คาดตลาดรีเทลปีนี้โต 9% บู๊ทส์ จัดโปรโมชั่น Boots Mix & Match ซื้อ 1 แถม 1 คละได้ กระตุ้นการใช้จ่าย ท่ามกลางตลาดมูลค่า 120,000 ล้าน

ตลาดรีเทลมูลค่า 121,896 ล้านบาท เติบโตหลักเดียว ในปี 2566 ทิศทางยังคงไม่เเตกต่างมาก  คาดโตได้ 9% เเม้กำลังซื้อยังไม่กลับมาเท่าก่อนโควิดก็ตาม เเต่คนยังให้ความสำคัญกับสินค้าสุขภาพเเละความงามมาอันดับหนึ่ง

อรพรรณ พงศ์พานิช Head of Customer Experience บู๊ทส์ รีเทล ประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อคนไทย  ทุกคนรัดเข็มขัด  จะซื้อสินค้าต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าจากทุกการใช้จ่าย

แต่ในปีนี้เเนวโน้มตลาดรีเทลฟื้นตัวขึ้น คาดการณ์ปี 2566 ธุรกิจรีเทลโต 9% และรีเทลสุขภาพโต 13% ส่งผลให้การเเข่งขันในปีนี้ค่อนข้างคึกคัก  โดยเฉพาะช่วงซัมเมอร์ที่เป็นไฮซีซั่นของตลาดรีเทล  เเบรนด์ต่างออกเเคมเปญโปรโมชั่นเเย่งชิงลูกค้ากันดุเดือด

จากผลสำรวจ พบว่า นักช้อปไทยชอบการซื้อสินค้าที่จัดโปรโมชั่น และยังตัดสินใจซื้อสินค้าง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย ขณะนี้ลูกค้ากำลังมองหาร้านที่เสนอโปรโมชั่นเพราะต้องการให้ทุกการใช้จ่ายคุ้มค่า

นอกจากนั้น 75% ของนักช้อปไทย ยอมจ่ายเงินมากขึ้น ถ้าแบรนด์หรือร้านค้าสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพวกเขาได้

ขณะที่เทรนด์ความงามทั่วโลก ความงามและสุขภาพที่ดีในทุกช่วงอายุเป็นการช่วยยกระดับ ฟื้นฟูจิตใจให้ดีขึ้นหลังจากวิกฤตโควิด-19  คนไทยมากกว่า 65% ใส่ใจกับการดูแลภาพลักษณ์ของตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ

ประกอบกับเกิดเทรนด์ After Covid ที่คนนิยมให้ความสวยควบคู่ไปกับสุขภาพที่ดี  ภาพลักษณ์ทั้งในโซเชียลมีเดีย เเละตัวจริงต้องเหมือนกัน  สกินแคร์จึงกลายเป็นกลุ่มสินค้าที่ขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจรีเทลอย่างมีนัยสำคัญ

ผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจกับส่วนผสมในสกินเเคร์ คาดหวังให้มีฟังก์ชันหลากหลาย สินค้าตัวหนึ่งต้องมีคุณสมบัติครอบคลุม ใช้เเค่ตัวเดียวจบ

บู๊ทส์ครบรอบ 25 ปีที่อยู่ในไทยมา เเละมองการเติบโตต่อไปด้วยกลยุทธ์หลัก 4 ข้อ ที่วิเคราะห์จากอินไซต์และความต้องการของลูกค้า

1) Fully Integrated Omnichannel  เเม้ยอดขายจากหน้าร้านยังคงเป็นสัดส่วนหลัก เเต่ช่องทางออนไลน์มีการเติบโตมากถึง 3 เท่าจากปี 2562 ร้านจึงต้องโฟกัสทั้งออฟไลน์เเละออนไลน์ ผ่านช่องทางจำหน่าย แอปพลิเคชันบู๊ทส์ อีคอมเมิร์ซ Lazada Shopee เเละ Grab อีกทั้งพัฒนาให้จุดสื่อสารกลายเป็นช่องทางการขายด้วย มอบประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ

2) Customer Driven Store Format  จัดทำร้านค้าใหม่ แบ่งเป็น 3 หมวด ได้แก่ เน้นสินค้าสุขภาพ เน้นสินค้าความงาม และผสมผสานระหว่างสินค้าสุขภาพและความงาม

คัดสินค้าจากอินไซต์ลูกค้าให้ตรงกับความต้องการในแต่ละพื้นที่ คือ สาขาเเต่ละแห่งจะจัดวางสินค้าเเตกต่างกัน โดยเเยกประเภทตามพื้นที่ บางเเห่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับ Health Care มาก การจัดลำดับสินค้า ก็จะเเตกต่างจากสาขาที่เป็น Beauty Lead

3) Product Innovation นำเสนอนวัตกรรมสินค้าภายใต้แบรนด์บู๊ทส์ในราคาจับต้องได้ และสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟนำเข้าจากอังกฤษ ได้แก่ No7, Soap & Glory เเละ Ted Baker  พยายามออกผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกเดือน

4) Upgrade Boots mix & match ออกโปรโมชั่นพิเศษให้บ่อยขึ้น อย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง จากที่ปกติในหนึ่งปี บริษัทลอนช์เเคมเปญเฉลี่ย 8-12 ครั้ง ประกอบด้วย Signature เเคมเปญเพียง 1-2 ครั้ง

สำหรับ “บู๊ทส์ มิกซ์แอนด์แมทช์” (Boots Mix & Match) แคมเปญล่าสุด  ที่ให้ลูกค้าสามารถเลือกคละสินค้าสุขภาพและความงามแบบ 1 แถม 1 คละได้  มีสินค้าร่วมจัดโปรโมชั่นกว่า 1,200 SKU ลูกค้าเลือกแมตช์ได้ตามใจ เพื่อแก้ปัญหา Pain point ของการซื้อสินค้าเเบบหนึ่งแถมหนึ่ง ที่คนมองว่าซื้อตุนของซ้ำเดิมเกินความจำเป็น

เเคมเปญนี้เปิดตัวครั้งเเรกในปี 2564 กระแสตอบรับดี จึงจัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ช่วยกระตุ้นยอดขายเเละแทรฟฟิกร้าน เติบโตทุกช่องทางถึง 2 เท่า ตลอดจนกระตุ้น Basket size ให้ใหญ่ขึ้นด้วย

โดยที่ Top 3 กลุ่มสินค้าขายดีที่สุด  สินค้ากลุ่มสุขภาพยังคงเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วยกลุ่มสกินเเคร์เเละผลิตภัณฑ์ดูเเลผิว & การอาบน้ำ

เเม้ตลาดรีเทลจะเเข่งขันกันด้วยโปรโมชั่นอย่างดุเดือด เเต่สำหรับบู๊ทส์มีจุดยืนที่ชัดเจนในการลงเล่นสงครามโปรโมชั่น  เนื่องจากมั่นใจในความเเตกต่าง ที่เป็นจุดเเข็งของธุรกิจ  คือ การมีเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญคอยให้บริการคำแนะนำแก่ลูกค้า ทั้งหน้าร้าน เเละผ่านบู๊ทส์แอปพลิเคชัน เเม้ 80% ของลูกค้า จะมีเเพลนในการซื้อสินค้ามาก่อนเเล้ว เเต่เมื่อได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้ตัดสินใจเร็วขึ้น

ปัจจุบันบู๊ทส์มีสาขาทั่วประเทศไทยรวม 240 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็นเขตกรุงเทพฯ เเละต่างจังหวัดในสัดส่วนเท่ากัน นอกจากไทย บู๊ทส์ยังดำเนินธุรกิจในประเทศอินโดนีเซียด้วย

ด้านรูปแบบร้าน บู๊ทส์ได้พัฒนาร้านสไตล์ใหม่ นำร่อง Flagship store 5 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์ สยามพารากอน เอ็มควอเทียร์ เอ็มโพเรียม เเละสามย่านมิตรทาวน์ โดยที่สาขา Flagship store นี้ ยังอยู่ใน Top 10 สาขาที่สร้างรายได้มากที่สุดอีกด้วย

ขณะที่ภาพรวมของบู๊ทส์ในระดับโลก  บู๊ทส์ ประเทศไทย คือ 1 ในเสาหลักที่ขับเคลื่อนรายได้ในอันดับต้นของกลุ่ม Boots International เเละสร้างรายได้มากที่สุดในเอเชีย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง LINE Official


เพิ่มเพื่อน