เบื้องหลังความสำเร็จในงานอีเวนต์ต่างๆ เบื้องหน้าอาจดูสวยงาม แต่ความสวยงามนี้ย่อมผ่านการกลั่นกรองทางความคิดมากหลายตลบ จนกว่าจะเป็นอีเวนต์ที่สมบูรณ์ในวันจัดงาน และ ยุทธศักดิ์ กฤดิพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงเทพเอ็กซิบิชั่น จำกัด คือผู้บุกเบิก ธุรกิจอีเวนต์ให้กับ Workpoint ที่สร้างจากคนทำงานเพียงหนึ่งกลายเป็นทีมกรุงเทพเอ็กซิบิชั่น บริษัทย่อยของ Workpoint Group

เริ่มต้นจากเอเยนซี่ แตกใบอ่อนเป็นออกาไนซ์อีเวนต์

ยุทธศักดิ์เล่าว่า เขาไม่ได้ตั้งแต่จะทำอีเวนต์ตั้งแต่เรียนจบ แต่เพราะความเป็นเป็ดเลยทำให้อยากลอง

“เรียนนิเทศโฆษณาจบมาทำเอเยนซี่มาก่อน มาเรียนต่อโท กลับมาทำอาร์ทไดเร็คเตอร์ อยู่กับคอมพิวเตอร์ตลอด ทั้งวันก็จะว่างจนใกล้เลิกงาน 5-6 โมงเย็น มีงานลูกค้าให้แก้ ทำถึงตี1 นอน เช้ามา ตื่นมาทำงาน 11โมงถึงเที่ยง ชีวิตวนอยู่แบบนี้”

“ทำไมต้องอยู่ปลายทางของทุกคนด้วย อยากจะเป็นต้นทางบ้างเลยลองมาทำอีเวนต์ดู ทำออกาไนซ์ก็เหมือนบริหารงานบุคคล”

“ตัวเองก็เหมือนเป็ด ไม่เก่งโดดเด่น เช่นก๊อปปี้ ไรท์เตอร์ก็ต้องคิดคำคมๆ ทำอาร์ทก็ต้องพวกศิลปากร วางอาร์ทสวยๆ คนทำอีเวนต์ไม่จำเป็นต้องเก่ง แต่แค่พอเป็น และดูภาพรวมให้เป็น หาคนเก่งในแต่ละด้านมาช่วยงาน”

ชวนลองมาทำงานที่ Workpoint

ยุทธศักดิ์ อยู่ในวงการออกาไนซ์มาเกือบ 10 ปี จนถึงระดับหัวโต๊ะและเกิดจุดอิ่มตัวจากที่เก่า หมดความท้าทาย คนทำออกาไนซ์ เขาเชื่อว่าทุกสาขาวิชาชีพจะมีแรงผลักที่อยู่ในใจ

“อยากทำอะไรที่ท้าทายขึ้น อยากจะทำอะไรสักอย่างที่ Wowww ทั้งประเทศ ที่พัฒนาต่อไปได้อีก ทำอีเวนต์บ่อยๆ ทำเป็น 10 ปี จะตัน ถ้าทำออกาไนซ์ทั่วไป ลูกค้าที่ใช้บริการประจำจะเป็นลูกค้าเดิมๆ โปรดักท์เดิมๆ วิธีคิดแบบเดิม ทำอะไรได้ไม่มาก สุดท้ายก็คิดไม่ออก จังหวะเดียวกับพี่ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานดิจิทัลทีวี ชวนลองมาทำงานที่ Workpoint”

“ตอนนั้น Workpoint ยังเป็นแค่ผู้ผลิตรายการไม่มีอีเวนต์ คิดอยู่ว่าจะมาทำอะไร แต่ก็ลองมาคุยดู เพราะส่วนตัวชื่นชอบพี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ เป็นการส่วนตัว และอยากจะทำงานกับคนเก่ง ในชีวิตทำงานกับคนเก่งๆ มาค่อยข้างเยอะ ทั้งแกรมมี่ อาร์เอส ทรู แต่ยังไม่เคยได้ร่วมงานกับคนเก่งๆ ทาง Workpoint ลองดูสักหน่อย และหลังจากการพูดคุยพบว่า Workpoint ต้องการเป็นอีเวนต์ออกาไนซ์เซอร์แข่งกับรายใหญ่ๆ ในตลาด เช่น CM Organizer Index”

“ฟังแล้วก็ลองดู ถ้าไม่ได้ก็ไม่ซีเรียส ช่วงแรกๆ ยังไม่มีทีม ทำคนเดียวหมด ปีแรกค่อนข้างเหงาหน่อย ไม่มีอีเวนต์ สิ่งที่คิดก็ยังไม่โดดเด่นในเชิงอีเวนต์ จนพี่ปู วิชนี ศรีสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด รู้ว่ามาช่วยทำอีเวนต์เลยลองให้ทำนิดๆ หน่อยๆ จนรู้ว่า ทำได้”

Thailand Got Talent จุดแจ้งเกิด

“ปีที่ 2 ได้มีโอกาสทำ Thailand Got Talent Season 1 งานแรกที่แจ้งเกิดธุรกิจอีเวนต์ Workpoint จากการไป Recruit ผู้สมัคร 4 ภาค ซึ่งการ Recruit ผู้สมัครมีความแตกต่างจากการทำทีวีที่ Workpoint ถนัด แต่สำหรับคนทำอีเวนต์มาก่อน ไม่ใช่งานที่ยากนัก ในการทำงานคนเดียว หลังจบงาน เริ่มลูกค้ารายอื่นๆ เริ่มรู้ว่า Workpoint มีออกาไนซ์เซอร์อีเวนต์ และเริ่มให้ Workpoint ทำออกาไนซ์เซอร์ให้ ทั้งภาคเอกชนและหน่วยงานราชการ

“4-5 ปีที่ผ่านมาทีมอีเวนต์จากคนคนเดียว การคิดคอนเซ็ปต์จะปรึกษาพี่ๆ พี่จิก ประภาส ใจดี เรียกครีเอทีฟ กรุ๊ปเฮดของรายการมาช่วยระดมความคิด เริ่มขยายตัวเป็นทีมใหญ่ที่มีพนักงานมากถึง 20-30 คน มีแผนกครีเอทีฟเป็นของตัวเอง และแยกธุรกิจออกมาเป็น กรุงเทพเอ็กซิบิชั่น ดูแลอีเวนต์ และกิจกรรมพิเศษ ของ Workpoint งานลูกค้าที่มาจ้าง และปีหน้าจะออกไปพิชชิ่งแข่งกับคู่แข่งมากขึ้น ไปจากที่เคยเป็นหน่วยงานหนึ่งใน Workpoint Group”

เรียนรู้อะไรจากประภาส

จากจุดเริ่มต้นการเรียนรู้จากคนเก่ง Workpoint โดยเฉพาะพี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ ผู้ก่อตั้ง Work Point ร่วมกับปัญญา นิรันดร์กุล

ยุทธศักดิ์ ยอมรับว่าวันนี้ได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอยากจากคนเก่งของ Work Point โดยเฉพาะขุนพล ทั้ง 3 อย่างประภาส ปัญญา และ พาณิชย์

“พี่จิกมีความคิดต่าง และไม่มีวันหยุดนิ่ง หยุดคิด หยุดพัฒนา อะไรที่พี่จิกมองว่านิ่ง จะช่วยตบ ทำให้ทีมงานรู้สึกว่านิ่งไม่ได้ ต้องตื่นตัวตลอด ถ้านิ่งนายจะมาจี้ มาช่วยผลักตลอด พี่ตา ปัญญา อ่านเกมขาดมาก และลงมาลุยงานตลอด ส่วนพี่โอ๋ พาณิชย์ สดสี ก็เช่นกัน ทำให้ลูกน้องอย่างเรามองว่านายไม่หยุด นายยังลงมาลุยงาน นายยังโครตเหนื่อย แล้วลูกน้องอย่างเราจะสบายได้อย่างไร ในเมื่อนายยังเหนื่อยอยู่ และทำให้เรามีพลังงานบางอย่างที่จะทำให้พัฒนาและตื่นตัวเสมอ

“ไปอยู่ที่ไหนจะมองว่าตัวเองเป็นเด็กเสมอ มองทุกคนเป็นพี่ เป็นครูที่คอยสอน และพร้อมเปิดรับคำสอน และพร้อมช่วยเหลือคนอื่น ซึ่ง Workpoint มีคนเก่งๆ หลากหลายด้านเยอะมาก เมื่อทำงานกับคนเก่งจะได้อะไรกลับมาเยอะมาก ทั้งมุมมอง และอื่นๆ ซึ่งตอนที่ไปช่วยทำไม่ได้หวังผลอะไรที่จะนำไปใช้กับอีเวนต์ เอาเข้าจริงสุดท้ายกลับมาเป็นวิธีคิดที่ทำให้เราสตรองขึ้นกว่าเดิม มองภาพกว้างขึ้นกว่าเดิม จากข้อมูลที่ได้เรียนรู้จากการช่วยงานหลายๆ ฝ่าย และย้อนกลับมาที่อีเวนต์ทำให้อีเวนต์ดีขึ้น”

ไม่ใช่งานอีเวนต์ แต่ต้องเป็นเฟสติวัล

นโยบายของที่ Workpoint คือไม่ใช่ทำอีเวนต์วันเดียวแล้วเงียบ จัดเสร็จแล้วจบไป จัดครั้งเดียวแล้วเลิก อยากให้เป็นเฟสติวัลที่มีทุกปี และความเป็นเฟสติวัลเมื่อนานๆ ไปจะกลายเป็นประเพณีได้ และจะดีกับสถานที่นั้นๆ

ด้วยที่ Workpoint มีสื่อในมือ พี่ตา ปัญญา และพี่จิก ประภาสให้การสนับสนุนใช้สื่อในมือบิ้วให้คนอยากมาร่วมงาน การทำงานที่ Workpoint ไม่ได้มองที่อีเวนต์อย่างเดียว แต่ต้องคิดมากกว่าอีเวนต์มองรวมไปถึงการใช้สื่อในมือให้เกิดประโยชน์ คิดรูปแบบการจัดการ ไทม์ไลน์และการเลือกใช้สื่อในการโปรโมท พร้อมนำจุดอ่อนของงานมาพัฒนาในครั้งต่อไป และที่สำคัญคนมางานต้อง Happy เราอยู่ได้ ลูกค้า สถานที่อยู่ได้ และทุกคนวินๆ ทั้งหมดคือชาเลนจ์ให้กับตัวเองทั้งหมด

เช่น งานสงกรานต์ที่สยามสแควร์ ทำเป็นปีที่ 5 จากจุดเริ่มต้นที่สยามต้องการจัดงานสงกรานต์อุดจุดตายในช่วงสงกรานต์ที่ไม่มีใครมาเดิน ด้วยข้อจำกัดของสถานที่ที่เป็นทรัพย์สินของจุฬาสงกรานต์ สงกรานต์ห้ามมีของมึนเมา ได้รับโจทย์และเบรนสตอมกับพี่จิก ประภาส พี่ชลากร เป็นคอนเซปต์สงกรานต์ผ้าขาวม้าเป็นคีย์หลักของงานจากความคิดของพี่จิก

และสิ่งที่ทำให้สงกรานต์ผ้าขาวม้าสตรองทุกวันนี้คือเป็นอีเวนต์สงกรานต์แรกที่ไม่โป้ ไม่เปลือย ห้ามสายเดี่ยว บิกินี่ ไม่แป้ง ไม่แอลกอฮอลและต้องปลอดภัย ล้อมรั้ว มีทางเข้าออกชัดเจน มีน้ำให้เล่นฟรี และถ้าใครแต่งตัวไม่เหมาะสมมา เชิญออกทันที จากที่พี่จิกมองว่าวันนี้ผู้ใหญ่ไม่เล่นสงกรานต์เพราะร้อน และคนเล่นสงกรานต์ยุคนี้ เล่นอะไรก็ไม่รู้ ต่อคิวสาดน้ำปะแป้ง

จนสงกรานต์ผ้าขาวม้าหลังๆ จากวัยรุ่นขยายเป็นสงกรานต์ครอบครัว พ่อแม่พาลูกมาเล่นเพราะปลอดภัยมีอุปกรณ์เล่นสงกรานต์ให้เด็กเล่น และมีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาเล่นเพิ่มขึ้น จนในวันนี้สงกรานต์สยามมีคาเรคเตอร์ชัดเจนจนมีคนเปรียบเทียบสงกรานต์กับดารา ว่าสงกรานต์สีลมคือชมพู่ อารยา สงกรานต์ข้าวสารคืออั้ม พัชราภา และสงกรานต์สยามคือแอฟ ทักษอร มีความใสๆ

หรือแม้แต่งาน Siam Street World Competition โชว์อีเวนต์ที่จัดทุกๆ สิ้นปีมานานกว่า 5 ปี นำนักแสดงจากทุกมุมโลกมาโชว์เปิดหมวกที่สยาม ปีนี้เลื่อนเป็นเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ปีหลังๆ เริ่มมีไฮไลท์ใหม่ๆ เข้ามาตอบโจทย์คนไทยที่ชอบอะไรใหม่ๆ และให้งานดูพัฒนาขึ้น อย่างปีที่ 4 โชว์จากสเปนเต้นบนยอดตึก และงานนี้แสดงต่างประเทศได้นำไปเป็น Reference ขายงานในประเทศอื่นๆ และมีนักแสดงทั่วมุมโลกสนใจสมัครเข้ามาหลังไมค์ จากเดิมที่ต้องจ้างมาเล่นเป็นเปิดโอกาสให้นักแสดงที่สนใจเข้ามาแสดงได้ จากเดิมที่ต้องจ้างให้นักแสดงมา

คำว่า Workpoint คือความยากที่ท้าทาย

ยุทธศักดิ์ ยอมรับว่าความยากและท้าทายที่สุดของเขาคือ ความเป็น Workpoint

“3-4 ปีแรกที่ Workpoint ค่อยข้างเครียด ในอดีตอีเวนต์ไม่มีใครเป็นคนดู เวลาปั้นงานอีเวนต์สักงาน คนส่วนใหญ่จะมองว่าอีเวนต์ Workpoint ภาพพี่ตา ปัญญา พี่จิก ประภาส มาอยู่ในความคิด เวลาไปขายงานจะกดดัน รักษาระดับมาตรฐาน ทำให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้เสียชื่อจากชื่อเสียงที่พี่ๆ Workpoint คนอื่นๆ ได้ทำไว้ เพราะทุกคนคาดหวังเพราะเป็น Workpoint

ไม่ต้องกำไรมากแต่อย่าขาดทุน

สิ่งที่ Workpoint เปิดกว้างคือ ต้องทำงานให้ใหญ่ ให้ดี ได้กำไรน้อยไม่ว่า แต่ไม่ควรขาดทุน และไม่โอนอ่อนตามลูกค้าถ้าเห็นไม่สมควร

ต้องคิดว่าลูกค้าอยากได้อะไร มองรวมๆ คุยกับลูกค้าที่อยากมีแนวคิดอยู่ในใจ มาตบให้เข้าที่เข้าทาง โดยไม่โอนอ่อนทำตามลูกค้าทั้งหมด แล้วให้ลูกน้องคิดต่อ ส่วนใหญ่น้องครีเอทีฟจะคิดมาก่อน ซึ่งบางครั้งจะฟุ้งไปบ้าง จากที่เคยมีประสบการณ์ในฝั่งครีเอทีฟมาก่อน รู้ด้านโปรดักชั่น และมองว่าสิ่งไหนทำได้ไม่ได้ และถ้าไอเดียดี จะมาตบอย่างไรให้งบประมาณอยู่ในงบที่ทำแล้วไม่ขาดทุน

ปีหน้าไป AEC กันดีกว่า

ถ้าจะแกร่งในธุรกิจอีเวนต์ ตลาดในประเทศอย่างเดียวคงไม่พอ ในปีหน้า ยุทธศักดิ์ ต้องการพา กรุงเทพเอ็กซิบิชั่น ตะลุย AEC ด้วยจุดแข็งนำความเป็น Workpoint ไปเสนอขายความเป็นครีเอทีฟคอนเซ็ปต์ ปีหน้าถ้าไม่ผิดพลาดอะไร Workpoint จะเข้าไปจัดอีเวนต์ใน AEC ในรูปแบบส่งเสริมอิมเมจให้กับสถานที่และประเทศ และถ้าประสบความสำเร็จจะต่อยอดเป็นเฟสติวัลที่จัดทุกๆ ปี

อีเวนต์ไม่ต้องการคนเก่ง แต่ต้องการคนขยันที่ลองทำเพื่อให้รู้ไปหมด และที่สำคัญการทำอีเวนต์ต้องประเมินภาพก่อนงาน หาวิธีอุดรอยรั่วที่อาจเกิดขึ้น เมื่อเกิดปัญหา ต้องใจเย็นถอยออกมามองรอบๆ ด้าน แก้ไขปัญหาที่ง่ายที่สุดก่อน และปัญหาอื่นๆ จะแก้ไขได้เป็นเปาะๆ ไป ปัญหาก็จะกลายเป็นทางออกที่ทำให้อีเวนต์เดินหน้าต่อไปได้

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน