ในปี 2556เป็นปีที่มีความท้าทายในการก้าวข้ามวิกฤติทางเศรษฐกิจ และ กลุ่มเซ็นทรัล มีความภูมิใจที่ได้ก้าวผ่านสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างสวยงามถึงแม้จะได้ก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตินี้บ้าง แต่ก็สามารถสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจได้ถึง 19% คิดเป็นมูลค่า 233,993 ล้านบาท และเป็นการเติบโตที่มากกว่าปี 2555

กลุ่มเซ็นทรัล

แกร่งกว่า “วิกฤติ”

“6 ปีที่ผ่านมาผ่านวิกฤติทุกรูปแบบ ทั้งวิกฤติการเงิน น้ำท่วม การเมือง ทำให้เซ็นทรัลกรุ๊ปได้สร้างภูมิคุ้มกันและสามารถอยู่สภาพที่แก้ไขสถานการณ์ได้ จากสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน กลุ่มเซ็นทรัล ได้รับผลกระทบเล็กน้อย ด้วยรายได้ที่ลดลงกว่าที่ตั้งเป้าไว้ 1-2%” ทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าว

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ3-4 ปีที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัลได้เติบโตเป็น 2 เท่า ถือเป็นการเติบโตที่สูง เมื่อเทียบกับ 6-7 ปีที่ผ่านมาที่มีการเติบโตเพียง 7-8% ต่อปีเท่านั้น

“การเติบโตนี้มาจากการลงทุนในรูปแบบต่างๆ และความสำเร็จของปีที่ผ่านมามาจากการขยายกิจการอย่างต่อเนื่องทั้งภายในและต่างประเทศ มีการเข้าซื้อกิจการในยุโรป และขยายธุรกิจรีเทลสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเปิดสาขาใหม่ในประเทศไทย ปรับปรุงพัฒนาสาขาในปัจจุบัน โดยธุรกิจโรงแรมเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตสูงสุดด้วยอัตราการเติบโต 25%”

เพื่อขึ้นสู่กลุ่มธุรกิจค้าปลีกและบริการระดับโลกในอีก 10 ปีข้างหน้า ทศจึงได้ตอกเสาเข็มให้รากฐานองค์กรมั่นคงยิ่งขึ้นด้วยการปรับองค์กรครั้งใหญ่ภายใต้แนวคิด “The Next Chapter of Central Group  ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนใหญ่เป็นครั้งที่ 4 นับตั้งแต่ 28 ปีที่ผ่านมา

“เน้นไปยังการปรับเปลี่ยนทีมบริหารใหม่ ในครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร 10 กว่าท่าน ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้บริหารเดิมแต่ได้โยกย้ายไปตามสายงานต่างๆ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผู้บริหารของกลุ่มเซ็นทรัลที่สามารถเติบโตและดูแลงานได้หลายประเภท”

“มีการแบ่งกลุ่มโครงสร้างองค์กรใหม่จาก 5 กลุ่มธุรกิจเป็น 8 กลุ่ม จากการแบ่งกลุ่มค้าปลีกเดิมภายใต้ เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือ CRC เป็น 4 กลุ่มธุรกิจใหม่ให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจที่จะมุ่งไปอีก 10 ปีข้างหน้า เพื่อเกิดความคล่องตัวในการบริหารมากขึ้นเสริมศักยภาพของกลุ่มเซ็นทรัลผ่านซินเนอร์จี้ระหว่างองค์กรต่างๆ ผ่านการแบ่งปันความรู้ข้ามองค์กรในรูปแบบ One Group เดินหน้าไปด้วยกัน เพราะที่ผ่านมากลุ่มเซ็นทรัลยังซินเนอร์จี้ระหว่างกลุ่มไม่ดีพอ การทำงานของ 5 กลุ่มธุรกิจเป็นเอกเทศต่อกัน”

นอกจาก8 กลุ่มธุรกิจของเซ็นทรัลประกอบด้วย หนึ่ง-กลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นกลุ่มที่วางเป้าหมายเป็นผู้นำในธุรกิจดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ของโลก และต่อยอดแบรนด์โรบินสันให้เป็นผู้นำใน AECสอง-กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค สาม-กลุ่มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง สินค้าตกแต่งบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้า สี่-กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์เครื่องเขียน หนังสือ และออนไลน์ กลุ่มที่จะกลายเป็นฟิวเจอร์รีเทลในอนาคต

ส่วนกลุ่มที่ยังคงเหมือนเดิมได้แก่ ห้า-กลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า และอสังหาริมทรัพย์ เซ็นทรัลพัฒนา หก-ธุรกิจบริการและจัดการสินค้านำเข้า เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้ง เจ็ด-กลุ่มธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตมาก และเซนทราราได้ประสบความสำเร็จในฐานะโรงแรมเบอร์หนึ่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และสาขาในต่างประเทศมากกว่า 15 ประเทศ แปด-กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร เซ็นทรัล เรสตอรองส์ ทศได้จัดตั้งหน่วยงานสนับสนุนส่วนกลาง และกลุ่มการเงินเสริมการทำงานของทุกกลุ่มธุรกิจให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

“ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจยังคงไม่แน่นอน ในต้นปี 2557 กำลังซื้ออาจจะเป็นปัญหาในการไปถึงเป้ารายได้บ้าง แต่สิ่งที่อยู่ที่มู๊ดการซื้อ การจับจ่ายมากกว่า แต่ในปีนี้วิกฤติก็ไม่แย่กว่าที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เป้าหมายรายได้กลุ่มเซ็นทรัลในปีนี้จึงอยู่ที่ 267,000 ล้านบาท เติบโต 14% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และใช้งบลงทุน 44,000 ล้านบาท มากกว่าปีที่ผ่านมาที่ลงทุนเพียง 33,000 ล้านบาท ไปยังธุรกิจต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ”

สำหรับธุรกิจในประเทศไทยกลุ่มเซ็นทรัลยังคงเน้นไปยังตลาดต่างจังหวัด เนื่องจากต่างจังหวัดยังมีกำลังซื้อจากกลุ่มนักท่องเที่ยว ด้วยการเปิดศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล 2 แห่งที่เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี และศาลายา นครปฐม ห้างโรบินสัน 5 แห่ง ที่ปราจีนบุรี ร้อยเอ็ด สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และเปิดตัวศูนย์การค้าลักชัวรี่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ โครงการมูลค่า 10,000 ล้านบาท ที่กรุงเทพฯ 1 แห่ง

ขยายร้านแฟมิลี่มาร์ทเพิ่ม 308 สาขา เปิดไทวัสดุ 6 สาขา และขยายธุรกิจ บ้านแอนด์บียอนด์ เพิ่มอีกหลายจังหวัด ไปพร้อมๆ กับเปิดตัวแบรนด์สินค้าแฟชั่นใหม่ และลักชัวรี่แบรนด์ ในกลุ่มเซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้ง และขยายสาขาร้านอาหารเพิ่ม 109 สาขา

ส่วนธุรกิจต่างประเทศในปีนี้ทศให้ความสำคัญกับการขยายตัวไปยังกลุ่มประเทศ AEC ด้วยการเปิดตัวเซ็นทรัลพลาซ่า ไอซิตี้ ศูนย์การค้าแห่งแรกของเซ็นทรัลพัฒนาในมาเลเซีย ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล แกรนด์อินโดนีเซีย นำสินค้าคู่ค้าในประเทศไทยเปิดตลาดในอินโดนีเซีย ลงทุนในเวียดนามหลากหลายรูปแบบทั้งห้างสรรพสินค้าโรบินสัน โดยใช้ชื่อว่าโรบิ้นส์  2 สาขา ร้านซูเปอร์สปอร์ต 4 สาขา ร้านคร็อกส์ 6 สาขา ร้านนิวบาลานซ์ 2 สาขา เปิดตัวแบรนด์ Mark & Spencer, F&F, Sanrio, Wrangler, Man United, Lee, Payless Shoesource, Hush Puppies และเครื่องสำอาง Illamasqueเจาะกลุ่มคนเวียดนามรุ่นใหม่

“เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา สัดส่วนรายได้จากธุรกิจต่างประเทศเกือบเท่ากับศูนย์ ในปัจจุบันมีรายได้ 15% ของรายได้ทั้งหมด และอีก 5-10 ปี สัดส่วนธุรกิจนี้จะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ และอาจจะถึง 50% ในที่สุด”

และเพื่อไปถึงจุดมุ่งหมายที่วางไว้อีก 10 ปีข้างหน้า ทศยังได้ให้ความสำคัญกับแบรนด์ดิ้งเป็นหลัก ด้วยการโฟกัสที่ธุรกิจหลัก และแบรนด์หลักๆ ต่อยอดจากความสำเร็จในอดีต  เพื่อเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคทุกเซ็กเม้นท์ และสร้างจุดต่างผ่านประสบการณ์เกี่ยวเนื่องกับแบรนด์ผ่านคุณภาพที่เป็นเลิศทั้งสินค้าและบริการ เพราะเขาเชื่อว่าแบรนด์มีความแข็งแกร่งจะสามารถนำพาแบรนด์ในกลุ่มเซ็นทรัลสู่แบรนด์ผู้นำระดับภูมิภาคได้

Marketeer เดือนมีนาคม 2557

เรื่อง : ณัฐจิตต์ บูราณทวีคูณ

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer