Trends / กลายเป็นสิ่งที่สร้างผลกระทบทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมในระดับที่ไม่สามารถมองข้ามได้ของทุกประเทศในโลกยุคนี้แล้ว สำหรับปัญหาสังคมสูงวัยยิ่งยวด (Super Aging Society) ซึ่งแต่ละประเทศก็มีแนวทางแก้ไขและรับมือต่างกันไป

จีนก็เป็นอีกประเทศที่ประสบปัญหานี้เช่นกัน โดยเมื่อปี 2024 จีนมีประชากรวัยเกษียณอยู่ 310 ล้านคน หรือคิดเป็น 22% ของประชากร ทำให้ต้องหาทางบริหารจัดการในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เลื่อนเกณฑ์อายุเกษียณออกไป

และการปรับโรงเรียนอนุบาลที่นักเรียนลดลงไปมากหลังอัตราการเกิดต่ำเป็นปัญหาในอีกปลายข้างหนึ่งของประชากร ให้เป็นโรงเรียนสอนผู้สูงอายุให้มีทักษะใหม่ ๆ หรือกิจกรรมร่วมของคนวัยเดียวกัน ที่เรียกกันว่า “โรงเรียนอาม่า”

ล่าสุดจีนผุดโปรเจกต์ใหม่ซึ่งมาพร้อมความน่าสนใจ โดยจากนอกเป็นการแก้ปัญหาสังคมสูงวัยแล้ว ยังเป็นการพลิกวิกฤตเป็นโอกาสกระตุ้นเศรษฐกิจอีกด้วย ซึ่งในอนาคตอันใกล้จะทวีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะอาจเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้ยักษ์เอเชียฝ่าสงครามการค้ากับสหรัฐฯ

ตั้งแต่ราวกลางมีนาคมที่ผ่านมา สถานีรถไฟใหญ่ ๆ ตามหัวเมืองของจีน รถไฟที่ทั้งขบวนเต็มไปด้วยผู้สูงอายุเริ่มออกเดินทางหลายวันมุ่งหน้าไปยังเมืองที่อยู่ไกล ๆ เช่น ที่มณฑลยูนยาน เฮย์หลงเจียง และเสฉวน โดยนอกจากเต็มไปด้วยเหล่าวัยเก๋าแล้ว รถไฟเหล่านี้ยังมีอีกหลายอย่างที่เหมือนกัน

นั่นคือ ติดตั้งคาราโอเกะเน้นเพลงเก่า โชว์ต่าง ๆ ที่ผู้สูงอายุชอบ รวมไปถึงราวจับช่วยเดิน ทีมแพทย์ อุปกรณ์และยาของผู้สูงอายุไว้พร้อมสรรพ ส่วนอาหารและเครื่องดื่มก็เน้นที่ผู้สูงอายุชอบเช่นกัน

โครงการดังกล่าวคือรถไฟสีเงินที่อิงมาจากสีผมของผู้สูงอายุ ซึ่งรัฐบาลจีนหันมาจับกลุ่มผู้สูงอายุ ทั้งที่มีเงินเก็บและกลุ่มที่ลูกหลานซื้อตั๋วให้ โดยเป้าหมายคือให้พวกเขาได้ท่องเที่ยวอย่างมีความสุขช่วงบั้นปลายชีวิต  

ส่วนประโยชน์ที่ประเทศจะได้คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจนั่นเอง เพราะในเมื่อมีเงินเก็บหรือลูกหลานออกค่าใช้จ่ายให้ กลุ่มเกษียณสำราญเหล่านี้จึงพร้อมจับจ่าย ๆ ในทุกชานชาลาที่รถไฟไปจอด

และเมืองตามชนบทของขบวนรถไฟสีเงินเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็พร้อมต้อนรับ เพราะทำให้เงินสะพัดและปลุกความคึกคัก หลังคนหนุ่มสาวที่มีน้อยอยู่แล้วจากอัตราการเกิดที่ต่ำ พากันเข้าไปหางานทำตามในเมืองเอกของมณฑล และหัวเมืองเศรษฐกิจต่างๆ

ประกอบกับปัจจุบันเศรษฐกิจของประเทศยังคงซบเซาจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ และคนรุ่นใหม่จำเป็นต้องทำงานต่ำกว่าวุฒิเพราะกำลังซื้อยังน้อย ซ้ำร้ายอนาคตอันใกล้สินค้าส่งออกไปสหรัฐฯ ก็คงลดฮวบจากกำแพงภาษีสหรัฐฯ ที่สูงลิ่วอีก

ที่มาของโครงการรถไฟสีเงินยังมาจากผู้โดยสารรถไฟกว่า 80% คือผู้สูงอายุ และเกือบครึ่งหนึ่งของกลุ่มนี้ยังมีทั้งเงินทั้งเวลาเหลือเฟือก็เดินทางไกลในประเทศถึงปีละ 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย ขณะที่เครือข่ายทางรถไฟในจีนก็ครอบคลุมและพาดผ่านไปทั่วประเทศ

ด้านผู้สูงอายุจีนที่ได้เป็นผู้โดยสารของรถไฟสีเงินขบวนแรก ๆ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามีความสุขที่ได้พักผ่อนช่วงบั้นปลายผ่านการเดินทางท่องเที่ยวร่วมกับคนวัยเดียวกัน

แม้ปัจจุบันเส้นทางท่องเที่ยวของรถไฟสีเงินยังมีเพียงไม่กี่สาย แต่รัฐบาลจีนก็กำลังเร่งขยายพร้อมสั่งการให้ฝ่ายปกครองของเมืองตามทางรถไฟพัฒนาสาธารณูปโภคด้านการท่องเที่ยวและคิดค้นสินค้าเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวสูงวัยที่กำลังซื้อ

ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า เมื่อถึงต้นปี 2027 เส้นทางท่องเที่ยวสำหรับรถไฟสีเงินจะมีเพิ่มเป็นกว่า 100 สาย ซึ่งหากเป็นไปตามเป้าย่อมช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มหาศาลทีเดียว

และอาจเป็นโอกาสดึงวัยรุ่น Gen Z กับ Gen Y จีนให้มาเที่ยวทางรถไฟด้วย เพราะบางส่วนของกลุ่มนี้ไม่น้อยที่ได้ตามไปเที่ยวด้วยเพื่อดูแลปู่ย่าตายายตลอดทริป คงได้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวแปลก ๆ ใหม่ ๆ ผ่านหน้าต่างรถไฟ จนอยากมาเที่ยวเองหรือมากับเพื่อนบ้าง ♦/cnn, bbc, chinadaily


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer