อย่างที่รู้กันว่าประเทศจีนต้องการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิดภายในประเทศให้ได้แบบชนิดไม่เหลือจำนวนผู้ติดเชื้อแม้แต่คนเดียว จึงประกาศนโยบายโควิดเป็นศูนย์ (ZERO COVID-19) เมื่อเดือนมีนาคม 2022 โดยมีลักษณะคล้ายกับการปิดประเทศ กล่าวคือ จีนใช้ มาตรการควบคุมการเดินทางเข้าและออกประเทศอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งจีนก็ได้มีการล็อกดาวน์ในหลายเมืองที่มีผู้ติดเชื้อ เพื่อป้องกันการลุกลามไปเมืองอื่น พร้อมตรวจหาเชื้ออย่างเข้มงวด สวนทางกับนานาประเทศที่ทยอยเปิดประเทศกันแล้วเพื่อการกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้กลับมาก่อนที่ประชาชนในประเทศจะได้รับความเดือดร้อน

แต่ก็ไม่ใช่กับทุกธุรกิจที่ได้รับความเดือดร้อนจากนโยบาย Zero-Covid อย่างบริษัท Andon Health บริษัทมหาชนในจีนที่ผลิตและจัดจำหน่ายชุดตรวจโควิดและอุปกรณ์การแพทย์ มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นสูงมากถึง 32,000% ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2022

และด้วยการที่บริษัทแห่งนี้ผลิตอุปกรณ์ทดสอบการติดเชื้อโควิดสำหรับจำหน่ายทั้งที่จีนและส่งออกไปยังอเมริกา ทำให้เม็ดเงินไหลเข้าบริษัทเป็นจำนวนมาก จนส่งให้บริษัทแห่งนี้กลายเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในจีนอันดับที่ 35 ในหมวดการผลิตชุดตรวจโควิด-19 ทำรายได้ไปกว่า 1.5 แสนล้านหยวน (หรือประมาณ 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์) นี่อาจจะเป็นตำนานบทใหม่ ที่เข้ากับคำกล่าวที่ว่าสถานการณ์ได้สร้างวีรบุรุษอย่างแท้จริง

แต่ไม่ใช่ว่าจะมีแต่บริษัทที่โชคดีแบบ Andon Health กลับกันบริษัทในจีนที่ไม่ได้รับอานิสงส์จากโควิด-19 กำลังบาดเจ็บหนัก การล็อกดาวน์ที่ไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่ รวมถึงข้อจำกัดที่เข้มงวดในการเดินทางทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนหยุดชะงักลง

ซึ่งในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา การล็อกดาวน์ทำให้ชีวิตผู้คนในจีนทุกข์หนัก และได้จุดชนวนให้เกิดการประท้วงในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยความตึงเครียดทวีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เมื่อหนุ่มสาววัยรุ่นชาวจีนตามท้องถนนในเซี่ยงไฮ้ออกมาแสดงจุดยืน “ไม่เอา” การปิดเมืองอีกต่อไป โดยตะโกนว่า “เราไม่ต้องการการตรวจโควิด เราต้องการอิสระ”

 

Zero-Covid กับผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ

ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากนโยบายนี้ของรัฐบาลจีนในการกำจัดโควิดให้สิ้นซากไม่เคยเสียหายชัดเจนเท่านี้มาก่อน เมื่อประชาชนถูกจำกัดบริเวณอย่างจริงจัง ตัวเลขในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนชี้ให้เห็นว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นทั้งที่มีการล็อกดาวน์อย่างเคร่งครัด จำนวนเที่ยวบินในประเทศลดลง 45% เทียบแบบปีต่อปี สายการบินที่ใหญ่ที่สุด 3 แห่งของจีน (Air China, China Eastern, China Southern) ขาดทุนรวมกันกว่า 74,000 ล้านหยวนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2022 อีกทั้งปริมาณการใช้บริการรถไฟใต้ดินใน 10 เมืองใหญ่ของจีนก็ลดลงกว่า 32% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ในตอนนี้มีการล็อกดาวน์ในเมืองสำคัญทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ซึ่งมีผลต่อเศรษฐกิจคิดเป็น 1 ใน 4 ของจีดีพีทั้งหมดของจีน พร้อมกับฉุดให้ผลประกอบการของบริษัทในจีนหดตัวลงเป็นอย่างมากจนทำให้อัตราการว่างงานจีนทำสถิติสูงสุดที่ 19.9% เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ด้วยสถิติการติดเชื้อโควิดที่พุ่งสูงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจของจีนจึงต้องพยายามยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือภาคธุรกิจเยอะมากชนิดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ธนาคารกลางของจีนประกาศลดอัตราส่วนเงินสำรองที่จำเป็นของธนาคารลง บีบให้ธนาคารในจีนจำเป็นต้องปล่อยสินเชื่อมากขึ้นและต้องแบกรับความเสี่ยงจากการที่เศรษฐกิจภายในประเทศเองก็ยังไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่น่าไว้วางใจนัก

โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยอดขายลดลงอย่างฮวบฮาบในปีที่ผ่านมา ซึ่งมาตรการผ่อนปรนที่ประกาศเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนก็พอจะทำให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของจีนที่ประสบปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อ สามารถที่จะดำเนินการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างต่อไปได้อีกสักระยะ

แต่ถึงสถานการณ์ของผู้พัฒนาอสังหาฯ จะดีขึ้นอย่างไร แต่การล็อกดาวน์อย่างต่อเนื่องก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ และอาจทำให้ผู้ที่กำลังคิดจะซื้อบ้านตัดสินใจชะลอการซื้อบ้านออกไปก่อน อีกทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจในภาพรวมของปี 2023 ดูมืดมนมากขึ้นไปอีก

 

ความเป็นไปได้ที่จีนจะกลับมาเปิดเมืองอีกครั้งในปี 2023

ส่วนข่าวลือเรื่องที่จีนจะกลับมาเปิดประเทศอีกครั้งเริ่มได้ยินหนาหูขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งส่งผลต่อเซนติเมนต์ของตลาดหุ้นจีนในเชิงบวก บวกกับรัฐบาลกลางออกมาตรการผ่อนคลายกว่า 20 รายการ เพื่อผ่อนคลายข้อจำกัดต่าง ๆ เช่น การยกเลิกการกักตัวผู้ใกล้ชิดผู้ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิดขั้นที่สอง และลดระยะเวลาในการกักตัวของผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศจาก 7 วันเหลือแค่เพียง 5 วัน

มาตรการดังกล่าวได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดหุ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าจีนกำลังวางแผนที่จะยุติการเป็นนโยบาย Zero-Covid แต่เอาเข้าจริงแล้ว Xi Jinping ไม่ได้ตั้งใจหรือมีท่าทีว่าจะยกเลิกมาตรการดังกล่าวแต่อย่างใด

ในทางกลับกัน การผ่อนปรนดังกล่าวเป็นเพียงการปรับนโยบายในรายละเอียดบางข้อเท่านั้นเพื่อที่จะทำให้รัฐบาลสามารถรับภาระจากนโยบายอันเคร่งครัดที่ตนเองสร้างขึ้นมาได้มากขึ้นในระยะยาว อีกทั้งการผ่อนปรนนโยบายก็ถูกนำมาใช้ในลักษณะผสมผสานกับนโยบายที่เคร่งครัด เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อยังคงเพิ่มสูงขึ้นในอีกหลายเมือง ซึ่งรัฐบาลกลางก็ได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถตัดสินใจเปลี่ยนกลับไปใช้การปิดเมืองแบบเคร่งครัดตามดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ที่ปกครองเมืองนั้น ๆ ได้ทุกเมื่อ

ด้วยแรงกดดันที่ก่อตัวขึ้นในหลายที่ บรรดาผู้นำในจีนต้องต่อสู้กับความเสี่ยงที่จะสูญเสียการควบคุมทั้งไวรัสและความอดทนของประชาชน ซึ่งหลายฝ่ายดูแล้วก็นับว่ายากยิ่งนัก เพราะเมื่อใดที่ประชาชนหมดความอดทนกันทั้งประเทศ อำนาจของสี จิ้นผิง อาจสั่นคลอนได้ และมีเพียงนักวิเคราะห์ไม่กี่คนเท่านั้นที่เชื่อว่าจีนกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดประเทศอีกครั้งในปีหน้า

 

กับอนาคตเศรษฐกิจที่มืดมน

ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าเศรษฐกิจของจีนมีแนวโน้มว่าจะยังคงย่ำแย่ต่อไปอีกสักระยะ จนกว่าจะเริ่มมีการผ่อนคลายนโยบายที่เข้มงวด การล็อกดาวน์ธุรกิจ ย่านที่อยู่อาศัย มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไป แม้ว่าทางการจะพยายามหลีกเลี่ยงการประกาศปิดเมืองทั้งเมือง แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอาจทำสิ่งนี้โดยไม่ประกาศการปิดเมืองอย่างเป็นทางการ เพื่อทำให้ดูเหมือนว่าจะพวกเขาสนับสนุนมาตรการผ่อนคลายแต่แท้ที่จริงแล้วแค่เพียงลดแรงกดดันจากประชาชนลงเท่านั้น

บริษัทข้ามชาติหลายบริษัทคาดว่าอัตราการเติบโตคงจะหยุดชะงักอย่างต่อเนื่องแน่นอน การปิดโรงงานในจีนที่ประกอบ iPhone เมื่อไม่นานมานี้ทำให้การเติบโตของบริษัท Apple หยุดชะงักอย่างรุนแรง โรงงานผลิตและประกอบ iPhone แห่งนี้มีพนักงานราว 200,000 คน โดย Foxconn บริษัทสัญชาติไต้หวันเป็นเจ้าของ ประสบปัญหาจากการระบาดในเดือนตุลาคมที่ทำให้ต้องปิดเมืองบางส่วน ทำให้อาหารเริ่มขาดแคลน ทำให้ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาพนักงานหลายคนต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อเอาชีวิตรอด หลายคนกระโดดข้ามกำแพงและเดินไปตามมอเตอร์เวย์เพื่อพยายามหาทางกลับบ้าน

เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน เจ้าหน้าที่ในมณฑลเหอหนานซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานแห่งนี้ได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ระดับล่างของพรรคคอมมิวนิสต์เริ่มจัดจ้างพนักงานในสายการผลิตมาทดแทน ในขณะที่ Foxconn พยายามรับสมัครคนงานเพิ่ม แต่จำนานพนักงานก็ยังคงไม่เพียงพอต่อการเดินกำลังการผลิตแบบเต็มอัตราอยู่ดี

นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้สูงว่าในปี 2023 ทุกสิ่งทุกอย่างที่จีนจะยังคงวุ่นวายไม่รู้จบ ช่วงเวลานี้อาจรวมถึงการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกหลายอย่าง ทั้งเจ้าของร้านและนักช้อปอาจเลือกที่อยู่นิ่ง ๆ ไม่ออกมาขายของ หรือออกมาช้อปปิ้ง โรงงานต่าง ๆ อาจหยุดทำงานชั่วคราวเนื่องจากการติดเชื้อแพร่กระจายไปทั่วทุกพื้นที่การผลิต

ความสับสนและความไม่ลงรอยกันของนโยบายระหว่างมณฑล เมือง และจังหวัด อาจทำให้ซัปพลายการผลิตหยุดชะงักเป็นเวลานานหลายสัปดาห์ และด้วยเงื่อนไขเหล่านี้ หากทางการจีนไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสได้ เราคงได้เห็นระบบห่วงโซ่การผลิตของจีนหยุดชะงักและอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเงินเฟ้อรุนแรงในจีนได้ในกรณ๊ที่สินค้าที่จำเป็นการต่อดำรงชีวิตเกิดการขาดแคน

Ting Lu นักวิเคราะห์จากโนมูระกล่าวว่าพื้นที่ที่ถูกล็อกดาวน์ในตอนนี้หากคิดเป็นตัวเลขมูลค่าทางเศรษฐกิจก็อาจจะสูงถึง 40% ของ GDP และผลกระทบที่จะตามมาก็คือผลิตภาพโดยรวมของจีนจะลดลงอย่างต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 1 หรือ 2 ไตรมาสในปีหน้า

และถึงแม้ว่าจีนจะสามารถกำจัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้แบบ 100% ในทันที แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจในเชิงบวกก็คงไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะถึงปี 2024  ช่วงเวลาระหว่างปี 2023-2024 จะเป็นช่วงเวลาแห่งความปั่นป่วนและไร้เสถียรภาพ การเติบโตจะต่ำ ความเป็นไปของเศรษฐกิจจะขึ้นอยู่กับแนวทางการดำเนินมาตรการที่เกี่ยวข้องกับโควิดของหน่วยงานท้องถิ่น ซึ่งแน่นอนว่าในระหว่างนี้การประท้วงก็คงจะยังดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายมาจากเบื้องบน

 

อ้างอิง

https://www.economist.com/finance-and-economics/2022/11/28/chinas-economy-cannot-bear-much-more-zero-covid



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน