เอส แอนด์ พี ถึงแบรนด์จะอายุ 51 ปีแล้ว แต่ยังคงเดินหน้าสร้างความอร่อยเพื่อทุกครอบครัว (วิเคราะห์)

เป็นอีกครั้งที่ “เอส แอนด์ พี” ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเค้กและเบเกอรี่ที่พร้อมสร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้บริการทุกท่านจนนำไปสู่การคว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2024 แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย ในหมวดร้านเบเกอรี่ ต่อเนื่องอีกสมัย ยิ่งไปกว่านั้น ในโอกาสที่ Marketeer ได้เพิ่มการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคสินค้าและการรับข้อมูลข่าวสารของผู้บริโภคทั่วประเทศใน “หมวดร้านอาหารไทย” ขึ้นเป็นครั้งแรก “เอส แอนด์ พี” ก็ยังคงได้รับความเชื่อมั่นและถูกเลือกให้เป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภคอีกเช่นกัน

ตอบทุกโจทย์ความอร่อยของลูกค้า

“เป็นความยินดีและความภูมิใจอย่างยิ่งที่สามารถคว้ารางวัลได้ถึง 2 หมวด ต้องขอขอบคุณผู้บริโภคที่ยังคงเชื่อมั่นและยอมรับในแบรนด์เอส แอนด์ พี มาตลอดกว่า 50 ปีที่ผ่านมา และในปีนี้เราก้าวสู่ปีที่ 52 ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง ซึ่งเรียกว่ายากที่จะโดดเด่น แต่เราก็ยังสามารถครองใจผู้บริโภคได้อย่างยาวนาน จากร้านไอศกรีมเล็ก ๆ ปัจจุบันเรามีร้านเอส แอนด์ พี และแบรนด์ในเครือกว่า 450 สาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ 

เราตั้งใจที่จะพัฒนาอาหารของเรา ทั้งรสชาติ รูปลักษณ์หน้าตา การนำเสนอ และการสร้างประสบการณ์การที่น่าประทับใจ เพื่อให้ลูกค้าได้มีความสุขมากกว่าแค่รสชาติเพียงอย่างเดียว นี่มาจากความเข้าใจที่เรามีต่อลูกค้ารุ่นใหม่  ที่ต้องการความอร่อยรวม คืออร่อยทั้ง Concept และอร่อยลิ้นไปพร้อม ๆ กัน ฉะนั้นทั้งภาชนะ วิธีการจัดจาน วัตถุดิบที่เราเลือก หรือทุก ๆ อย่าง ที่เราเลือกนำมาใช้เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ นี่เองเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน และจะพยายามทำให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป”

วิทูร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้รับรางวัลถึง 2 หมวด ซึ่งเป็นผลมาจากการไม่หยุดพัฒนาเพื่อให้พร้อมตอบโจทย์กับความต้องการใหม่ ๆ ของลูกค้าอยู่เสมอ พร้อมกล่าวถึงภาพรวมตลาดร้านอาหารและเบเกอรี่ว่าเติบโตขึ้น จากผู้เล่นในตลาดที่เพิ่มมากขึ้นทั้งรายเล็กและใหญ่ ทำให้อาจเจอโจทย์ใหม่ ๆ ขึ้นมาอยู่เสมอ

“การมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นเป็นเหมือน Challenge สำหรับเราว่า ในอนาคตจะวางกลยุทธ์เพื่อการเจริญเติบโตอย่างไร พร้อมวิเคราะห์ทั้งเทรนด์ผู้บริโภคและเทรนด์ร้านอาหารที่เชนใหญ่ ๆ มีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอและมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อีกทั้ง Category ค่อนข้างจะมิกซ์กันไปหมด เพราะฉะนั้นการแข่งขันจะดุเดือดยิ่งขึ้น เราต้องวางกลยุทธ์ให้ดีเพื่อรับมือกับทั้งรายใหญ่ที่มีทุนทรัพย์ต่อยอดได้มากมาย ตลอดจนรายเล็กที่มีจุดเด่นในความคล่องตัว ปรับตัวได้เร็ว และมีความกล้าที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ ดังนั้น บรรยากาศการแข่งขันจึงน่าตื่นเต้นในอีกรูปแบบหนึ่ง”

ยึดหลัก “C.A.C.” สร้างแบรนด์ให้อยู่ในใจลูกค้าอย่างยั่งยืน

เมื่อถามว่าอะไรคือ Key Success ที่ทำให้แบรนด์ยังคงรักษาความเป็นอันดับ 1 มาอย่างยาวนาน ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา คุณวิทูรกล่าวว่า หลักสำคัญที่สุดคือการเข้าใจลูกค้า เสมือนเข้าไปอยู่ในใจลูกค้า ซึ่ง “เอส แอนด์ พี” ได้ปลูกฝังหลักการทำงานที่เรียกว่า Cactus” เพื่อตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้า

“โจทย์เราคือลูกค้าสำคัญที่สุด เราต้องเข้าไปนั่งอยู่ในใจลูกค้า เพราะฉะนั้นอย่างแรกที่เราต้องโฟกัสคือ Customer Centric ดังนั้น เราจึงต่อยอดออกมาเป็น Culture ที่เราพยายามจะปลูกฝังในองค์กรคือ C.A.C.’ ซึ่งมาจากตัวอักษร 3 ตัวหน้าของคำว่า CACTUSที่แปลว่ากระบองเพชรซึ่งเป็นต้นไม้ที่ยั่งยืนและอยู่ได้ในสภาพที่หนักหน่วง ประกอบไปด้วย 

  • C = Customer Centric : ลูกค้าคืออันดับหนึ่งเราจึงให้ความสําคัญกับ Customer Centric อย่างมาก ต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้งในทุก ๆ มิติความต้องการที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของลูกค้าอยู่เสมอ เทรนด์ต่าง ๆ จะไปในทิศทางไหน เราต้องประเมินและพร้อมตอบโจทย์เสมอ
  • A = Agile : เมื่อเราเกาะติดอยู่กับเทรนด์ของลูกค้าว่าไลฟ์สไตล์ปรับเปลี่ยนไปอย่างไร ที่สำคัญไม่แพ้กันคือเราต้องตอบโจทย์สิ่งที่ลูกค้าต้องการให้ทันท่วงที จึงต้องทำงานแบบ  Agile รวดเร็ว ว่องไว
  •  C = Collaboration : การทำงานร่วมกันภายในให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้บรรลุผลสําเร็จ

สามข้อนี้เป็นสิ่งที่เราพยายามผลักดันและปลูกฝังมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และเป็นแนวทางหลักต่อไปในอนาคต เพื่อให้เราแข่งขันในตลาดได้อย่างแข็งแกร่งและยังคงครองอันดับ 1 ในใจผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน”

ร้านโดยครอบครัวเพื่อทุกครอบครัว
พร้อมกลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

อย่างที่กล่าวไปว่า ปัจจุบันภายใต้ชายคาของ “เอส แอนด์ พี” มีร้านเอส แอนด์ พี และแบรนด์อื่น ๆ ในเครืออาทิ อาทิ บลูคัพ ภัทรา พาทิโอ แกรนด์ซีไซด์ ไมเซน อุเมะโนะฮานะ SNP Cake Studio และ nais ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนตามกลยุทธ์เพื่อรับเทรนด์ใหม่ ๆ ของลูกค้าและขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมมากขึ้น

เอส แอนด์ พี ให้บริการมา 51 ปี จากจุดตั้งต้นของการเป็นร้านโดยครอบครัวเพื่อครอบครัวที่ต้องการให้ทุก ๆ คนในครอบครัวมี ‘สุขภาวะที่ดี’ (Family Wellbeing) คือมีความสุขกับการได้รับประทานอาหารและได้รับบริการที่ประทับใจ โดยยังคงยึดมั่น ภายใต้หลักการทำงาน เอกลักษณ์ 4 ได้แก่ บริการเรียบร้อย มีแต่ของอร่อย สถานที่สะอาด และบรรยากาศดี

 เรานิยามตัวเองว่าเป็นร้านอาหารครอบครัวเพื่อครอบครัว โดย Core Target คือครอบครัวที่มีลูกเล็ก และพยายามจะต้อง Keep ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มนี้ไว้เป็นแกนหลักในการดำเนินการ ทั้งในแง่ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ โลเคชั่นในการตั้งสาขา สไตล์การตกแต่งร้าน ให้เหมาะสมกับกลุ่มนี้

แน่นอนว่าเมื่อแบรนด์อายุมากขึ้นโจทย์ของเราก็ยากขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ดี ในปีหน้าร้านเอส แอนด์ พี ได้วางกลยุทธ์ที่จะ Rejuvenate  หรือทำแบรนด์ให้ดูเยาว์วัยลง ซึ่งต้องบอกว่าไม่ใช่การไปจับกลุ่มวัยรุ่น แต่หมายถึงยังคงจับกลุ่มครอบครัวที่มีลูกเล็กเช่นเคย แต่เป็นครอบครัวรุ่นใหม่ ๆ ที่อายุลดน้อยลงเช่นกัน

สําหรับกลุ่มวัยรุ่น ภายใต้บริษัทใหญ่เรามีแบรนด์อื่น ๆ ที่พร้อมตอบโจทย์ ทั้งแบรนด์ในเครือและแบรนด์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ และมีแผนจะหา Internal Startup แบรนด์อื่น ๆ มาเสริมทัพอีก เพื่อให้ตอบโจทย์ครอบคลุมยิ่งขึ้น รวมถึงแผนที่จะทำอะไรใหม่ ๆ แบรนด์ใหม่ ๆ มาจับกลุ่มใหม่ ๆ แน่นอน รอติดตามได้เลย”

สุดท้าย คุณวิทูรได้ฝากคำขอบคุณไปถึงผู้บริโภคและลูกค้าทุกท่านที่ยังคงเชื่อมั่นในแบรนด์เอส แอนด์ พี เสมอมา

ขอบคุณลูกค้าทุก ๆ ท่าน ที่สนับสนุนเรามาตลอดถึง 51 ปีแล้ว ซึ่งเราอยากจะเติบโตต่อเนื่องไปให้ถึง 100 ปี และต่อ ๆ ไป ขอให้ช่วยสนับสนุนเราเช่นนี้ตลอดไป ตลอดจนขอขอบคุณทุก Feedback ทุกคำติชมจากลูกค้า ที่ช่วยชี้นำให้เราพัฒนาคุณภาพและการบริการเพื่อตอบสนองในทุก ๆ ความต้องการให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป เสมือนเป็นกระจกเงาให้เราได้มองเห็นแง่มุมต่าง ๆ ของตัวเอง เพื่อนำไปปรับปรุงให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต”

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline