าจะเป็น World Class Medical Wellness Destination กลุ่มเป้าหมายหลักส่วนใหญ่จึงเป็นชาวต่างชาติ

แต่การเปิดตัวโครงการท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่จำกัดการเดินทางข้ามประเทศ รักษ จึงต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การจัดโปรแกรมดูแลสุขภาพที่เน้นลูกค้าในประเทศมากขึ้น จากเดิมที่ให้ลูกค้าใช้เวลา 7-14 วันเพื่อให้ร่างกายและจิตใจได้ Retreat อย่างมีประสิทธิภาพ ปรับมาเป็นโปรแกรมดูแลสุขภาพแบบแพ็กเกจที่ใช้เวลาสั้นลง ตั้งแต่ 1 วัน, 2 วัน จนถึง 14 วัน เน้นสร้างประสบการณ์ ค่อย ๆ ให้ลูกค้าทำความเข้าใจแก่นที่แท้จริงของบริการจากรักษ

“หลังจากเปิดมา 1 ปี ตอนนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ยังเป็นคนไทย ซึ่งเรามี Member กว่า 100 ราย แต่หลังจากเปิดประเทศ เชื่อว่า ‘รักษ’ จะเป็นหนึ่งในหัวหอกสำคัญสำคัญที่ช่วยยกระดับธุรกิจ Wellness ของไทยให้ทัดเทียมระดับโลก พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพเข้ามา

“เราตั้งเป้าพัฒนาโครงการรักษให้เป็น World Class Medical Wellness Destination โดยที่ผ่านมารักษได้เข้าร่วมและสนับสนุนงาน ‘Thailand International Health Expo 2021’ ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ทั้งยังแสดงให้นานาประเทศเห็นถึงศักยภาพความพร้อมของไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางด้านการจัดงานทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข (Medical and Wellness Hub) ในระดับภูมิภาคเอเชีย” คุณดุษฎี กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับผู้ที่สนใจ โปรแกรมดูแลสุขภาพที่จะทำให้คุณรู้จักตัวเองมากขึ้น

ติดต่อและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. +66 2055 3100 เวลาทำการ: 08.30-18.30 น.

ติดตาม รักษ ได้ที่ Website: www.rakxawellness.com/ 

LINE Official: https://lin.ee/OJcmqgn

Instagram:  @rakxawellness

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน