แค่ใช้ความรู้สึก.. ผมกล้าพูดได้เต็มปากว่า ปี 2018 เป็นปีที่มี งานวิ่ง มากกว่า ปี 2017 อย่างไม่ต้องสงสัย

สังเกตง่ายๆ จากการโพสในโซเชียลมีเดียต่างๆ

 

โอเค เทรนด์สุขภาพ ก็เป็นเหตุผลหลัก ให้คนออกกำลังกายมากขึ้น

แต่ถ้าอยากได้สุขภาพจริงๆ การวิ่งแถวบ้านคนเดียว ก็ได้ประสิทธิภาพเท่ากัน ในต้นทุนที่ถูกกว่า เพราะ

1)ไม่ต้องตื่น ตี 4 ตี 5 และเดินทางมาที่งานวิ่ง

2)ไม่ต้องเสียเงินค่าสมัครประมาณ 500 บาท รวมกับค่าเดินทางไปกลับอีก 200 บาท

3)ไม่ต้องแย่งกันวิ่ง วิ่งหลบคนไปมา … สบายใจ

 

ฉะนั้น เหตุผลหลักที่งานวิ่งเยอะขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่ สุขภาพ อีกต่อไป

แต่เป็น ประสบการณ์ และความรู้สึก ที่นักวิ่งจะ ได้รับจากงานวิ่งต่างหาก

 

ลองมาดูสถิติที่ได้รวบรวมจาก เว็บไซต์ forrunnersmag ซึ่งอาจจะไม่ครอบคลุมงานวิ่งทั้งหมด แต่ก็ทำให้เราเห็นภาพได้ว่าเทรนด์ งานวิ่ง กำลังเร็วขนาดไหน

จำนวนงานวิ่ง 2561

จะเห็นได้ว่า 2553-2558 ปริมาณงานวิ่ง มีขึ้นลงบ้าง แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา งานวิ่งนั้นเยอะขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และในปี 2561 ผ่านมาครึ่งปีก็เกินครึ่งของปี 2560 ไปแล้ว ฉะนั้นเทรนด์งานวิ่งยังมีต่อแน่ๆ

(ครึ่งปีแรก) 2561- กทม. 122 งาน ทั่วประเทศ 499 แห่ง

 

 

สิ่งที่ นักวิ่ง จะได้จาก งานวิ่ง

1.ความรู้สึก

การวิ่งมินิมาราธอนที่บ้าน กับการตื่นออกมาวิ่งในงานวิ่งแตกต่างกัน เพราะในงานวิ่งจะมีอารมณ์ร่วมของนักวิ่งคนอื่นๆ ที่จะผลักดันให้คุณวิ่งได้อึดมากขึ้นแบบไม่รู้ตัว

ยิ่งถ้ามาวิ่งกับเพื่อน หรือเจอคนรู้จัก ก็จะสามารแชร์ประสบการณ์เหล่านี้ในตอนวิ่งเสร็จได้ด้วย สังเกตได้เลยว่าคนที่วิ่งจบส่วนใหญ่ก็โพสลงโซเชียลมีเดียทังนั้น

2.ของที่ระลึก

เสื้อ และ เหรียญ เป็น 2 สิ่งที่จะได้จากงานวิ่ง และมันแสดงถึง Achievements ของนักวิ่งที่สามารถฟันฝ่าแต่ละการวิ่งได้ด้วย จาก 5 km >> 10 km >> 21 km >> 42 km

จนมีนักวิ่งหลายคนกล่าวว่า “วิ่งมาราธอนเปลี่ยนชีวิต” ของเราได้จริงๆ

3.มิตรภาพ

เวลาชอบอะไรเหมือนกัน คนเรามักจะถูกคอกันได้ง่ายขึ้น ฉะนั้นในงานวิ่งทุกงานวิ่ง คุณจะพบกับคนที่เดินทางมาวิ่งคนเดียว แต่ในตอนจบ นั่งคุยกับคนอื่นอย่างมีความสุขเป็นประจำ

 

นั่นจึงเป็นสาเหตุว่า แทบทุกแบรนด์ถึงจัดงานวิ่งได้ เพราะถึงแม้แบรนด์จะไม่มีสินค้าอะไรที่เกี่ยวกับการวิ่งเลย แต่ถ้าหา คุณค่าของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์เจอ ก็สามารถใช้มันเป็นงานวิ่งได้ทั้งนั้น

แบรนด์อุปกรณ์กีฬา >> ตรงตัว
แบรนด์เครื่องดื่ม >> ให้เราช่วยให้คุณหายเหนื่อย
แบรนด์ธนาคาร >> ลงทุนกับการเงินแล้ว อย่าลืมลงทุนกับสุขภาพ
แบรนด์ประกันภัย >> วิ่งเยอะๆ เดี๋ยวเราให้รางวัล เพราะคุณคือลูกค้าชั้นดี
แบรนด์โรงพยาบาล >> วิ่งเยอะๆ จะได้ไม่ป่วย และก็อย่าลืมมาตรวจสุขภาพด้วย
แบรนด์เทคโนโลยี >> Gadget ต่างๆ ที่จะช่วยให้วิ่งดีขึ้น
แบรนด์ทำความสะอาด >> วิ่งเสร็จ ทำความสะอาดร่างกายหรือเสื้อผ้า

หรือ ถ้าแบรนด์หาจุดเชื่อมโยงไม่เจอ ก็จัดงานวิ่ง เพื่ออยากให้คนสุขภาพดีก็ทำได้ ไม่เคอะเขิน

มีสินค้าเดียวที่จัดงานวิ่งไม่ได้จริงๆ นั่นก็คือ บุหรี่…

 

สิ่งที่งานวิ่งต้องมี ถ้าอยากประสบความสำเร็จ (และแตกต่าง)

งานวิ่งส่วนใหญ่ ถ้าจัดในเมือง เช่น สวนลุม สวนรถไฟ หรือสวนสาธารณะอื่นๆ โอกาสที่คนจะสมัครเต็มสูงมาก เพราะเป็นสถานที่ที่จัดไม่ยาก แต่ไม่ใช่แค่นั้น งานวิ่งที่ดี

1.ทีมงาน Organize

การ Organize นั้นเริ่มตั้งแต่ ก่อนงานเริ่ม วันงาน และหลังาน

ตั้งแต่การแจ้งข่าว ทำการตลาด ประสานงาน ตอบคำถามในโซเชียลมีเดีย การส่งมอบเสื้อ/bib การรับฝากของ จนไปถึงหลังงาน ก็ต้องมีการจัดงานที่วางแผน และแบ่งงานกันอย่างดี เพราะถึงเวลาจริงจะเจอปัญหามากมาย และอาจทำให้ผู้รวมงานไม่พอใจได้

2.ออกแบบสวยงาม

เสื้อวิ่ง เสื้อต้องใช้ผ้าที่ระบายเหงื่อดี ส่วนสีนั้นก็ไม่ตายตัว เพราะถ้าออกแบบดีจริง แม้แต่สีแสด สีชมพู ก็ใส่แล้วสวยได้

เหรียญรางวัล ไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ต้องโดดเด่น และใช้ความคิดสร้างสรรค์ หากเป็นแค่เหรียญกลมๆ แล้วประทับตาแบรนด์ลงไป ถือว่าธรรมดามากๆ

การใส่ใจกับดีไซน์นั้น ให้ประโยชน์กับแบรนด์มากกว่าที่คิด เพราะเมื่อเสื้อเท่ เหรียญสวย เวลามีการแชร์บนโซเชียลมีเดีย แบรนด์ก็จะเป็นที่จดจำ และคนก็อยากจะแชร์มากขึ้นด้วย

3.นวัตกรรม

งานวิ่งสมัยนี้มีการใช้เทคโนโลยี Visual Recognition จดจำใบหน้า/ เบอร์เสื้อของเราไว้ พอเราวิ่งผ่านกล้องเมื่อไหร่ มันก็จะเก็บภาพ หรือวิดีโอไว้ทันที ทำให้พอจบงานวิ่งเราได้ความทรงจำที่ไม่เหมือนใครกลับไปด้วย

หรือบางงานก็สรรหาธีมงานแปลกๆ เช่นวิ่งในชุดเรืองแสง วิ่งใส่บิกินี่ริมชายหาด หรือ วิ่งไป กินไป เป็นต้น

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer