CABB Bangkok Taxi เผยความต้องการเรียกรถแท็กซี่ของผู้โดยสารในไทย เพิ่มขึ้นถึง 7 เท่า ของความสามารถในการให้บริการในปัจจุบัน และเตรียมเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่ หลังเปิดบริการมาครบ 2 ปี

เรียกว่าหลังผ่านพ้นช่วงวิกฤตใน 2 ปีแรก ของการระบาดหนักจากโควิด-19 นับตั้งแต่เปิดให้บริการ แค็บบ์ แบงค็อก แท็กซี่ (CABB Bangkok Taxi) ผู้ให้บริการรถแท็กซี่สาธารณะระดับวีไอพี ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “แท็กซี่ส่วนตัวเพื่อคนกรุงเทพฯ” ก็ได้ออกมาบอกเล่าถึงทิศทางในการดำเนินธุรกิจหลังจากนี้

โดย นายศฤงคาร สุทัศน์ชูโต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย แค็บ จำกัด เริ่มเล่าถึงดีไซน์ของตัวรถ CABB Bangkok Taxi อันเป็นเอกลักษณ์ ว่ามาจากการที่บริษัททำการศึกษาวิจัยเพื่อสร้างบริการที่แตกต่างในประเทศไทย โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากกลุ่ม Geely ประเทศจีน

 

จนได้ลิขสิทธิ์การผลิตรถภายใต้แบรนด์ Asia CAB ซึ่งเป็นรถที่มีโมเดลต้นแบบจาก “ลอนดอนแท็กซี่” รถรูปทรงม้าสุดคลาสสิกซึ่งเป็นเอกลักษณ์ความปลอดภัยบนท้องถนนกรุงลอนดอนกว่าเกือบศตวรรษ

และยังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์รถแบรนด์ ASIA CAB อย่างเป็นทางการ เพื่อจุดมุ่งหมายสู่ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมแท็กซี่

ทั้งบริษัทยังดำเนินธุรกิจรถรับจ้างสาธารณะแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เริ่มจากการประกอบรถยนต์ การบริหารการเดินรถ การบริหารคนขับ การพัฒนาตลาดและเทคโนโลยี

ด้วยรูปแบบธุรกิจที่โดดเด่น บริษัทส่งมอบการบริการผ่าน CABB Application ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล ซึ่งได้รับความเชื่อมั่นและเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่องจากผู้คนในกรุงเทพมหานคร

ปัจจุบันบริษัทมี CABB Bangkok Taxi รถแท็กซี่ วีไอพี สไตล์ลอนดอน ให้บริการรับส่งผู้โดยสารกว่า 400 คัน

และภายในไตรมาส 4/2565 จะเพิ่มบริการรับ-ส่งผู้โดยสาร เต็มที่ 600 คัน ทั้งตั้งเป้าเพิ่มจำนวนรถ CABB Bangkok Taxi วิ่งทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวม 1,200 คัน ภายในปี 2567

 

จำนวนรถ CABB Bangkok Taxi
จำนวน
ปัจจุบัน 400 คัน
ไตรมาส 4/2565 600 คัน
พ.ศ. 2567 (ตั้งเป้า) 1,200 คัน
ที่มา: บริษัท เอเชีย แค็บ จำกัด

ด้านช่องทางการให้บริการในปัจจุบันของ CABB Bangkok Taxi จะมีทั้งการจองรถล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน CABB หรือ Call Center 02-026-8888 และพร้อมให้บริการที่จุดจอดรถแท็กซี่ของห้างสรรพสินค้าที่เป็นพันธมิตร

ส่วนอัตราค่าบริการของ CABB Bangkok Taxi จะเป็นบริการรถแท็กซี่ระดับ VIP ที่มีมิเตอร์ถูกกฎหมายในไทย โดยมิเตอร์เริ่มต้น 0 กิโลเมตรแรก อยู่ที่ 75 บาท และ 120 บาท ภายในระยะทาง 2 กิโลเมตรแรก ทั้งนี้ อัตราค่าบริการ ยังไม่นับรวมส่วนลดจากโปรโมชั่นต่าง ๆ เมื่อทำการเรียกรถผ่านแอป CABB

โดยอีกความตั้งใจสำคัญของการวางแผนขยายธุรกิจใหม่ จะเป็นการเดินหน้าขยายแผนธุรกิจใหม่อย่าง “แท็กซี่ป้ายดำ” ให้บริการเรียก แท็กซี่วีไอพี และ แท็กซี่ส่วนบุคคล ผ่านแอปพลิเคชัน “CABB Plus” เพื่อขยายการให้บริการสู่ตลาด และรองรับความต้องการของคนเรียกรถแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชัน

ล่าสุด บริษัท ได้รับการพิจารณารับรองจากกรมการขนส่งทางบกตามกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือเป็นความสำเร็จในด้านการขยายการให้บริการสู่กลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

พร้อมเร่งฝึกทักษะคนขับและเปิดรับสมัครพาร์ตเนอร์คนขับแค็บบ์หลายร้อยอัตรา เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของคนเรียกรถแท็กซี่ ที่มีดีมานด์เพิ่มขึ้นถึง 7 เท่าของความสามารถในการให้บริการในปัจจุบัน

โดยคุณสมบัติของผู้เช่าขับแค็บบ์ ได้แก่ คนที่ถือสัญชาติไทย อายุ 23-70 ปี ไม่จำกัดเพศ มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์สาธารณะ (หากไม่มีใบขับขี่สาธารณะ เรามีบริการแนะนำพาไปทำใบขับขี่ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) ไม่มีประวัติอาชญากรรมมาก่อน มีความชำนาญและรู้เส้นทางในกรุงเทพมหานคร และมีความสามารถในการใช้อุปกรณ์สื่อสารประเภทสมาร์ตโฟนได้

นอกจากนั้น บริษัทยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการเทคโนโลยีรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสำหรับรถแท็กซี่เพื่ออนาคต (CABB EV) รวมไปถึงลงนามสัญญาอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรกับผู้รับจ้างประกอบและซัปพลายเออร์ในการผลิตรถ “CABB EV” หรือ “แท็กซี่วีไอพีพลังงานไฟฟ้า” เพื่อผลิตรถแท็กซี่ไฟฟ้าต้นแบบสัญชาติไทยคันแรก



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน