จากตำนานชีวิต สู่รสนิยมยุคสมัย

เวลากาแฟ   โดย วิรัตน์ แสงทองคำ

เวลากาแฟบางครั้ง สะท้อนเรื่องราวผกผันน่าทึ่ง จากยุคเก่า สู่ยุคใหม่

เป็นอีกเรื่องราว เวลากาแฟอันเป็นตำนาน จุดประกายขึ้นระหว่างมื้อกลางวันอันรื่นรมย์ กับศิวะพร ทรรทรานนท์

คุณศิวะ(ใครๆก็เรียกเขาอย่างนั้น) เปิดฉากย้อนประสบการณ์อดีตอันสนุกสนาน ตื่นเต้นและประทับใจ โดยเฉพาะขบวนเรือเร็วครั้งแรกล่องแม่น้ำโขง ชมสะพานมิตรภาพลาว-ไทยแห่งแรกเพิ่งเปิดหมาดๆ ด้วยมุมมองที่แตกต่าง แม้ว่าขณะนั้นควันไฟสงครามอินโดจีนยังไม่จางเสียทีเดียว (โปรดดูข้อความจากภาพประกอบ  คัดลอกมาจาก FB-Sivaporn Dardarananda)

 

มื้อกลางวันนั้นปิดท้ายด้วยกาแฟเข้มข้นในจังหวะเวลาช้าๆ  แล้วเวลากาแฟพาไปสู่เรื่องราวกาแฟ  รวมทั้งเปิดตัวผู้ปลูกกาแฟมืออาชีพ(professional coffee grower)คนล่าสุด  ผู้พยายามเชื่อมต่อเวลากาแฟ จาก “ผู้เล่าเรื่อง” จนกลายเป็น “ผู้ลงมือ”ด้วย   และแล้วมาปิดท้ายจริงๆ ด้วยเรื่องราวกาแฟอีกเรื่องหนึ่ง ถือเป็นไฮไลท์  เรื่องราวย้อนไปไกลทีเดียว ยัง ยุคสมัย Espresso (โปรดกลับไปอ่านตอน  ยุคสมัย Espresso ประกอบด้วย จะเป็นการดี) ยุคสมัยซึ่งคุณศิวะสัมผัส กับช่วงชีวิต14ปี  เรื่องราวนั้นเชื่อมโยงถึงปัจจุบันอย่างไม่ต้องสงสัย

ผมรู้จักกับศิวะพร ทรรทรานนท์ มากว่า 3 ทศวรรษ  ขณะเป็นกรรมการผู้อำนวยการ (President) ทิสโก้ (TISCO ) บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์แห่งแรกในประเทศไทย ตำนานทิสโก้กับคุณศิวะเปิดฉากขึ้นหลังจากทิสโก้ก่อตั้ง (ปี2512) เพียงปีเดียว และอีกทศวรรษต่อมา เขาก้าวขึ้นเป็น President  อยู่ในตำแหน่งยาวนานถึง 13 ปี( 2523-2536)  และแล้วศิวะพร ตัดสินใจลาออกขณะในวัยเพียง45 ปี หันหลังให้สถาบันการเงินที่ก้าวหน้าและเติบโตอย่างน่าทึ่ง  ทิ้งตำนานเล่าขานไว้เบื้องหลัง ไม่ว่ากรณีทิสโก้ทุบสถิติจ่ายโบนัสทีมงานมากกว่า10เดือน   หรือเป็นผู้ริเริ่มสะสมทรัพย์สินที่แตกต่างและมีค่าไว้  งานศิลปะศิลปินไทยร่วมสมัยมากกว่า 200 ภาพ  ฯลฯ  อย่างไรก็ตามหลายคนยังเชื่อว่าเงาของเขาคงอยู่  แม้ได้ผ่านช่วงเวลากว่า 2 ทศวรรษ ผ่านช่วงเวลาธุรกิจหลักทรัพย์  จนทิสโก้ยกฐานะเป็นธนาคารเต็มตัว

ผมเองเคยเขียนเรื่องราวเขาหลายครั้งหลายหน หากสนใจคุณศิวะกับท่วงทำนองและวิถีธุรกิจแล้ว คงต้องหาอ่านกันเอาเอง ทว่าเรื่องราวบางฉากบางตอนในนั้น  เมื่อมองมุมที่แตกต่าง ผ่าน“เวลากาแฟ” ย่อมมองเห็นบางร่องรอย เชื่อมโยงกัน

บิดาของเขาทำงานให้กับ FAO (Food and Agriculture Organization of the United Nations) ตั้งแต่ช่วงก่อตั้งใหม่ๆ  ในจังหวะสำนักงานใหญ่ FAO ย้ายจาก Washington  D.C. สหรัฐฯ ไปยัง Rome ประเทศอิตาลี เขาติดตามบิดา-มารดาไปอยู่ที่นั่นตั้งแต่ปี 2493 ในวัยเพียง 3 ขวบ

กรุงโรม ประเทศอิตาลี  เมืองแห่งอารยธรรม เมืองมีชีวิตต่อเนื่องยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สะท้อนภาพและอิทธิพลระดับโลก โดยเฉพาะงานศิลปะและสถาปัตยกรรม  เชื่อว่าสะท้อนผ่านวิถีชีวิตและความคิดความเชื่อเด็กชายซึ่งเติบโตขึ้นเป็นวัยหนุ่มที่นั่นด้วย

อีกด้านหนึ่ง ให้ภาพเมืองและวิถีชีวิตสังคมอิตาลี กำลังฟื้นตัวต่อเนื่องหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง   เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมกำลังเติบโต  โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ วิถีชีวิตการทำงานระบบโรงงานดำเนินไป  บางชิ้นส่วนเกี่ยวข้องเวลากาแฟคลื่นลูกแรกโดยสังคมคนอิตาเลียนเป็นต้นแบบ  การค้นคิดเครื่องทำเอสเปรสโซ่ (espresso machine) ตอบสนองวิถีชีวิตอันเร่งรีบ ใช้ตามร้านกาแฟริมถนนซึ่งคนงานเดินผ่านไปทำงาน อีกด้านเป็นประดิษฐกรรมเครื่องทำกาแฟใช้ตามครัวเรือน ที่เรียกว่า Moka pot

Virat-Coffee-11June18-3
Moka pot เครื่องทำ Espresso ตั้งบนเตาถ่าน เตาแก๊ส หรือเตาไฟฟ้ารุ่นดั้งเดิมแบรนด์ Bialetti ออกแบบและผลิตตั้งแต่ปี2477 อันที่จริง Moka pot ทำกาแฟแตกต่างกว่าEspresso machineใช้ไฟฟ้า เนื่องจากแรงดันไอน้ำต่ำกว่าถึง 5-6 เท่า

คุณศิวะจำภาพนั้นได้ดี  ราวๆปี 2500 หรือต้นคริสต์ทศวรรษ 1960 ในช่วงวัยรุ่น ช่วงท้ายๆ การศึกษาระดับมัธยม (ณ Notre Dame International School ,Rome, Italy)  ภาพกิจวัตรชีวิตประจำวันดำเนินไป มื้อเช้าแบบฉบับยุโรป  มีขนมปังและนมสด ผลผลิตวันต่อวันอยู่ด้วย  ต่อด้วยเวลากาแฟแบบฉบับเฉพาะอิตาลี กับ Moka pot

ขณะอีกฉากชีวิตซึ่งแตกต่าง  ภาพชีวิตผู้คนธรรมดาสามัญชาวอิตาเลียน   ยังต้องดิ้นรนภายใต้ข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ และสิ่งอำนวยความสะดวก ในยุคต้นเศรษฐกิจฟื้นตัว สถิติระบุมีผู้ใช้ตู้เย็นเพียงประมาณ10%   การปรับตัวท่ามกลางวัฒนธรรมกาแฟฝังรากไปเป็นอย่างสร้างสรรค์

มื้อเช้ามักหลอมรวมเวลากาแฟ จะเรียกอาหารหรือเครื่องดื่มก็ได้ นมสดที่เหลือเมื่อวาน อุ่นให้ร้อนเป็นฟอง  ขนมปังเก่าเมื่อวานเช่นกัน บิเป็นชิ้นเล็กๆ ผสมลงไป เติมกาแฟจาก Moka pot เพียงนิดหน่อย กลายเป็นมื้อเช้าที่มีรสชาติควรเป็นไป ด้วยนมเป็นส่วนผสมสำคัญ จึงเรียกว่า latte

กาแฟนมแบบฉบับอิตาลี พัฒนาไปอย่างน่าทึ่ง ราวๆ 3ทศวรรษต่อมา จากชีวิตจริงในยุคเก่า สู่รสนิยมวิไล  ดั่งงานฝีมือ คอกาแฟมักส่งเสียงดังกับบาริสต้า (barista) อย่างภูมิใจ   เป็นสูตรอันสร้างสรรค์ แตกแขนง จากกาแฟแบบ Espresso   ด้วย Espresso 1 ส่วน เติมนม 2 ส่วน กับฟองนมหนาๆ เรียกว่า Caffe latte   คนออสซี่พลิกแพลงนิดหน่อย แทนที่ด้วยฟองนมบางๆ เรียก Flat white  และพลิกแพลงมากขึ้นอีก ลดปริมาณนมลงให้เท่ากับกาแฟ เติมฟองนมหนาอีก 1 ส่วนเท่าๆกัน  เรียกว่า Cappuccino

คุณศิวะใช้ชีวิตในอิตาลี 14 ปี แล้วข้ามฟากไปเรียนที่สหรัฐฯอีก 6 ปี (ปริญญาตรีวิศวกรรมเครื่องกล และ MBA )  กลับมาทำงานเมืองไทย จนถึงทุกวันนี้ เขายังอ่านและเขียนภาษาไทยไม่ได้ ขณะพูดได้ 5ภาษา ไทย อังกฤษ ละติน ฝรั่งเศส และแน่นอน ภาษาอิตาเลียน ชีวิตทำงานได้ผันเปลี่ยน จากวงการธุรกิจการเงิน สู่งานสังคมและสาธารณะ โดยเฉพาะองค์กรจัดการน้ำและข้อมูลสภาพอากาศ

บางสิ่งยังคงเส้นคงวา ต่อเนื่อง สะท้อนร่องรอยประสบการณ์ชีวิตเยาว์วัย  จากสะสมงานศิลปะ สู่การก่อตั้งมูลนิธิหอศิลปะแห่งรัชกาลที่ 9  หอศิลปะในโลกอินเตอร์เน็ต และยังคงมีเวลากากาแฟกับ Espresso อยู่เสมอ

แน่นอนเวลากาแฟปิดท้ายมื้อกลางวันวันนั้น กับบทสนทนาอันออกรส เข้มข้น จึงไม่ใช่กับ Caffe latte


อ่าน “เวลากาแฟ” ก่อนหน้านี้ : เปิดฉาก / ยุคสมัย Espresso / ดื่มด่ำ ประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟ /

วิถีกาแฟบ้านแม่กำปอง 


s4p2.1วิรัตน์ แสงทองคำ คอลัมนิสต์ธุรกิจ ด้วยวัตรปฏิบัติเกือบ 4ทศวรรษ  เสนอมุมมองอย่างที่เคยเป็นมาใน“ประชาชาติธุรกิจ” และพยายามเชื่อมโยงธุรกิจเข้ากับสังคมวงกว้างใน”มติชนสุดสัปดาห์”  ขณะที่หลังฉากนั้น มี”เวลากาแฟ” อย่างเงียบๆ เวลาซึ่งเพิ่งเปิดสู่วงกว้างครั้งแรกที่นี่ @Maketeer Online


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer