“ไทยรัน” สตาร์ทอัพวงการ ‘วิ่ง’ เปิดสถิติงานวิ่งในไทย เชื่อปี 62 โตกว่าปีก่อนเล็กน้อย คาดจำนวนงานมากกว่า 1,200 งานต่อปี เผยโมเดลรายได้มาจากการขายภาพนักวิ่ง 15% โดยนักวิ่งซื้อภาพราคาขั้นต่ำ 50 บาท ช่างภาพโกย 80% ล่าสุดเปิดตัวเทคโนโลยี “FACE X” พัฒนาการค้นหารูปโดยใช้ภาพใบหน้าของนักวิ่ง เชื่อตอบโจทย์ความต้องการในการหาภาพของนักวิ่ง

กมล สิริชัน ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ไทยดอทรัน จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันงานวิ่งได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากตัวเลขงานวิ่งที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา  โดยปี 2560 ประเทศไทยมีงานวิ่งเฉลี่ย 800-1,000 งานต่อปี เทียบกับปี 2561 มีงานวิ่งเฉลี่ยมากกว่า 1,200 งาน

ส่วนปี 2562 นี้มองว่าจำนวนงานวิ่งอาจโตกว่าปีที่แล้วเล็กน้อย แต่ผู้จัดงานวิ่งปีนี้จะมีคุณภาพมากกว่าเดิม

กมลมองว่า เทรนด์การออกกำลังกายที่จะมาในปีนี้ยังเป็นทิศทาง “Sport Tourism” และมาในรูปแบบที่แตกต่างจากเดิมที่ไม่ใช่แค่ ปั่นจักรยาน วิ่งหรือไตรกีฬา แต่ผู้จัดจะครีเอตรูปแบบใหม่ เช่น พอวิ่งเสร็จแล้วผู้เข้าร่วมต้องไปพายเรือต่อ ฯลฯ เนื่องจาก Sport Tourism แบบเดิมเริ่มถึงจุดอิ่มตัวในแง่ของจำนวน ผู้จัดงานจึงต้องคิดหาทางใหม่ๆ

อย่างไรก็ตาม สตาร์ทอัพ “ไทยรัน” หรือ “ThaiRun” เริ่มก่อตั้งเมื่อกลางปี 2558 เป็นที่รู้จักจากระบบ FACE ID ที่ให้ช่างภาพอัพโหลดภาพตามงานวิ่งต่างๆ มีโมเดลธุรกิจแบ่งออกเป็นช็อปขายสินค้า 20% รายได้จากการให้บริการแพลตฟอร์ม 65% ขายรูปภาพ 15% ซึ่งปี 2561 ‘ไทยรัน’ อยู่ในจุดที่เริ่มทำกำไรแล้ว

กมลกล่าวอีกว่า ไทยรันมีรูปภาพจากงานวิ่งเข้ามาในแพลตฟอร์มเฉลี่ย 800,000 รูปต่อสัปดาห์ มีผู้ซื้อ 40,000 รูปต่อสัปดาห์ คิดเป็น 5% มีภาพตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงภาพความละเอียดสูง ในราคาตั้งแต่ 50 100 150 และ 200 บาท โดยลูกค้าจำนวน 80% เลือกซื้อภาพขนาดเล็ก หรือ 50 บาท และนักวิ่งจ่ายเงินตั้งแต่ 200 บาท ไปจนถึงจำนวนสูงสุดที่ 4,000 บาท ทั้งนี้ช่างภาพจะได้รายได้ 80% ของราคาซื้อ

โดยปัจจุบันไทยรันมีช่างภาพที่ลงทะเบียนในระบบถึง 1,200 คน แต่มีช่างภาพที่คอยอัพโหลดรูปภาพสม่ำเสมอ 50% หรือกว่า 600 คน และปัจจุบันเว็บไซต์ photo.thai.run มีฐานข้อมูลถึง 30 ล้านภาพ

ล่าสุด ไทยรันเปิดตัวเทคโนโลยี Face X ซึ่งเป็นการนำระบบจดจำใบหน้า (Face Recognition) และใช้ร่วมกับ Big Data และ AI โดยแบ่งเป็น “Face Search” ในการประมวลหาภาพด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เพียงอัพโหลดภาพใบหน้าของตัวเองลงในระบบ จากนั้นระบบจะค้นหาภาพใบหน้าใกล้เคียง และ “Face ID” เทคโนโลยีตรวจสอบบุคคลโดยบันทึกประวัติของนักวิ่งที่ระบุไว้ในใบสมัคร รวมถึงสถิติการวิ่ง ตั้งแต่การสมัครด้วยใบหน้าและการรับ BIB การเช็กอิน รวมถึงประวัติการแพทย์

ดร.บุญญฤทธิ์ อุยยานนวาระ CEO บริษัท ไทยดอทรัน จำกัด กล่าวว่า การนำ Big Data มาปรับใช้กับการกีฬาและสุขภาพถือเป็นเรื่องใหม่ในประเทศไทย เพราะก่อนหน้านี้มีการใช้ AI และ Big Data เฉพาะในเชิง FinTech และ Ecommerce เท่านั้น แต่ Face X ใช้เก็บข้อมูลรายบุคคล ซึ่งข้อมูลดังกล่าวสามารถต่อยอดเป็นฐานข้อมูลในด้านต่างๆ อีกได้

ดร.บุญญฤทธิ์ตั้งเป้ารายได้ปี 2562 ว่าจะโตขึ้นอีก 20-30%

ส่วนแผนในปีนี้ ดร.บุญญฤทธิ์กล่าวว่า “ไทยรัน” ตั้งใจจะขยายเทคโนโลยี FACE ID ไปยังตลาดอื่นๆ เช่น งานรับปริญญา งานแต่งงาน งานคอนเสิร์ต และงานอีเวนต์ต่างๆ เช่น งานอุ่นไอรัก ฯลฯ ตลอดจนมีแผนจะให้ ‘บริการ’ ซอฟต์แวร์ไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะสิงคโปร์และมาเลเซีย เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้ประเทศไทย และเห็นว่าตลาดงานวิ่งมีศักยภาพ



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer