โอกาสครั้งใหม่ให้ไทยรัฐ ทีวี

ข่าว “13 ชีวิตติดถ้ำหลวง – ขุนน้ำนางนอน” ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่ไม่มีใครต้องการให้เกิด แต่สะท้อนให้เห็นว่าทุกครั้งที่มีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้น สื่อดั้งเดิมอย่างทีวียังคงมีอิทธิพลต่อผู้คนจำนวนมากที่กำลังเกาะติดสถานการณ์อย่างใจจดใจจ่อ เช่นเดียวกับบรรดาทีมข่าวทีวีทุกช่องที่ต่างอดหลับอดนอนเพื่อให้ได้ข่าวดีๆมาเสนอกับผู้ชมทางบ้านอย่างรวดเร็วที่สุด ในช่วงเวลานั้นเรตติ้งของช่องข่าวและช่วงเวลาข่าวขยับสูงกันอย่างถ้วนหน้า โดยเฉพาะช่อง 32 ไทยรัฐ ทีวี

ที่มา นีลเส็น

ตัวเลขจากนีลเส็นระบุว่าในช่วงวันที่ 25 มิ.ย. – 1ก.ค.ที่ผ่านมาเรตติ้งเฉลี่ยทั้งสัปดาห์ของช่องนี้พุ่งขึ้นมาเป็นอันดับ 3 คือ1.022 รองจากช่อง 7 และช่อง 3 โดยก่อนหน้านั้นเรตติ้งเฉลี่ย อยู่ที่ 0.561 เป็นอันดับ 6

เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ตั้งแต่ทำช่องมาที่เรตติ้งสูงขึ้นมาขนาดนี้ และเป็นครั้งแรกของทีวีเมืองไทยเหมือนกันที่ช่องวาไรตี้ที่เน้นเรื่องข่าวเป็นหลักกว่า 60% สามารถยึดตำแหน่ง Top 3 นี้ได้

จิตสุภา วัชรพล เจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และการตลาด และเจ้าหน้าที่บริหาร   สายงานปฎิบัติการ กล่าวกับ Marketeer ว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาช่วงรายการที่ทำเรตติ้งดีที่สุดของช่องคือช่วงไพรม์ไทม์ ซึ่งเป็นรายการไทยรัฐ นิวส์โชว์ เวลา 20.10 – 22.10 น.โดยเริ่มแตะเลข 3 มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย. จนล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ก.ค.สูงถึง 3.871

“พีคสุดเมื่อคืนวันจันทร์ที่ 2 ก.ค.ที่ผู้ว่าฯแถลงว่าเจอเด็กๆแล้วไปจนมีคลิปน้องๆออกมา ซึ่งเราตัดสินใจขยายเวลารายการนี้ออกไปกว่า2ชั่วโมง และปรากฏว่าช่วงเวลาประมาณ 22.40 – 23.15 เรตติ้งสูงถึง 4.3 แต่พอเฉลี่ยทั้งรายการรวม 5ชั่วโมงเรตติ้งเฉลี่ยอยู่ที่ 2.82 ”

เป็นเวลาเดียวกันกับที่ฟุตบอลโลกคู่บราซิลกับ เม็กซิโกกำลังเข้มข้น แต่เชื่อว่าช่วงเวลานั้นคนไทยกดรีโมทเปลี่ยนไปยังช่องข่าวกันทันทีแล้วกดแช่ช่องไว้อย่างนั้นนานนับชั่วโมง

เป็นช่วงเวลาที่ทางไทยรัฐ ทีวีเองก็ไม่ตัดเบรกโฆษณาเลยเพราะอารมณ์คนดูกำลังต่อเนื่องและรู้ดีว่าเข้าโฆษณาเมื่อไหร่คนดูเปลี่ยนช่องทันทีเหมือนกัน

เบื้องหลังการทำงานที่ขับเคลื่อนเรตติ้ง

ทุกช่องทำหน้าที่วางแผนทำงานข่าวกันอย่างเต็มที่ แต่เหตุผลที่ทำให้ช่องไทยรัฐโดดเด่นกว่าใคร มาจาก 4 เหตุผลหลักๆคือ

1.ความพร้อมของทีมข่าว จากวันแรกๆจนถึงวันที่พบเด็กๆแล้วแต่ภารกิจยังไม่สำเร็จ ดังนั้นจนถึงวันที่ 5ก.ค.ทีมงานข่าวของไทยรัฐทีวีประมาณ 32 คน ยังคงประจำการอยู่ที่ถ้ำหลวง รวมทั้งทีมของไทยรัฐออนไลน์อีกประมาณ 6 คน

 2.มีทีมงานด้านการใช้ เทคโนโลยีอิมเมอร์ซีฟกราฟิก อีกประมาณ 35คนที่กรุงเทพ ที่คอยซัพพอร์ตประกอบการรายงานข่าว เพื่อทำความเข้าใจให้ง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงภาพประกอบการอธิบายข่าว ที่เมื่อเห็นแล้วเกิดความเข้าใจเเละอยากเเชร์ส่งต่อไปในสังคมออนไลน์ทันที  

 3.ความรวดเร็วในการปรับผังรายการใหม่  จากเดิมเป็นการรายงานข่าวผ่านExpress News ทุกต้นชั่วโมง วันที่ 27 มิ.ย.มีการปรับผังเอาบางรายการออกแล้วเพิ่มรายการพิเศษเข้าไป หลังจากนั้นวันที่ 28 เริ่มเข้มข้นขึ้นให้เป็นการนําเสนอข่าวปฏิบัติการค้นหา 13 ชีวิต ถ้ำหลวงตลอดทั้งวันจนถึงเที่ยงคืนบางวันถึงตีหนึ่งตีสอง พอวันเสาร์อาทิตย์ก็ทลายผังวันหยุดเกือบทั้งหมดเพื่อเกาะติดสถานการณ์อย่างไม่ปล่อย

4.พลิกแพลงรูปแบบในการทำข่าว การที่นําเสนอข่าวตลอดทั้งวัน เกิดคำถามขึ้นมาว่าแล้ว คนดูจะอยากดูเรื่องเดียวกันซ้ำๆ ตลอดทั้งวันหรือไม่ ดังนั้นรายการข่าวใส่ไข่, ถามตรงๆ กับจอมขวัญ, ไทยรัฐ นิวส์โชว์, และไทยรัฐเจาะประเด็น ต้องคิดค้นวิธีการนําเสนอข่าวเดียวกันในแง่มุมที่แตกต่างไปเพื่อให้คนดูไม่เบื่อ

 “เป็นช่วงเวลาที่ทีมงานข่าวเขาทำงานหนักมาก เราพยายามเอาใจไปใส่คนดูให้มากที่สุดว่าถ้าเราเป็นเขาเราอยากเห็นภาพอะไร อยากรู้เรื่องอะไร ซึ่งแน่นอนทุกคนอยากเห็นภาพสดๆจากหน้างาน จากเหตุการ์จริงๆเลยต้องเน้นในเรื่องอุปกรณ์ส่งสัญญาณ การยิงภาพสดๆออกมาสู่สถานี เน้นการรายงานสด เปิดหน้ากล้องจากผู้สื่อข่าวภาคสนาม เพื่อให้เห็นภาพเสียงและบรรยากาศทั้งหมด”

 อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องระวังในการเสนอข่าว คือความรู้สึกของครอบครัว ญาติพี่น้อง รวมทั้งคนดูทั้งประเทศ

“ข่าวแบบนี้มีความเป็นดราม่าอยู่แล้ว ได้ให้นโยบายกับทีมงานว่าอย่าเพิ่มความดราม่าลงไปอีก อย่างเช่นทีมงานเคยทำมิวสิกวีดิโอเกี่ยวกับน้องๆก่อนที่จะเจอตัวเขามาเรื่องหนึ่ง แล้วใช้เพลงประกอบชื่อคิดถึงของหรั่ง ร็อกเคสตร้า เนื้อหาประมาณคิดถึงเธอแทบใจจะขาด อยากให้เธอกลับมาซะที คิดถึงเธอทุกวินาทีเลยต้องติงไปว่าอย่าขยี้ลงไปอีกเลย แค่นี้ครอบครัวก็ไม่สบายใจมากอยู่แล้ว เปลี่ยนเป็นเพลงให้กำลังใจจะดีกว่า”

ส่วนเรื่องที่เกี่ยวกับไสยศาสตร์ความเชื่อต่างๆของชาวบ้านนำเสนอได้แต่ไม่ลงในรายละเอียดมากนัก เพราะมีคนอีกส่วนที่เขาไม่เชื่อ แต่ก็ต้องนำเสนอและพยายามหามุมที่เป็นกลาง เป็นเรื่องของความศรัทธาไม่ใช่ความเชื่อที่งมงาย

ไทยรัฐ ทีวี

ภารกิจนี้ยังไม่จบ 

สำหรับข่าว13 ชีวิตติดถ้ำหลวงนี้ จิตสุภากล่าวว่าทีมงานต้องวางแผนการทำข่าวแบบวันต่อวัน เพราะแผนการพาน้องออกจากถ้ำยังไม่ชัดเจน แต่เป้าหมายของช่องคือจะอยู่จนถึงวันที่เด็กๆทุกคนออกจากถ้ำสู่อ้อมกอดพ่อแม่ แต่ถ้าต้องใช้เวลานานก็อาจจำเป็นต้องถอนทีมงานออกมาบ้าง

“ถ้าน้องออกมาได้แล้วเราก็อยากดึงตัวเขามาสัมภาษณ์ อยากให้คุณจอมขวัญมานั่งถามว่า10 กว่าวันอยู่กันยังไง  กลัวมากมั้ย ระงับความกลัวแบบไหน ช่วยเหลือกันยังไง คิดว่าหลายคนคงอยากรู้  แล้วเป็นประโยชน์ด้วย แต่ก็ดูว่าจะเอามาได้หรือเปล่า”

อย่างไรก็ตามเธอบอกว่าต้องการให้น้องๆออกมาให้ได้อย่างปลอดภัยเร็วที่สุดเหมือนกับคนทั้งประเทศ  และแน่นอนหลังจากนั้นอันดับเรตติ้งก็ต้องลดง แต่ก็ยังเชื่อว่าน่าจะอยู่ในจุดที่สูงจากเดิม 

“และที่สำคัญน่าจะส่งผลต่อว่าทุกครั้งที่เกิดข่าวใหญ่ๆที่ผู้คนจำนวนมากให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นข่าวประเภทไหน เราจะเป็นช่องหนึ่งที่คนดูเลือกเป็นช่องแรกๆ”

เธอยังทิ้งท้ายด้วยเสียงหัวเราะๆว่า

“เรตติ้งสูงขึ้น แต่รายได้เท่าเดิมนะคะเพราะเป็นช่วงเวลาที่เอเยนซี่เขาแพลนซื้อไว้ล่วงหน้าแล้วด้วยราคาเดิมแต่ตัวสินค้าก็จะได้เต็มๆเพราะเป็นช่วงที่คนเข้ามาดูมากขึ้น”

    

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronlin


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer