2 ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่ผลักดัน จิวเวลรีไทย ดังไกลไปทั่วโลก

ประเทศไทยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศเกษตรกรรม ใครเลยจะคิดว่าสินค้าส่งออกสูงสุด 3 อันดับแรกคือ เครื่องจักร ส่วนประกอบยานยนต์ และอัญมณีตามลำดับ ที่น่าสนใจคืออัญมณีและเครื่องประดับคือสินค้าที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยและเป็นที่ยอมรับของทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ในฐานะแหล่งที่มาที่มีคุณภาพ เชื่อถือได้ และฝีมือการเจียระไนที่ปราณีตงดงาม

ในส่วนของมูลค่าการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับในระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา (หักการส่งออกทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูป) อยู่ที่ 2,093 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 66,284.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าถึงร้อยละ 3.93  โดยมีตลาดสำคัญคือ สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา และฮ่องกง และด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจที่เติบโตสดใส ส่งผลให้โอกาสการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาขยายตัว

จากรูปการณ์แล้วเห็นได้ชัดว่า ยังมีพื้นที่ให้กับผู้ประกอบการอัญมณีและจิวเวลรี่ไทยได้ไปครอบครองส่วนแบ่งและเรียกเม็ดเงินเข้าประเทศอีกมากในตลาดโลก

วันนี้ Marketeer มีโอกาสพูดคุยกับ 2 ผู้ประกอบและดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ผู้คร่ำหวอดในวงการจิวเวลรี่ทั้งไทยและต่างประเทศ ที่มาอัปเดตเทรนด์จิวเวลรี่ พร้อมบอกเล่าเคล็ดลับของการทำแบรนดิ้ง และการดีไซน์ที่ตรงใจและเข้าถึงลูกค้าทั้งไทยและต่างประเทศ

Carletta Jewelry…Story คือเรื่องสำคัญ

Bangkok Gems
คุณสุรศักดิ์ มณีเสถียรรัตนา ดีไซเนอร์ และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Carletta Jewellery

คนแรกที่เราได้คุยคือ คุณสุรศักดิ์ มณีเสถียรรัตนา ดีไซเนอร์ และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Carletta Jewellery และยังเป็นดีไซเนอร์คนไทยที่ได้รับเกียรติไปเป็นส่วนหนึ่งใน Gems Vision หนังสือที่กำหนดเทรนด์จิวเวลรี่ของแบรนด์ระดับโลกอย่าง Swarovski

“Carletta เกิดจากความคิดที่อยากทำแบรนด์จิวเวลรี่ที่แตกต่าง ที่บ้านผมทำธุรกิจนี้อยู่แล้ว เรารู้จักจิวเวลรี่และวัตถุดิบต่างๆ มาตั้งแต่เด็ก แต่อยากทำจิวเวลรี่ที่มีดีไซน์ที่ต่างจากแบบเดิมๆ เลยไปเรียนวาดรูปคอร์สสั้นๆ เพื่อที่จะได้วาดและออกแบบเครื่องประดับได้เอง ด้วยความที่ทำบริษัทแบรนด์ดิ้งมา เรารู้ว่าถ้าจะแตกต่างต้องทำเป็น “คอลเลคชั่น” และมีเรื่องราวความเป็นมา” คุณสุรศักดิ์ เล่าถึงที่มาของ Carletta Jewellery

ชื่อแบรนด์ Carletta เป็นรากศัพท์จากโรมันแปลว่า “อิสระ” คุณสุรศักดิ์สื่อความหมายนี้ผ่านโลโก้ที่ดูพริ้วมีอิสระในการเคลื่อนไหวราวกับขนนก ดังนั้นเรื่องราวความเป็นมา หรือ Story นี่เองคือจุดแข็งที่ทำให้ Carletta Jewellery น่าติดตาม

ถ้าถามว่า “คอลเลคชั่น” หรือ “เรื่องราว” จำเป็นไหมสำหรับจิวเวลรี่ ในมุมของแบรนด์ Carletta ผมมองว่าจำเป็น เพราะ Carletta คือการเล่าเรื่องราวที่ประทับใจผ่านสื่อที่เป็นเครื่องประดับในรูปแบบคอลเลคชั่น อย่างคอลเลคชั่นแรกที่ทำคือ “Garden of Eden” ได้รับแรงบันดาลใจจากการถือกำเนิดของมนุษย์ นั่นคืออดัมกับอีฟ เครื่องประดับของเราจึงประกอบไปด้วย Eden ring แหวนเงินชุบทองลายไม้และงูพันอยู่รอบนิ้วประดับด้วยโอปอล, Deep forest earring ต่างหู ประดับพลอยสี หรือ Secret stone earring และ Snake earring ต่างหูลูกปัดแบบยาว มีงูพันอยู่รอบๆ ฯลฯ หมายความว่าถ้าทำชิ้นเดียวมันไม่สามารถตอบโจทย์เรื่องราวที่เราต้องการสื่อออกไปได้หมด

“คอลเลคชั่นที่สองคือ Medieval Knight เรื่องราวของอัศวินยุคกลาง และคอลเลคชั่นที่สามคือ Volcanic Re-Stage Volcano ทั้ง 3 คอลเลคชั่นคือ กำเนิดมนุษย์ สู้รบ และธรรมชาติทำลายล้าง ทั้งหมดคือการนำธรรมชาติและประวัติศาสตร์ มาเล่าเรื่องผ่านเครื่องประดับๆ”

“Gems Vision คือการอัปเดตแนวทางเทรนด์ของจิวเวลรี่ เพื่อนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการดีไซน์งานของตัวเอง ผมไม่แนะนำให้ทำตามเทรนด์ทั้งหมด จะเกิดอะไรขึ้นถ้าทุกคนออกแบบเครื่องประดับตามเทรนด์เหมือนกันหมด เราอาจจะดูสีดูเรื่องวิธีการใช้ ว่าเทรนด์เดี๋ยวนี้คนนิยมใส่หรือใช้อะไรเป็นส่วนประกอบ ในขณะเดียวกันแบรนด์เองก็ต้องมีจุดยืนในเอกลักษณ์และการออกแบบของตัวเอง ยิ่งปัจจุบันการเข้าถึงข้อมูลมันง่ายและเร็ว เทรนด์แทบจะไม่ต่างกันเลย อยู่ที่ว่าแนวทางของใครจะชัดเจนกว่ากัน

คุณสุรศักดิ์บอกกับเราว่ากลุ่มเป้าหมายของ Carletta แน่นอนว่าเป็นผู้หญิง แต่เป็นผู้หญิงที่แกร่ง มีความมั่นใจ สง่างาม และภูมิใจในตัวเอง ซึ่งสอดคล้องกับการออกแบบรวมถึงการเลือกใช้วัสดุในแต่ละคอลเลคชั่น นอกจากนี้ คุณสุรศักดิ์ยังมีอีก 2 แบรนด์ที่มารองรับกลุ่มลูกค้าผู้ชายและสาวสมัยใหม่อย่างแบรนด์ Carles และ Xc เพื่อให้ครอบคลุมลูกค้าที่หลากหลาย และการมี Storytelling ของเครื่องประดับแต่ละชิ้นแต่ละคอลเลคชั่นนั้น ทำให้การสื่อสารออกไปยังลูกค้าดูมีสไตล์ มีเรื่องราว ไม่ใช่เรื่องยาก และไม่ใช่การขายของมากเกินไป

Bangkok Gems

“สำหรับตลาดจิวเวลรี่ไทย เรามีวัสดุที่มีคุณภาพและช่างฝีมือปราณีตอยู่แล้ว แต่ติดที่ผู้ประกอบส่วนใหญ่มักคิดว่าต้องขายส่ง ขายให้ได้ Volume แต่ลืมไปว่าเราสามารถสร้าง Value ด้วยการทำแบรนด์เล็กๆ ที่มีจุดเด่นได้ในบริษัทเดียวกัน ซึ่งการสร้างแบรนด์และการทำตลาดจิวเวลรี่ที่มีการดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ ปราณีต ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเรามีพาร์ทเนอร์หรือกลุ่มผู้ประกอบการที่ก้าวไปด้วยกัน ไปเป็นกลุ่มนอกจากจะได้แชร์ข้อมูลกันแล้ว อำนาจการต่อรองยังง่ายกว่า และสนุกกว่าไปคนเดียว”

“อย่างเร็วๆ นี้ที่บ้านเรากำลังจะมีงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair เป็นเหมือน Jewelry Hub ของเมืองไทย ที่รวบรวมผู้ประกอบการจิวเวลรี่รายเล็กรายใหญ่ หน้าใหม่หน้าเก่า รวมถึงผู้ประกอบการจากต่างประเทศ ผมว่างานนี้ผู้ประกอบการไทยและคนที่ชื่นชอบจิวเวลรี่ไม่ควรพลาด เพราะนอกจากจะเป็นการเปิดหูเปิดตาอัปเดตเทรนด์ธุรกิจแล้ว ยังเป็นแหล่งรวมโอกาสใหม่ๆ สำหรับธุรกิจอีกด้วย”

Jittrakarn เครื่องประดับล้ำๆ และ unique ใครว่าขายไม่ได้

อีกหนึ่งตัวแทนผู้ประกอบการที่ Marketeer ได้พูดคุยคือ คุณจิตรกานต์ บรรเทิงไพบูลย์ ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง แบรนด์ Jittrakarn ที่นอกจากจะเป็นดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่มีเอกลักษณ์การออกแบบเหนือจินตนาการแต่สวมใส่ได้จริงแล้ว คุณจิตรกานต์ยังพ่วงตำแหน่งอาจารย์ประจาภาควิชาการออกแบบอุตสาหกรรม สถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกด้วย

Bangkok Gems
คุณจิตรกานต์ บรรเทิงไพบูลย์ ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง แบรนด์ Jittrakarn

“Jittrakarn เริ่มต้นจากการเป็นแบรนด์ที่ต้องการนำเสนอเรื่องราวของโลกอนาคต โลกจินตนาการ มาสู่เครื่องประดับที่ใช้ได้จริง แรกเริ่ม Jittrakarn อยู่ในกลุ่ม Contemporary Jewelry แต่ได้ปรับมาสู่เครื่องประดับที่เป็นแฟชั่นมากขึ้น มีทั้งโปรดักต์ที่เป็นตัวโชว์หรือตัวต้นแบบชิ้นใหญ่ และโปรดักต์ ชิ้นเล็กที่สวมใส่ได้จริง”

เมื่อถามถึงจุดเริ่มต้นของการออกแบบและเหตุผลที่เลือก Contemporary Jewelry ออกแบบคุณจิตรกานต์เล่าว่า เดิมทีเธอจบจากภาควิชาการออกแบบอุตสาหกรรม ด้วยความที่ชอบการดีไซน์และชอบงานที่มาจากแรงบันดาลใจ จึงเรียนต่อต่อป.โทด้าน Contemporary Jewelry โดยตรง “หลังจากเรียนจบ ก็กลับมาทำแบรนด์ของตัวเอง ตอนแรกทำชิ้นเล็กๆ แต่รู้สึกไม่สะใจ ชอบออกแบบฟอร์มชิ้นใหญ่ๆ ก็เลยทำควบคู่กันไป”

ว่ากันว่า Contemporary Jewelry คืองานศิลปะที่เข้าถึงยาก และขายได้ยาก การเป็นแบรนด์ที่มีพื้นฐานมาจากด้านนี้ Jittrakarn มีวิธีแก้เกมอย่างไร

“ในช่วงแรกเรายังทำให้ลูกค้าเข้าใจว่างานชิ้นใหญ่คือคีย์หลักที่ใช้เล่าเรื่องได้ไม่สำเร็จ หลายคนเข้าใจว่าชิ้นใหญ่และชิ้นเล็กเป็นคนละแบรนด์กัน อาจจะเป็นเพราะงานชิ้นใหญ่เป็นตัวตนของเรามากกว่า แต่ชิ้นเล็กคือตัวตนที่เราปรับให้ใช้ได้จริง หลายครั้งที่เราเข้าร่วมโครงการจากกรมส่งเสริมการค้าฯ หรือหน่วยงานสนับสนุนต่างๆ มักจะมีคอมเม้นต์จากที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญว่า ‘เธอออกแบบแบบฟอร์มเก่ง แต่ไม่เข้าใจลูกค้า ไม่เข้าใจผู้หญิง’ อาจจะเพราะเราไม่ใช่คนที่แต่งตัวเก่งด้วยมั้ง (หัวเราะ) แต่ตอนนี้ปรับให้ใช้งานได้มากขึ้น ซับซ้อนน้อยลง จากเดิมที่แข็งแกร่งและซับซ้อนกว่านี้ จริงๆ คนที่ซื้อชิ้นใหญ่ก็มีแต่จะเป็นเหล่า Collector ที่ชอบจิวเวลรี่ที่มีชิ้นเดียวในโลก

“กลุ่มเป้าหมายของเราคือผู้หญิงที่ชอบแต่งตัว ชอบงานศิลปะที่มีดีเทล ไม่ได้หวานมาก ครั้งแรกที่ทำแบรนด์มาวางแพลนไว้ว่าจะไปตีตลาดโซนยุโรป แต่ปรากฏว่าลูกค้าส่วนใหญ่ของเราคือสาวเอเชียและตะวันออกกลาง พอทราบกลุ่มลูกค้าที่แน่ชัดเราก็ปรับการดีไซน์ให้เข้ากับกลุ่มลูกค้ามากขึ้น

“นอกจากนี้เรายังได้รับความช่วยเหลือจากกรมส่งเสริมการค้าฯ เข้าร่วมโครงการ Designers’ Room มีโอกาสได้ไปโชว์งานแสดงสินค้าต่างๆ อย่างงาน Bangkok Gems หรือ ELLE Fashion Week ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนเข้าใจและรู้จักแบรนด์ของเรามากขึ้น มีโอกาสได้ถ่ายลงนิตยสาร มีดาราสวมใส่ คนก็เริ่มซื้อเริ่มติดตามแบรนด์เราเยอะขึ้น”

ถ้าเจาะลึกลงไปจะเห็นว่าคุณจิตรกานต์คือหนึ่งในนักสะสมรางวัลที่ขยันส่งผลงานเข้าร่วมประกวดโครงการต่างๆ ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ตรงนี้เองที่ทำให้แบรนด์ Jittrakarn คืออีกหนึ่ง Case study ของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่อยากกระโดดลงมาเล่นในตลาดจิวเวลรี่ได้เป็นอย่างดี

“แบรนด์ Jittrakarn เริ่มเมื่อปลายปี 2014 จริงๆ เราก็ไม่กล้าเริ่มเหมือนกัน เพราะเราเก่งแค่เรื่องการดีไซน์ การบริหารจัดการ การทำการตลาด หรือการสร้างแบรนด์เราไม่เก่งเลย จึงตัดสินใจเข้าร่วมการประกวด เพื่อทำให้คนรู้จักแบรนด์เรามากขึ้น ถือเป็นอีกช่องทางในการทำการตลาด

ในขณะเดียวกันก็เข้าร่วมโครงการต่างๆ ของกรมส่งเสริมการค้าฯ เพราะคิดว่าจะทำให้เราเข้าถึงคนเก่งๆ ด้านการตลาดง่ายขึ้น ทางกรมฯ เองก็มุ่งพัฒนาผู้ประกอบการใหม่อยู่แล้ว และมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำว่า ก่อนสร้างแบรนด์ต้องทำอย่างไร วางแผนอย่างไร มีทั้งคอร์สสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่อย่างเราจริงๆ และคอร์สสำหรับผู้ประกอบการที่มีต้นทุนคือร้านทองร้านเพชรอยู่แล้วแต่ต้องการต่อยอดหรือขยายตลาด ตรงนี้เองที่ทำให้แบรนด์ Jittrakarn มีการปรับให้มีการใช้งานได้ง่ายขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่บอกในตอนแรกว่าการดีไซน์ของเราแข็งแกร่งและซับซ้อนเกินไป

สุดท้ายนี้คุณจิตรกานต์ฝากถึงผู้ประกอบการจิวเวลรี่และนักออกแบบรุ่นใหม่ที่สนใจด้านนี้ว่า “การออกแบบเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแบรนด์จิวเวลรี่เป็นของตัวเอง การตลาดและการจัดการเองก็เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราไม่เก่งก็ต้องหาผู้ช่วย ภาครัฐเองก็โครงการต่างๆ คอยซัพพอร์ตเราอยู่แล้ว อยู่ที่เราจะเดินเข้าไปหาหรือไม่ อย่างล่าสุดเราเองก็กำลังจะเข้าร่วมเวิร์คช็อปและสัมมนาพัฒนาแบบจิวเวลรี่ เพื่อที่จะออกงานแฟร์ Bangkok Gems ที่กำลังจะถึงในปลายปีนี้ ซึ่งการออกแฟร์ต่างๆ ก็มีส่วนช่วยผลักดันให้เราเป็นที่รู้จักของลูกค้าและได้รู้จักผู้ประกอบการรายอื่นๆ มากขึ้น รู้สึกว่าการมีเพื่อนหรือไปเป็นกลุ่มมันสนุกกว่า และมีโอกาสมากกว่าการโตคนเดียว ไปเดี่ยวๆ”

 

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าจาก 2 ผู้ประกอบการจิวเวลรี่ที่เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ยังมีเรื่องราวในอีกหลายแง่มุมที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อคนที่สนใจในเรื่องนี้ แต่ครั้นจะเขียนทั้งหมด บทความนี้คงจะยาวราว 10 หน้ากระดาษเป็นแน่

ที่สรุปได้คือ

  • โอกาสของตลาดอัญมณีและเครื่องประดับของไทยยังมีโอกาสเติบโตและขยายได้อีกมาก
  • เทรนด์จิวเวลรี่เป็นเพียงแนวทางในการออกแบบ แต่แบรนด์ก็ต้องมีจุดยืนและเอกลักษณ์เป็นของตัวเองเพื่อที่จะแตกต่าง
  • การออกแบบดีไซน์เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแบรนด์ สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือ การตลาด การสื่อสารและการจัดการ
  • การเริ่มต้นในฐานะผู้ประกอบการจิวเวลรี่ไม่ใช่เรื่องยาก ยังมีหน่วยงานที่คอยซัพพอร์ทอยู่อีกมาก
  • งานแสดงสินค้าจิวเวลรี่ต่างๆ คืออีกหนึ่งเวที อีกหนึ่งโอกาส ที่ให้ผู้ประกอบการได้โชว์ศักยภาพและงานดีไซน์ของตัวเอง

สำหรับงาน Bangkok Gems ที่ทั้ง 2 คนพูดถึง คืองาน Bangkok Gems & Jewelry Fair งานแสดงสินค้าจิวเวลรี่ระดับโลก ที่เปรียบเสมือนเวทีที่แสดงศักยภาพในการผลิตสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับอันปราณีต ดีไซน์ทันสมัย ที่สำคัญคือเป็นการเปิดประตูโอกาสสู่ตลาดต่างประเทศ และอวดโฉมผลงานสู่สายตาลูกค้าและผู้ซื้อรายใหญ่ๆ

โดยงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 62 จะมีขึ้นในวันที่ 7-11 กันยายน 2561 นี้

ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ใครที่สนใจเรื่องเพชรพลอยเครื่องประดับสวยๆ ราคาเบาๆ ก็ไปเดินชมและช้อปได้

ติดตามข่าวสารข้อมูล หรือลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ www.bkkgems.com

 

 

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer