กลางปี 1989 ที่เมืองเล็กในรัฐแคนซัส สหรัฐอเมริกา โต๊ะพับสองตัวและคอมพิวเตอร์ไม่กี่เครื่อง คือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่จะกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์เทคโนโลยีการนำทางที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก Garmin
สองผู้ก่อตั้ง Gary Burrell วิศวกรชาวอเมริกัน และ Min H. Kao วิศวกรไฟฟ้าชาวไต้หวัน ไม่ได้มีทุนมหาศาลหรือทีมการตลาด แต่มีความเชื่อเดียวกันว่า “สัญญาณดาวเทียม GPS” จะเปลี่ยนโลกการเดินทาง พวกเขาเริ่มต้นพัฒนาอุปกรณ์นำทางขนาดพกพาในยุคที่เทคโนโลยียังอยู่ในมือกองทัพ และในไม่กี่ปีต่อมา ผลิตภัณฑ์ชิ้นแรก “GPS 100” ก็ได้ออกสู่ตลาด
กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในเรือและเครื่องบินขนาดเล็ก นั่นคือจุดกำเนิดของบริษัทเล็กๆ ที่ชื่อ Garmin ซึ่งเป็นการรวมชื่อของ Gary และ Min
🟥 เส้นทางจากท้องฟ้าสู่ท้องถนน
ตลอดยุค 1990s Garmin เติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีการนำทาง ทั้งสำหรับการบิน การเดินเรือ และยานยนต์ รุ่น GPS 155 ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน IFR สำหรับการบิน คือหนึ่งในก้าวแรกที่ทำให้แบรนด์ถูกยอมรับในแวดวงนักบินมืออาชีพ
ปลายทศวรรษเดียวกัน Garmin บุกตลาดยานยนต์ เปิดตัว StreetPilot อุปกรณ์นำทางสำหรับรถยนต์ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าในยุคก่อนสมาร์ตโฟน แม้โลกจะยังไม่รู้จักคำว่า “smart device” แต่ Garmin คือบริษัทที่พิสูจน์ให้เห็นว่าความแม่นยำของข้อมูลสามารถกลายเป็นสินค้าระดับโลกได้
🟥 สู่ยุคที่แบรนด์เติบโตด้วยความแม่นยำ
ในปี 2000 Garmin เข้าตลาดหุ้น NASDAQ ในชื่อ Garmin Ltd. และขยายฐานการผลิตไปทั่วโลก บริษัทวางรากฐานตามแนวคิด “Vertical Integration” ควบคุมทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อรักษาคุณภาพและความน่าเชื่อถือที่เป็นหัวใจของแบรนด์
ความสำเร็จของ Garmin ไม่ได้มาจากการโฆษณา แต่จาก “ข้อมูลที่ไม่โกหก” นักบิน นักเดินเรือ และผู้ขับขี่ทั่วโลกต่างให้ความไว้วางใจเพราะความแม่นยำคือสิ่งที่ Garmin ให้ได้ในระดับที่คนอื่นยังให้ไม่ได้
🟥 เมื่อ Garmin เป็นผู้บุกเบิก “นาฬิกาอัจฉริยะ” ก่อนใคร
ปี 2003 Garmin เปิดตัว Forerunner รุ่นแรก นาฬิกาที่รวมเทคโนโลยี GPS ไว้ในข้อมือคนรักการวิ่ง โลกยังไม่รู้จักคำว่า “smartwatch” แต่ Garmin ได้สร้างมันขึ้นมาแล้ว สำหรับนักวิ่งจริงจัง มันไม่ใช่แค่เครื่องมือจับเวลา แต่มันบันทึกระยะทาง เส้นทาง และอัตราการเต้นหัวใจได้อย่างแม่นยำ
จากนั้นซีรีส์ Fenix ได้ถือกำเนิดขึ้นในปี 2012 ขยายขอบเขตจากนักวิ่งสู่กลุ่มนักผจญภัย นักปีนเขา และผู้ที่หลงใหลการใช้ชีวิตกลางแจ้ง Garmin กำลังสร้างสิ่งที่ตัวเองถนัดที่สุด อุปกรณ์สำหรับ “คนที่ต้องการข้อมูลจริง” ไม่ใช่แค่แฟชั่นบนข้อมือ
🟥 วันที่โลกเปลี่ยน และ Apple เข้ามา
แต่แล้วในปี 2015 โลกเทคโนโลยีก็เปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อ Apple Watch เปิดตัวและเปลี่ยนความหมายของคำว่า “นาฬิกาอัจฉริยะ” จากอุปกรณ์สำหรับนักกีฬา กลายเป็น “เครื่องประดับเทคโนโลยี” สำหรับคนทุกกลุ่ม การเชื่อมต่อกับ iPhone และระบบนิเวศของ Apple ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่า นาฬิกาไม่ใช่แค่เครื่องมือจับเวลาอีกต่อไป
ซัมซุงก้าวตามด้วย Galaxy Watch ในฝั่ง Android พร้อมจอ OLED สีสดและฟีเจอร์สุขภาพครบครัน ภายในเวลาไม่ถึง 5 ปี ตลาดสมาร์ตวอทช์ก็กลายเป็นสมรภูมิของยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี ขณะที่ Garmin ซึ่งเคยเป็นผู้นำ กลับกลายเป็น “ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง” ที่ยืนอยู่อีกฟากของตลาด
🟥 Garmin กับการหาตำแหน่งของตัวเอง
แทนที่จะพยายามไล่ตาม Apple หรือ Samsung Garmin เลือกจะ “นิยามตัวเองใหม่”
ไม่ใช่แบรนด์สำหรับทุกคน แต่เป็นแบรนด์สำหรับ “คนที่ต้องการรู้จริง”
ผลิตภัณฑ์อย่าง Fenix, Instinct, Venu, Enduro ถูกออกแบบสำหรับนักกีฬาอาชีพ นักวิ่งมาราธอน นักไตรกีฬา ไปจนถึงผู้พิชิตเทือกเขา Garmin เลือกที่จะครองตลาดที่คู่แข่งเข้าไม่ถึง ด้วยคุณสมบัติที่ชนะขาดในทุกสนาม:
GPS แม่นยำ แบตเตอรี่ยาวนาน และความทนทานระดับ Military Standard
มันอาจไม่ใช่สมาร์ตวอทช์ที่ดูหรูที่สุด แต่เป็นนาฬิกาที่เชื่อถือได้มากที่สุดสำหรับคนที่ไม่ยอมแพ้
🟥 สมรภูมิมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์
ตลาดสมาร์ตวอทช์ทั่วโลกในปี 2024 มีมูลค่ากว่า 33.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่าจะขยายถึง 38 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025
Apple ยังคงครองส่วนแบ่งสูงสุดราว 25–30% ตามด้วย Samsung ราว 15% ขณะที่ Garmin ครองส่วนแบ่งประมาณ 8–11% ซึ่งถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง แต่เป็นตัวเลขที่มั่นคงและมีกำไรในกลุ่มผู้ใช้ระดับพรีเมียม
ในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก ตลาดสมาร์ตวอทช์กำลังเติบโตเร็วที่สุดในโลก คาดว่ามีมูลค่า กว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2025โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยเกือบ 20% ต่อปี และในประเทศไทยเอง สมาร์ตวอทช์ครองสัดส่วนกว่า “ครึ่งหนึ่งของตลาดอุปกรณ์สวมใส่ทั้งหมด”
🟥 ปัจจุบันของ Garmin: แม่นยำกว่าการไล่ตาม
แม้จะไม่ใช่ผู้นำตลาดในเชิงยอดขาย แต่ Garmin ยังคงเป็นแบรนด์ที่มี “น้ำหนัก” ในเชิงคุณค่า
รายงานปี 2025 ระบุว่า กลุ่มสินค้าประเภท fitness และ outdoor wearables ของ Garmin ยังเติบโตต่อเนื่องแบบ double-digit และกลายเป็นเครื่องยนต์สำคัญของบริษัท
ธุรกิจสมาร์ทวอทช์ของ Garmin อยู่ในหมดวดธุรกิจฟิตเนส ซึ่งมีสัดส่วน ประมาณ 30% ของรายได้รวม ปี 2024 ซึ่งมีประมาณ 6.3 พันล้านดอลลาร์ จาก 5 ธุรกิจหลักของ Garmin
การ์มิน ดำเนินกิจการใน 5 ประเภทธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจการบิน ยานยนต์ การเดินทะเล ฟิตเนส และกิจกรรมกลางแจ้ง
- ธุรกิจการบิน มอบโซลูชันแบบบูรณาการให้กับบริษัทผลิตอากาศยาน เจ้าของอากาศยาน และผู้ดำเนินธุรกิจดำเนินการบิน รวมถึงหน่วยงานรัฐบาลและลูกค้าในภาคการป้องกันทางอากาศ
- ธุรกิจยานยนต์ นำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อาทิ อุปกรณ์นำทางด้วย GPS ส่วนบุคคล หรือการรับผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์และกล้องตามความต้องการ
- ธุรกิจการเดินทะเล ผลิตและนำเสนออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับการเดินทะเล เชิงพาณิชย์และสันทนาการ อาทิ อุปกรณ์หาปลา เครื่องแผนที่เดินเรือ ซาวเดอร์ เครื่องเรดาร์ และระบบช่วยการเดินเรืออัตโนมัติ
- ธุรกิจฟิตเนส รวมถึงการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเพื่อติดตามผลกิจกรรมการออกกำลังกาย และการติดตามสุขภาพประจำวัน อาทิ นาฬิกาวิ่งอัจฉริยะ นาฬิกามัลติสปอร์ต ไมล์จักรยาน พาวเวอร์มิเตอร์ และอุปกรณ์ติดตามสุขภาพ
- ธุรกิจกิจกรรมกลางแจ้ง นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งอุปกรณ์พกพากลางแจ้ง นาฬิกาสำหรับกลางแจ้ง อุปกรณ์กอล์ฟ นาฬิกาสำหรับหน่วยงานความมั่นคง และอุปกรณ์ล่าสัตว์
Garmin ไม่ได้แข่งเพื่อจะขายให้มากที่สุด แต่แข่งเพื่อจะ “ถูกเลือก” โดยผู้ใช้ที่จริงจังที่สุด ผู้ที่ต้องการนาฬิกาที่อยู่กับพวกเขาทั้งบนภูเขา กลางทะเล หรือในสนามแข่ง
