เทรนด์การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของชาวจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2026 กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อเกาหลีใต้ก้าวขึ้นมาครองอันดับหนึ่งในใจนักท่องเที่ยวชาวจีนได้สำเร็จ แซงหน้าคู่แข่งตลอดกาลอย่างญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

China Trading Desk บริษัทที่ปรึกษาและรวบรวมข้อมูลธุรกิจในจีน เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนหลั่งไหลไปเกาหลีใต้มากถึง 230,000 – 250,000 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2025 ถึง 52% หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของชาวจีนที่เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศทั้งหมดในช่วงนี้ 

ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับสถิติการยื่นขอวีซ่า ณ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลเกาหลีใต้ในจีน โดยช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคมที่ผ่านมา มีการยื่นขอวีซ่ารวมกว่า 330,613 ราย เพิ่มขึ้น 34% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นวีซ่าประเภทท่องเที่ยวที่พุ่งสูงขึ้นถึง 45% สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการเดินทางไปเกาหลีใต้พุ่งสูงเกินระดับปกติไปมาก

แม้ช่วงปลายปี 2024 เกาหลีใต้จะเผชิญสถานการณ์ความวุ่นวายจากการประกาศกฎอัยการศึก แต่พลังของซอฟต์พาวเวอร์อย่าง “คลื่นเกาหลี” (Hallyu) และนโยบายดึงดูดนักท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง กลับทำให้ชาวจีนละทิ้งความกังวลและเดินหน้าจองทริปอย่างถล่มทลาย

ปัจจัยสำคัญที่ส่งให้เกาหลีใต้ขึ้นแท่นอันดับ 1 ส่วนหนึ่งมาจากความร้าวฉานระหว่างจีนและญี่ปุ่น หลังจากนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิจิ ของญี่ปุ่น ขู่ว่าอาจส่งกำลังทหารไปช่วยไต้หวันหากจีนรุกรานไต้หวัน สร้างความไม่พอใจแก่รัฐบาลจีนเป็นอย่างมาก จนนำไปสู่การออกประกาศเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น พร้อมมาตรการตอบโต้ทางการทูตต่าง ๆ

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ดำเนินนโยบายเชิงรุกด้วยการใช้มาตรการ “ฟรีวีซ่าชั่วคราว” สำหรับนักท่องเที่ยวแบบกลุ่มตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป (พำนักได้นาน 15 วัน) ซึ่งเริ่มใช้มาตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2025 

นโยบายนี้ได้รับการขานรับอย่างดีจากรัฐบาลจีน โดย หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุว่าการเพิ่มความสะดวกในการเดินทางจะช่วยสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ พร้อมเชิญชวนชาวเกาหลีใต้ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ให้เดินทางมาฉลองเทศกาลตรุษจีนที่ประเทศจีนเช่นกัน

ด้านเจ้าหน้าที่สถานทูตเกาหลีใต้ในปักกิ่งเปิดเผยว่า ตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมเป็นต้นมา มีการยื่นขอวีซ่าเฉลี่ยมากกว่า 1,000 รายต่อวัน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องทำงานล่วงเวลาวันละ 1-2 ชั่วโมงเพื่อจัดการกับ งานที่ล้นมือ บรรยากาศทางการทูตที่ผ่อนคลายประกอบกับอัตราการจองที่นั่งบนเครื่องบิน (Seat Occupancy) ที่พุ่งสูงถึง 85.2% ในเดือนธันวาคม ตอกย้ำถึงความสำเร็จของเกาหลีใต้ในครั้งนี้

ปรากฏการณ์ “เกาหลีฟีเวอร์” ของชาวจีนในปี 2026 ไม่เพียงแต่ยืนยันถึงความสำเร็จของ Soft Power และนโยบายการท่องเที่ยวที่ถูกที่ถูกเวลาเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนชัดเจนว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเชื่อมโยงอย่างเหนียวแน่นกับความสัมพันธ์ทางการเมือง โดยมิตรภาพทางการทูตและความสะดวกในการเดินทางคือ “กุญแจสำคัญ” ที่ตัดสินผู้ชนะในสมรภูมิการท่องเที่ยว

ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเกาหลีใต้ที่ดีขึ้นอย่างมาก สวนทางกับความร้าวฉานระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ยังอาจจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมบันเทิงเกาหลีใต้ด้วย โดยมีการคาดว่า จะเป็นปัจจัยบวกให้คอนเสิร์ต K-pop ในจีนกลับมาคึกคักอีกครั้ง ซึ่งสัญญาณบ่งบอกคือการยกเลิกคอนเสิร์ต J-pop / koreanjoongangdaily