ความเคลื่อนไหวของธุรกิจ HORECA ไทยที่น่าจับตา เมื่อ “Freshket” แพลตฟอร์มจัดจำหน่ายวัตถุดิบอาหารออนไลน์ เตรียมขยายธุรกิจในปี 2027 พร้อมต่อยอดศักยภาพผ่านการผนึกจุดแข็งกับ “เบทาโกร” ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและระบบโลจิสติกส์ ต่อยอดสู่การเป็น FoodTech Company อย่างครบวงจร

Marketeer ชวนเจาะ 3 กลยุทธ์ธุรกิจปี 2027 สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน และทิศทางต่อยอดความร่วมมือผ่านการผสานจุดแข็งของสององค์กร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ Food Service ไทย 

Demand Aggregation x Routing Logistics
2 กลไกหลักขับเคลื่อนธุรกิจ

ปัจจุบัน Freshket มีสินค้ากว่า 10,000 รายการ ครอบคลุมทั้งของสด ของแห้ง และของใช้ในครัว ให้บริการผู้ประกอบการกว่า 20,000 ราย ในกรุงเทพฯ พัทยา หัวหิน และขอนแก่น โดยมีโมเดลธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบโลจิสติกส์เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการจัดซื้อและกระจายวัตถุดิบ ผ่านจุดแข็งสำคัญ 2 ด้าน ได้แก่

  • Digital Platform 100% ใช้ Demand Aggregation เพิ่มประสิทธิภาพการจัดซื้อ

Freshket พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่รวบรวมความต้องการสั่งซื้อวัตถุดิบจากผู้ประกอบการร้านอาหาร หรือ Demand Aggregation เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารคำสั่งซื้อ การจัดหาสินค้า และการวางแผนจัดส่ง

มุ่งส่งมอบคุณค่าหลัก 3 ประการ ได้แก่ ราคาและคุณภาพที่คุ้มค่า ส่งสินค้าครบและตรงเวลา และความสะดวกในการสั่งซื้อที่ช่วยบริหารต้นทุน ช่วยลดความซับซ้อนในกระบวนการจัดซื้อ เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมต้นทุน และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการบริหารธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

  • Routing Logistics จัดส่งทุก 1 ชั่วโมง ลดภาระสต็อกวัตถุดิบ

อีกหนึ่งจุดแข็งของ Freshket คือโมเดล Routing Logistics ที่ขับเคลื่อนการกระจายสินค้าผ่านเครือข่าย 11 แห่ง รองรับการจัดส่งวัตถุดิบได้ทุก 1 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านอาหารเข้าถึงวัตถุดิบได้รวดเร็วและมีความต่อเนื่องในการดำเนินงาน

ความถี่ในการจัดส่งช่วยให้ร้านอาหารลดความจำเป็นในการสต็อกสินค้าล่วงหน้า ลดภาระด้านพื้นที่จัดเก็บ และบริหารต้นทุนสินค้าคงคลังได้เหมาะสมขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยให้มีวัตถุดิบสดใหม่พร้อมใช้งานตลอดวัน

จุดแข็งทั้งสองด้านทำให้ Freshket เชื่อมโยงกระบวนการจัดซื้อเข้ากับการกระจายวัตถุดิบได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การรวบรวมความต้องการของผู้ประกอบการ ไปจนถึงการส่งมอบสินค้า ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการขยายธุรกิจในระยะต่อไป

เปิด 3 กลยุทธ์ปี 2027 วางรากฐานการเติบโตระยะยาว

Freshket วางแผนธุรกิจปี 2027 เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจและรองรับความต้องการของผู้ประกอบการร้านอาหารที่หลากหลายขึ้น ครอบคลุมทั้งการขยายตลาด การเพิ่มกลุ่มสินค้าเฉพาะทาง และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดเก็บและขนส่ง

1. Business Growth ขยายพื้นที่บริการ ฐานลูกค้า และกลุ่มสินค้า

Freshket เตรียมศึกษาโอกาสขยายพื้นที่ให้บริการ เพิ่มฐานลูกค้าใหม่ และขยายความหลากหลายของสินค้า เพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการร้านอาหารในแต่ละพื้นที่และแต่ละขนาดธุรกิจ พร้อมเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงตลาด Food Service ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

การขยายธุรกิจในระยะต่อไปยังเป็นโอกาสให้ Freshket ศึกษาแนวทางนำจุดแข็งของเบทาโกรมาต่อยอด ทั้งด้านการจัดหาวัตถุดิบและความเชี่ยวชาญในห่วงโซ่อุปทานอาหาร โดยรายละเอียดการดำเนินงานร่วมกันยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

2. Specialty & Premium เพิ่มทางเลือกวัตถุดิบเฉพาะทางและสินค้าพรีเมียม

อีกหนึ่งทิศทางคือการเพิ่มสินค้ากลุ่ม Specialty & Premium ทั้งวัตถุดิบเฉพาะทางและวัตถุดิบคุณภาพสูง เพื่อรองรับผู้ประกอบการที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความแตกต่างของเมนู และประสบการณ์ด้านอาหาร

การเพิ่มสินค้าในกลุ่มนี้จะช่วยให้ร้านอาหารเข้าถึงวัตถุดิบที่ตอบโจทย์การพัฒนาเมนูใหม่และรูปแบบธุรกิจที่หลากหลายขึ้น พร้อมเพิ่มทางเลือกในการจัดซื้อผ่านแพลตฟอร์มเดียว

เป้าหมายของ Freshket คือการพัฒนาความครบครันของสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้ประกอบการได้มากขึ้น ตั้งแต่วัตถุดิบที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงวัตถุดิบเฉพาะทางและสินค้าพรีเมียมที่ช่วยสร้างความแตกต่างให้ธุรกิจร้านอาหาร

3. Cold Chain Facility Development ยกระดับคลังสินค้าและระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิ

Freshket เตรียมพัฒนาศักยภาพด้านการจัดเก็บและขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain) เพื่อรองรับสินค้ากลุ่มแช่เย็น แช่แข็ง สินค้านำเข้า และสินค้าพรีเมียม

ครอบคลุมการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและการเชื่อมโยงระบบคลังสินค้ากับเครือข่ายจุดกระจายสินค้า เพื่อรักษาคุณภาพวัตถุดิบและยกระดับการส่งมอบให้เหมาะสมกับสินค้าแต่ละประเภท

นอกจากนี้ Freshket ยังมองโอกาสร่วมกับเบทาโกรในการศึกษาแนวทางพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน Cold Chain Logistics เพื่อรองรับความต้องการวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นและขยายขอบเขตการให้บริการในระยะยาว

3 มิติความร่วมมือกับเบทาโกร ต่อยอดความแข็งแกร่ง

การมี บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เปิดโอกาสให้ทั้งสององค์กรศึกษาแนวทางนำความเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่ายมาต่อยอดร่วมกัน โดยมีแนวทางความร่วมมือที่อยู่ระหว่างการพิจารณา 3 ด้าน

1. Cost Efficiency & Sustainable Scale เพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนตลอด Supply Chain

การศึกษาโอกาสเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญของเบทาโกรเข้ากับเทคโนโลยี Demand Aggregation ของ Freshket เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดหาและกระจายสินค้า ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

การนำจุดแข็งของทั้งสององค์กรมาเสริมกันมีศักยภาพช่วยลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น เพิ่มความคุ้มค่าในการจัดซื้อให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร และสร้างระบบการดำเนินงานที่รองรับการขยายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

2. Protein Sourcing เพิ่มทางเลือกการเข้าถึงวัตถุดิบโปรตีนคุณภาพ

การเพิ่มทางเลือกในการจัดหาวัตถุดิบโปรตีนคุณภาพ ทั้งเนื้อสัตว์ ไข่ไก่ และอาหารแปรรูป เพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการร้านอาหารที่หลากหลาย

Freshket ยังคงเปิดกว้างสำหรับการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์โปรตีนที่มีแบรนด์จากผู้ผลิตทุกราย ควบคู่กับการทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์และเกษตรกรในเครือข่ายเดิม เพื่อรักษาความหลากหลายของสินค้าและทางเลือกในการจัดหาวัตถุดิบ มุ่งเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดซื้อและความมั่นคงในการเข้าถึงวัตถุดิบ โดยยังคงรักษาบทบาทของ Freshket ในฐานะแพลตฟอร์มที่เปิดรับพันธมิตรหลากหลายราย

3. Financial Strength & Infrastructure เสริมความแข็งแกร่งด้านเงินทุนและโครงสร้างพื้นฐาน

การเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนทางการเงินเหมาะสม เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในระยะยาว รวมถึงโอกาสในการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน Cold Chain Logistics

โครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดเก็บและขนส่งควบคุมอุณหภูมิจะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการรองรับสินค้าหลากหลายประเภท โดยเฉพาะวัตถุดิบแช่เย็น แช่แข็ง สินค้านำเข้า และสินค้าพรีเมียมที่ต้องการการจัดการเฉพาะทาง

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดและรูปแบบความร่วมมือในแต่ละด้านจะเป็นไปตามข้อสรุปร่วมกันของทั้งสององค์กร โดย Freshket ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่เปิดกว้างสำหรับซัพพลายเออร์และพันธมิตรทุกราย

Freshket x Betagro เสริมจุดแข็งธุรกิจ Food Service

ความน่าสนใจของ Freshket ในมุมการตลาด คือการมี เบทาโกรเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งเป็นโอกาสในการต่อยอดโมเดลธุรกิจแพลตฟอร์มจัดหาวัตถุดิบอาหารออนไลน์ ด้วยความเชี่ยวชาญด้านห่วงโซ่อุปทานอาหารและมาตรฐานคุณภาพของเบทาโกร นอกจากนี้ทั้งสององค์กรยังศึกษาแนวทางความร่วมมืออื่น ๆ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติ ทั้งการจัดหาวัตถุดิบ การบริหารต้นทุน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน Cold Chain เพื่อรองรับสินค้าที่หลากหลายยิ่งขึ้น

คุณพงษ์ลดา พะเนียงเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Freshket

 “เป้าหมายสำคัญของ Freshket ในปี 2027 คือการยกระดับฟู้ดเซอร์วิสออนไลน์ ให้ตอบโจทย์ผู้ประกอบการร้านอาหารได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น ทั้งการขยายบริการสู่กลุ่มลูกค้าระดับองค์กร การเพิ่มกลุ่มสินค้าพรีเมียม และยกระดับการขนส่งควบคุมอุณหภูมิ เพื่อช่วยให้ร้านอาหารบริหารต้นทุนและจัดการวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

 ขณะเดียวกัน เรามีความยินดีที่ได้เบทาโกรเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้น และเชื่อว่าแนวทางความร่วมมือที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตจะช่วยปลดล็อกศักยภาพการเติบโตของ Freshket ทั้งด้านความมั่นคงในการเข้าถึงวัตถุดิบคุณภาพสูง และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากสามารถผสานกับความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐานของเบทาโกรได้ จะเป็นแรงส่งสำคัญที่ช่วยให้ Freshket ส่งมอบวัตถุดิบคุณภาพในราคาที่คุ้มค่าแก่ผู้ประกอบการ พร้อมขยายธุรกิจอย่างมั่นคงในระยะยาว และก้าวสู่การเป็นพันธมิตรที่สนับสนุนการเติบโตของร้านอาหารไทยอย่างยั่งยืน” 

ด้าน คุณชยธร แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและธุรกิจใหม่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ระบุว่า “การลงทุนใน Freshket สะท้อนความเชื่อมั่นของเบทาโกรต่อทีมงานและโมเดลธุรกิจที่พิสูจน์แล้วว่าตอบ โจทย์ตลาดได้จริง Freshket คือหนึ่งในผู้นําที่กําลังเปลี่ยนวิธีการจัดหาวัตถุดิบของธุรกิจร้านอาหารไทย ด้วย แพลตฟอร์มที่เปิดกว้าง เทคโนโลยี Demand Aggregation และระบบโลจิสติกส์ที่ส่งมอบได้รวดเร็ว แม่นยํา และคุ้มค่า ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการอย่างแท้จริง เบทาโกรพร้อมสนับสนุนให้ Freshket เติบโตอย่าง ก้าวกระโดด และร่วมศึกษาแนวทางความร่วมมือที่จะช่วยเสริมจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดยนําความเชี่ยวชาญด้านห่วงโซ่อุปทานอาหารและมาตรฐานคุณภาพของเบทาโกรมาต่อยอด อุตสาหกรรม Food Service ของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน”

หัวใจของความร่วมมือครั้งนี้อยู่ที่การนำจุดแข็งของทั้งสององค์กรมาเพิ่มคุณค่าให้กับผู้ประกอบการ HORECA ทั้งการเข้าถึงวัตถุดิบคุณภาพ การบริหารต้นทุน และประสิทธิภาพในการจัดส่ง พร้อมยกระดับศักยภาพด้านการขยายตลาด คุณภาพสินค้า และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีและระบบโลจิสติกส์ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ และต่อยอดสู่การเป็น FoodTech Company อย่างครบวงจร ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการพัฒนาธุรกิจ Food Service ของไทยในระยะยาว ควบคู่กับการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจได้อย่างคล่องตัว มีประสิทธิภาพ และเติบโตอย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ Freshket ได้ที่