‘ธุรกิจรถยนต์ให้เช่า’ เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีทิศทางสอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ เพราะมีบทบาทเชื่อมโยงในหลายภาคส่วน ทั้งการใช้งานในระดับหน่วยงาน การเดินทางส่วนบุคคล และการเดินทางท่องเที่ยว โดยปัจจุบันความต้องการซื้อรถยนต์ใหม่ของผู้บริโภคค่อนข้างหดตัวลง เพราะราคาที่สูงและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามมา เช่น ค่าประกันภัย ค่าภาษี รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ฯลฯ จึงทำให้การใช้บริการรถยนต์ให้เช่ากลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยม และเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
โดยหนึ่งในบิ๊กเพลย์เยอร์ที่อยู่ในวงการรถยนต์ให้เช่ามายาวนานคือ บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2549 โดยบริษัทฯ มีการคิดค้นและพัฒนาธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 11 ปีที่ผ่านมา ภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทให้เช่ารถยนต์ที่ตอบโจทย์และครอบคลุมความต้องการของลูกค้าอย่างครบวงจร
ปัจจุบัน บริษัทฯ มีลักษณะการให้บริการหลากหลายรูปแบบ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้ในระยะยาวท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด โดยบริษัทฯ มีบริการรถยนต์ให้เช่า 3 รูปแบบ ได้แก่ บริการรถยนต์ให้เช่าระยะยาว บริการรถยนต์ให้เช่าระยะสั้น และบริการรถยนต์ให้เช่าพร้อมคนขับ ซึ่งเป็นธุรกิจน้องใหม่ที่เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา

จากรายงานเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้รถยนต์จาก KPMG International Cooperative บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการเงิน ระบุว่า ปัจจุบันพฤติกรรมการใช้รถยนต์ค่อนข้างแตกต่างจากในอดีต โดยผู้บริโภคมีแนวโน้มเช่ารถยนต์เพื่อใช้งานเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่คนส่วนใหญ่นิยมซื้อรถยนต์เป็นของตนเอง โดยในประเทศไทยพบว่า การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในกลุ่มผู้ประกอบการ ทั้งภาคเอกชน หน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมองว่าการเช่ารถยนต์จะช่วยลดความยุ่งยากและต้นทุนในการดูแลรักษาได้ ส่งผลให้อุตสาหกรรมรถยนต์ให้เช่ามีทิศทางที่น่าจับตามอง ทั้งตลาดภายในประเทศและระดับโลก

ด้วยกระแสความนิยมในการเช่ารถยนต์ ประกอบกับยุทธศาสตร์การดำเนินงานของบริษัทฯ ที่พัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง ทำให้บริษัทมีจำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ให้บริการถึง 7,360 คัน ณ วันที่ 30 กันยายน 2559 และผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือนแรกของปี 2559 บริษัทฯ มีรายได้รวมกว่า 1,035.61 ล้านบาท โดยเป็นรายได้จากการให้เช่ารถยนต์ 786.24 ล้านบาท หรือคิดเป็น 75.92% ของรายได้ทั้งหมด ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจบริการรถยนต์ให้เช่าระยะยาวซึ่งเป็นธุรกิจหัวเรือใหญ่ของบริษัทฯ นั่นเอง

สำหรับทิศทางในอนาคต บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจ สอดคล้องกับทิศทางของตลาดรถยนต์ให้เช่าที่มีแนวโน้มเติบโตและได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งนอกเหนือจากการขยายพอร์ตรถยนต์ที่มีแล้ว ยังมีแผนพัฒนาโครงการ ‘asap Auto Park’ ศูนย์รวมการให้บริการเกี่ยวกับรถยนต์แบบครบวงจรในย่านบางนา-ตราด บนพื้นที่ขนาด 4 ไร่ ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดภายในช่วงไตรมาส 1 ปี 2561 เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคใช้บริการรถยนต์ให้เช่าอย่างรอบด้าน และเตรียมเสริมความแข็งแกร่งทางด้านเงินทุน และเงินหมุนเวียน โดยการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในเร็วๆ นี้
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://investor-th.asapcarrent.com/ipo.html
