“Lenovo vs Dell vs Asus” อยากขาย “Gaming Mass” มั่งอ่ะ!

ตลาดคอมพิวเตอร์ สำหรับกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปจำนวน 1,200,000 ล้านเครื่อง Segment ที่ใหญ่ที่สุดคือ Notebook จำนวน 800,000 เครื่อง ในจำนวนนี้ยังแบ่งเป็น 3 Segment นั้นคือ 1.Thin&Light 2.2in1 และ 3.Gaming

“Gaming” ผู้กอบกู้ Notebook

แต่อย่างที่รู้กัน Segment หลักที่ช่วยให้ “Notebook” ตื่นขึ้นมาจากฝันร้าย หลังจากซบเซาด้วยภาวะเศรษฐกิจที่หยุดนิ่ง และ Effect ที่เกิดขึ้นด้วยน้ำมือของ Smart Device ไม่ว่าจะเป็น Tablet และ Smartphone คือการเติบโตของ Segment “Gaming” ที่ปัจจุบันมีสันส่วนประมาณ 35%

เมื่อมองลึกลงไปในส่วนหนึ่งของการเติบโต มาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มองว่า วันนี้ Gaming Notebook ไม่ได้มีไว้สำหรับเล่นเกมอย่างเดียว แต่นี่คือ Notebook ที่มีสเป็กที่สูง มีความเร็วเป็นเลิศ ระบายความร้อนได้ดี จัดเต็มด้วยกราฟิก ดีไซน์ที่สวยงาม และยังสามารถใช้งานในรูปแบบอื่นๆ ไล่ตั้งแต่ทำเอกสารง่ายๆ ไปจนถึงตัดต่อ หรือทำกราฟฟิค

อีกทั้งราคาที่ปรับลงมาให้เข้าถึงง่ายมากขึ้น จากแต่ก่อนมีราคาเริ่มต้น 60,000 กว่าบาท ลดลงมาเรื่อยๆ จนวันนี้กำเงินไปที่ร้าน 30,000 บาท ก็สามารถซื้อได้แล้ว ดังนั้น เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนเครื่องใหม่ Gaming จึงเป็นตัวเลือกแรกที่อยู่ในการตัดสินใจ

ปี 2018 ยังสวยหรูสำหรับ “Gaming”

ขณะเดียวกันในปี 2018 ผู้บริหารจากทั้ง Lenovo และ Dell ก็ยืนยันเหมือนกันว่า Gaming ยังคงมีทิศทางที่สวยหรูต่อไป

ถึงแม้ภาพรวมของ Notebook คงไม่กลับไปหวือหวาเหมือนในอดีต แต่ตัวเลขครึ่งปีแรก 2018 ข้อมูลจากไอดีซีได้ระบุว่า เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปีที่ตัวเลขเขียวแล้ว ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี จากแต่ก่อนที่เสมอตัวหรือตกลงมานิดหน่อยในแง่ของตัวยูนิต

และแน่นอน Segment หลักที่ประคองตลาดยังคงเป็น Gaming ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมา มียอดขายไตรมาสละประมาณ 20,000 เครื่อง แต่วันนี้ได้กระโดดขึ้นมาเป็น ไตรมาสละประมาณ 50,000 เครื่อง ทั้งปีคาดว่าจะเติบโต 30-40% เลยทีเดียว

เพียงแต่การแข่งขันของ Gaming ในตอนนี้ไม่ได้ซัดกันที่ Premium Segment อย่างเดียวอีกต่อไป เพราะเมื่อมองลึกเข้าไปในตลาด กลุ่มนี้ยังมีสัดส่วนเพียง 30% เท่านั้น ในขณะที่กลุ่มที่ใหญ่จริงๆ คือ SUB-Gaming หรือกลุ่ม Mass ที่มีราคาต่ำกว่า 26,000 บาท กำลังครองอยู่ด้วยสัดส่วน 70%

และ Segment นี้เองที่ได้กลายเป็นสนามรบที่ “Lenovo” และ “Dell” กำลังเปิดฉากฟาดฟันกันอยู่

“Lenovo” อยากกินรวบใน “Gaming”

สำหรับ “Lenovo” ปีที่ผ่านมาถือว่าทำผลงานได้ดี เพราะเติบโต 13% แซงขึ้นมาเป็นเบอร์ 2 โดยจี้ตามเบอร์ขึ้นมาติดๆ และทิ้งห่างเบอร์ 3 ประมาณ 2-3% ได้

ถกล นิยมไทย ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฝ่ายผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์ เลอโนโว ประเทศไทย บอกว่า วันนี้ Lenovo ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ใน Thin&Light และ 2in1 ได้แล้ว ยังเหลือ Gaming ที่ยังขึ้นไม่ได้ แม้ในอดีตตอนที่เปิดตัว Legion จะขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 แต่ก็อยู่ได้ราว 4-5 เดือนเท่านั้น

เหตุผลหลักที่ทำให้ Lenovo ถูกแซงขึ้นไป เพราะการเกิดขึ้นของ SUB-Gaming ในช่วงกลางปีก่อน ที่อาศัยช่องว่างของ Premium ซึ่งมีราคาแพงเกินไป โดยเข้าวางขายในราคาที่ต่ำกว่า 26,000 เพื่อเจาะกลุ่มนักเรียนที่ยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง ด้วยราคาและสเปคที่จับต้องได้

ต้องยอมรับว่าตั้งแต่ SUB-Gaming เกิดขึ้นทำให้ Lenovo เพลี้ยล้ำนิดหน่อย เพราะมีแต่ตัว Premium ทำให้สูญเสียโอกาสตรงนั้นไป ซึ่งวันนี้ในกลุ่ม Premium Lenovo คือเบอร์ 1 แล้ว แต่ราคาต่ำกว่านั้นเป็นการบ้านที่จะต้องมาเจาะเพิ่ม ซึ่ง Lenovo ต้องการกลับมาเป็นเบอร์ 1 ในภาพรวมของ Gaming ด้วย

ปัจจุบัน Gaming คิดเป็นสัดส่วน 25% ได้ในแง่ของรายได้ ส่วนยูนิตประมาณ 10% มีราคาเฉลี่ยประมาณ 30,000 กว่าบาท เป้าหมายที่ต้องการในปีนี้คือ ดันส่วนส่วนรายได้ขึ้นมาเป็น 35-40%

โดยกลยุทย์หลักจะถูกดันผ่าน การบุก SUB-Gaming ซึ่งจะหนักขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังผ่านการเปิดตัว Notebook ในกลุ่ม Legion ที่ยังไม่เปิดเผยว่า จะมีกี่รุ่นและราคาเท่าไหร่บ้าง

ส่วนในแง่ของเกมการตลาด จะเน้นการเป็นสปอนเซอร์ในลีก E-Sports ใหญ่ๆ ทั้ง U-League Thailand การแข่งขันระหว่าง 20 มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นเมนสปอนเซอร์เข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว รวมไปถึงเกม PUBG ที่จะจัดเป็นทัวร์นาเมนต์ยาว 6 เดือนก่อนจะไปสิ้นสุดที่งาน Thailand Game Show

กลายเป็นว่าปีนี้ Lenovo ใช้งบประมาณมากขึ้นกับการเข้าไปเป็นสปอนเซอร์ ซึ่งในภาพรวมก็มีการแข่งขันหลายๆ เกมที่มากขึ้น จากแต่ก่อนที่จะเห็นแต่ เกม League of Legends”

โดยมีผลวิจัยออกมาบอกว่า เกมเมอร์ในไทยไม่ต่ำกว่า 18 ล้านคน ซึ่งทุกวันนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นนักศึกษาอย่างเดียว แต่วัยทำงานทำเยอะขึ้น โดยใช้เวลากลางคืนขึ้นมาเล่นเกม ที่สำคัญเป็นกลุ่มผู้หญิงเยอะขึ้นเพราะฐานลูกค้ากว่า 40% ของ Legion คือผู้หญิง

“Dell” เปิดฉากบุก “Gaming Mass”

ในขณะเดียวกัน “Dell” ก็ไม่ปล่อยให้ Lenovo สบายใจอยู่รายเดียงว เนื่องจาก Dell ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ต้องการขยายเข้าไปในตลาด Mass เช่นเดียวกัน

โดยในอดีตการทำตลาด Gaming ของ Dell เกิดขึ้นภายใต้แบรนด์ “Alienware” ที่มีราคาเริ่มต้นที่ 60,000 บาท ไปจนถึงราคา 150,000 บาท แต่ด้วยราคาที่สูงเกินไปเมื่อ 2 ปีก่อนจึงได้ “Inspiron 7000 Series” ซึ่งมีราคาที่ย่อมเยาลงมาเริ่มต้นที่ประมาณ 40,000 บาท

แต่ถึงจะปรับลดลงมา หาก ราคา ยังถือเป็นโจทย์ที่ Dell ยังแก้ไม่หมด

ความท้าทายปีที่แล้วอยู่ที่ราคา เพราะ Dell ไม่มีราคาที่เป็นแมสในกลุ่ม Gaming เลย ลูกค้าที่ต้องการ Gaming จึงต้องซื้อ inspiron 7000 หรือย่อยมานิดหนึ่งมี Vostro มาช่วยเสริม

แต่ว่าดีไวซ์ออกแบบมาเพื่อความบันเทิงจึงติดอยู่นิดหนึ่ง ดังนั้นเพื่อให้เข้าถึงกลุ่ม Mass ให้มากขึ้น Dell ยกเลิกขาย Inspiron 7000 Series แล้วเปลี่ยนเป็น G Series แทน เพื่อลดข้อจำกัดด้านราคา และขยายฐานให้กว้างขึ้นอโณทัย เวทยากร รองประธาน เดลล์ อีเอ็มซี อินโดจีน บอกถึงเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนเป็น G Series

ในเบื้องต้น Gaming G Series จะมี 2 รุ่นให้เลือกคือ G3 ราคาเริ่มต้นที่ 24,990 บาท และ G7 เริ่มต้นที่ 36,990 บาท

นี่ถือเป็นการประกาศเกมบุกหนักของ Dell ใน Segment “Gaming Mass” เพราะ อโณทัย บอกว่า การเปิดตัว G Series ทำให้ทุกแบรนด์ปรับราคาลง

เนื่องจากก่อนหน้านี้ Dell จะมีราคาแพงกว่าแบรนด์อื่นๆ ซึ่งในรุ่นทั่วไปประมาณ 5% และในรุ่นพรีเมี่ยม 5-15% เมื่อ Dell ทำราคาที่ต่ำลงมา คู่แข่งจึงต้องปรับราคาหนี

“Dell ไม่ได้มาช้าในกลุ่มระดับราคานี้ เพราะตลาดเพิ่งเริ่มโต ซึ่งถ้าพูดในแง่ของการตลาดก็มีผู้เล่นรายอื่นๆ มาช่วยครีเอตตลาด ตอนนี้จึงเริ่มมีแรงซื้อ ซึ่ง Dell ได้ทดลองในงาน Commart ปรากฎว่าขายดีมากๆ ในรุ่นสองหมื่นกลางๆ ถึงสามหมื่นต้นๆ จึงเชื่อว่าจะเพิ่มสัดส่วน Gaming จาก 10% มาเป็น 30% ได้ไม่ยาก

นอกจากราคาแล้วช่องทางการขายเป็นอีกหนึ่งกลยุทย์ที่ Dell ให้ความสำคัญ โดยปัจจุบันมี 3 ช่องทางหลัก คือ 1.โมเดิร์นเทรด 2.เทรดดิชั่นนอลเทรดและไอทีช้อป ส่วนใหญ่จะอยู่ต่างจังหวัด ซึ่งช่องทางนี้มีอิทธิพลกับกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัด ที่มักจะซื้อเพราะความเชื่อใจ คุ้นเคย

และ 3. เดลล์ คอนเซปต์ สโตร์ 9 สาขา และเอเลี่ยนแวร์ ช้อป 1 สาขา ซึ่งยังไม่ได้มีแผนขยายอย่างจริงจัง เพราะการจะขยายต้องมั่นใจว่า ทำเลนั้นจะมีการแข่งขันที่ไม่สูงมาก และมีทราฟฟิคเพียงพอที่ร้านจะสามารถมากอยู่ด้วยตัวเองได้

ส่วนช่องทางออนไลน์ยังคงเป็นช่องทางใหม่ แม้จะเติบโตสูง แต่ยังไม่มีนัยยะสำคัญ เพราะ Dell มีหน้าร้านอย่างเป็นทางการที่ Lazada แห่งเดียว ซึ่งมักจะไว้ขายสินค้าที่ไม่ได้ถูกวางขายในร้านทั่วไป แต่จะไม่ทำโปรโมชั่นแรงๆ เพื่อทำให้ราคาถูกกว่าหน้าร้านอย่างแน่นอน ไม่งั้นจะถือเป็นการตัดราคากันเอง ซึ่งไม่ใช้วิถีของ Dell

“Asus” ขอร่วมวง Mass ด้วยคน

และไม่ใช่แค่ 2 แบรนด์เท่านั้น แต่ “Asus” ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขอกระโดดเข้ามาร่วมวง Gaming Mass ด้วย

ถ้าย้อนไปในปี 2016 Asus ถือเป็นเบอร์หนึ่งใน Gaming ซึ่งปีถัดมาก็ยังเน้นตลาด Premium ผ่านการทำตลาดภายใต้ซับแบรนด์ ROG ซึ่งชูจุดเด่นในเรื่องประสิทธิภาพ ทำให้ราคาสูงกว่ารุ่นอื่นๆ เฉลี่ยอยู่ที่ 30,000 บาทขึ้นไป

เพียงแต่การเดินเกมรุก Premium อย่างเดียว เพราะในเวลานั้นกลุ่ม Mass ยังไม่เป็นที่นิยมของผู้บริโภคเท่าไหร่นัก กลับส่งผลเสียต่อ Asus เอง ซึ่ง ศรัณยพงศ์ สินทิพย์ ROG Business Development Manager บริษัท เอซุส มาร์เก็ตติ้ง ประเทศไทย จำกัด บอกว่า ทำให้ยอดขายหายไปประมาณ 10%

ดังนั้นเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม Asus จึงได้ปรับแผนเสียให้เสียใหม่ โดยให้ ROG เป็นหัวหอกในการเจาะกลุ่ม Premium ต่อไป ส่วนกลุ่ม Mass ได้เปิดซับแบรนด์ขึ้นมาใหม่ “ASUS Gaming” ซึ่งจะมีราคาเฉลี่ยไม่เกิน 30,000 บาท

โดยล่าสุดได้มีการเปิดตัว Gaming Notebook พร้อมกัน 5 รุ่น ได้แก่ TUF Gaming FX504, Strix Hero Edition รุ่นใหม่, Zephyrus M (GM501) และ Zephyrus (GX501GI)

เป้าหมายของ Asus ในปี 2018 คือต้องการดันสัดส่วนรายได้ในภาพรวมของ Gaming ขึ้นมาเป็น 12-15%  จากเดิมอยู่ที่ 10% อีกทั้งยังต้องการชิงส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจาก 20% เป็น 30%”

ยังไม่หมดเท่านั้นในแง่ของเกมการตลาด ได้ประกาศร่วมมือกับ PUBG Corporation สาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งทำให้ ROG ได้เป็นตัวแทนหลักอย่างเป็นทางการในการจัดการแข่งขันเกม PUBG ในชื่อรายการ “PUBG South East Asia Championship”

โดยมีเป้าหายเพื่อคัดเลือกทีมตัวแทนผู้ชนะจากประเทศไทย มาเลเซีย+สิงคโปร์ เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เข้าร่วมแข่งขันรอบชิงชนะเลิศสำหรับภูมิภาคอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ก่อนทีมที่ชนะในการแข่งขันรายการดังกล่าว และทีมชนะเลิศจากประเทศไทย จะได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมการแข่งขัน “PUBG Global Invitational Berlin 2018” ที่ประเทศเยอรมนีซึ่ง นับเป็นทัวร์นาเมนต์ระดับโลกอย่างแท้จริงที่มีการชิงเงินรางวัลรวมกว่า 2 ล้านเหรียญดอลลาห์สหรัฐฯ


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer