หลังสถานการณ์เงินเฟ้อในประเทศไทยยังคงพุ่งไม่หยุด ล่าสุดตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิถุนายน 2565 ปรับตัวสูงขึ้นถึง 7.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งถือว่าสูงสุดในรอบ 14 ปี

ทำให้สินค้าและบริการในประเทศปรับตัวขึ้นสูงตาม เกิดเสียงบ่นเสียงโอดครวญจากชาวโซเชียล และเรียกร้องให้องค์กรที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการช่วยเหลือโดยด่วน

บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด เลยได้ทำการเก็บข้อมูลผ่านเครื่องมือ ZOCIAL EYE ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน-10 กรกฎาคม 2565 เพื่อแสดงภาพรวมการพูดถึงภาวะเงินเฟ้อบนโซเชียลมีเดีย

พบว่ามีการพูดถึงเรื่องดังกล่าวทั้งสิ้น 11,887,917 เอนเกจเมนต์ จาก 8,455 แอคเคานต์ เฉลี่ยมีการพูดถึง 202,732 เอนเกจเมนต์ต่อวัน

แบ่งเป็นการพูดถึงจากผู้ชาย 66.6% มากกว่าผู้หญิงซึ่งอยู่ที่ 33.4% และพูดในคนช่วงอายุ 25-34 ปีมากที่สุด คิดเป็น 50.51%

4 ช่องทางที่ชาวโซเชียลใช้พูดถึงสถานการณ์เงินเฟ้อในไทย

1. เฟซบุ๊ก (Facebook) 53.47%

2. เว็บไซต์ข่าว (News Site) 17.22%

3. ทวิตเตอร์ (Twitter) 14.77%

4.ช่องทางอื่นๆ (Other) 14.54%

4 ช่องทางที่ชาวโซเชียลใช้พูดถึงสถานการณ์เงินเฟ้อในไทย
ช่องทาง เปอร์เซ็นต์ (%)
1. เฟซบุ๊ก 53.47
2. เว็บไซต์ข่าว 17.22
3. ทวิตเตอร์ 14.77
4. ช่องทางอื่น ๆ 14.54

ที่มาข้อมูล: ไวซ์ไซท์

และจากเอนเกจเมนต์ที่เกิดขึ้น ไวซ์ไซท์ได้สรุปออกมา 3 ประเด็นที่ชาวโซเชียลพูดถึงมากที่สุด ซึ่งมีดังต่อไปนี้

1. ผลกระทบต่อประชาชน 4,071,532 เอนเกจเมนต์

ประเด็นที่ชาวโซเชียลสนใจมากที่สุดคงหนีไม่พ้นผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากเกิดภาวะเงินเฟ้อ ตั้งแต่การที่บางบริษัทปรับขึ้นเงินเดือนเพื่อช่วยลดภาระให้พนักงาน แต่ค่าแรงขั้นต่ำเท่าเดิม, การปรับขึ้นราคาของสินค้าอุปโภคและบริโภค ซึ่งรวมถึง #ค่าไฟแพง #น้ำมันแพง #อาหารแพง พุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์, ค่าเงินบาทอ่อนลง, ตลาดหุ้น กองทุนฯ และคริปโทติดลบ จนไปถึงส่งผลให้หนี้ครัวเรือนไทยต่อ GDP ปรับตัวสูงขึ้น

2. การรับมือเงินเฟ้อด้วยตนเอง 2,976,259 เอนเกจเมนต์

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นและหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นนี้ ทำให้ประชาชนเลือกที่จะเก็บเงินสดไว้กับตัว แต่บ้างก็มีการกล่าวถึงการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อหาช่องทางตักตวงเงินเข้ากระเป๋า อย่างไรก็ตาม ในยุคที่ข้าวของราคาแพง มาม่ายังคงเป็นหนึ่งในอาหารที่ชาวโซเชียลพูดถึงควบคู่ไปกับเงินเฟ้อนั่นเอง

3. นโยบายจัดการเงินเฟ้อ 2,458,094 เอนเกจเมนต์

แม้จะมีการประชาสัมพันธ์วิธีประหยัดเงินในกระเป๋าจากภาครัฐ อาทิ การหันมาใช้เตามหาเศรษฐีทดแทนการใช้ก๊าซหุงต้มที่ปรับตัวแพงขึ้น 8% หรือการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ชาวโซเชียลก็ยังมีการถามถึงนโยบายอื่น ๆ ที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยด่วน

นอกจากประเด็นข้างต้นแล้ว ชาวโซเชียลยังให้ความสนใจกับต้นตอของปัญหา ไม่ว่าจะเป็นสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้สายพานการผลิตในหลายประเทศต้องหยุดชะงัก วัตถุดิบจึงมีราคาแพงขึ้น รวมถึงโควิดระลอกใหม่ที่ยังฉุดเศรษฐกิจให้ตกต่ำลง

3 ประเด็นเงินเฟ้อในไทยที่ชาวโซเชียลพูดถึงมากสุด
ประเด็น เอนเกจเมนต์
1. ผลกระทบต่อประชาชน 4,070,000
2. การรับมือเงินเฟ้อด้วยตนเอง 2,970,000
3. นโยบายจัดการเงินเฟ้อ 2,450,000

ที่มาข้อมูล: ไวซ์ไซท์



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน