ในปีที่ผ่านมาเราได้เห็นปรากฏการณ์ Creative Music Marketing ครั้งใหญ่จากแบรนด์เครื่องดื่ม “ลีโอ” ที่แม้จะต้องพบเจอกับวิกฤตใหญ่ แต่ก็ปรับตัวมาใช้ Platform ออนไลน์อย่างรวดเร็ว

โดยส่งโปรเจกต์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น “LEO Live Muzik” ให้ศิลปินไลฟ์ส่งต่อความสนุกจากที่บ้าน “LEO Fest From Home” เทศกาลดนตรีและไลฟ์สไตล์มาราธอน 12 ชั่วโมง “LEO Night Live” โปรเจกต์ที่ตั้งใจช่วยเหลือนักดนตรีกลางคืนที่ตกงานเพราะผับปิด “LEO Music Traveller” คอนเสิร์ต Live จากสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่ทุกคนคิดถึง ตลอดจน “LEO Landmark” เฟสติวัลดนตรีออนไลน์ที่ไลฟ์จากหลายเวทีทั่วทุกมุมเมือง มาให้ทุกคนได้สนุกกันแบบ Virtual ทดแทนการไปงานคอนเสิร์ตที่ยังไม่สามารถจัดได้

นอกจากจะเป็นการช่วยเหลือคนดนตรีที่ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ จากสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงการสร้างประสบการณ์ทางดนตรีที่แตกต่างแล้ว การทำ Online Content ที่เน้นเรื่อง Virtual Experience เหล่านี้อย่างต่อเนื่องของลีโอยังทำให้ Online Channel แข็งแกร่งมากขึ้นอีกด้วย

ไม่ปล่อยให้ขาดช่วง ส่ง LEO Playroom ยกระดับเป็น Entertainment Hub

หลังจากที่รุก Online Music Marketing มาได้ครบปี ลีโอก็พร้อมที่จะยกระดับ Online Media ของตัวเองเป็น Entertainment Hub  โดยไม่นานมานี้ก็เพิ่งส่ง LEO Playroom มาเป็นโปรเจ็กต์แรกประเดิมการสร้าง Hub แห่งใหม่ของแบรนด์

LEO Playroom เป็นโปรเจ็กต์ที่จัดห้องแห่งความมันส์ โดยพาศิลปินที่ไม่ค่อยได้อยู่บนเวทีเดียวกันมาร่วมสร้างสรรค์เพลงและโชว์ใหม่ ๆ สร้างสีสันให้กับวงการเพลง ซึ่งครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ลีโอคิด Creative Music Marketing เพื่อตอกย้ำแคมเปญ “รวมกันมันส์กว่า” ได้เป็นอย่างดี

ความน่าสนใจของแคมเปญนี้คือการถ่ายทำด้วยโปรดักชั่นที่เรียบง่าย เน้นให้ตัวศิลปินเด่นเป็นหลัก ทำให้โปรเจ็กต์นี้สามารถดึงเอาคาแรกเตอร์ของศิลปินออกมาพรีเซนต์เป็นโชว์พิเศษในสไตล์ใหม่ โดยที่ไม่สูญเสียกลิ่นอายเดิมของศิลปินแต่ละคน

ยกตัวอย่าง LEO Playroom Episode1 ที่พา Polycat วงดนตรีแนวซินธ์ป๊อป อินดี้ แดนซ์แห่งยุค โคจรมาเจอกับวงดนตรีป๊อป-ร็อกน้องใหม่อย่าง Three Man Down มาร่วมกันสร้างสรรค์บทเพลงเดิมให้ออกมาเป็นแนวใหม่ อย่างเพลง “อาวรณ์ x ถ้าเธอรักฉันจริง” ที่มียอดวิวกว่า 3.7 ล้านครั้ง

อีกหนึ่งการฟีเจอริ่งที่สร้างกระแสและได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามคือ UrboyTJ และส้ม มารี ที่ร่วมกันร้องเพลง “แค่ที่รัก” มียอดเข้าชมสูงถึง 15 ล้านครั้ง

และอีกหลาย ๆ ศิลปินที่ต่างเอาเพลงคู่ของตัวเองมา Rearrange เพื่อให้เป็นสไตล์ของตัวเอง ที่ไม่สามารถหาฟังจากที่อื่นได้ ที่ตอนนี้มีการฟีเจอริ่งทั้งหมด 10 ศิลปิน 5 Episode โดยคลิปเพลงเหล่านี้ต่างมีตัวเลขยอดวิวที่กำลังไต่เพิ่มสูงขึ้นตามกันมาติด ๆ

เรียกได้ว่าเป็นการรวมกันของส่วนผสมความมันส์ทางดนตรีอย่างมีเสน่ห์ตามแบบฉบับเฉพาะของลีโอ ที่สำคัญสอดคล้องกับปรัชญาของแบรนด์ที่ว่า “รวมกันมันส์กว่า” ได้อย่างกลมกลืน และเป็นเครื่องหมายยืนยันว่า ลีโอ มาถูกทางแล้ว

ทั้งหมดนี้ ไม่เพียงทำให้ยอดฟอลโลเวอร์ในช่องทาง Facebook: LEO Thailand และ Instagram: leoth.official เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ใน YouTube: LEO Thailand ก็มีผู้ติดตาม (Subscribers) พุ่งไปกว่า 1.2 แสนคนภายในไม่กี่เดือน ทำให้แบรนด์สามารถเชื่อมต่อกับเหล่าแฟนคลับได้อีกหนึ่งช่องทาง ทั้งยังเป็นการยกระดับ Social Media ของลีโอให้เป็น Entertainment Hub ที่แข็งแกร่งและไม่ซ้ำใคร

แน่นอนว่า การทำ Creative Music Marketing อย่างต่อเนื่องของลีโอ นอกจากจะเป็นการสร้างสีสันให้วงการเพลงในบ้านเราคึกคักขึ้น รวมถึงทำให้แบรนด์ใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากขึ้นแล้ว การ “สร้างสรรค์” คอนเทนต์ดนตรีที่มีประสิทธิภาพ ไม่น่าเบื่อ ทำให้ Brand Association หรือทัศนคติของผู้บริโภคที่เชื่อมโยงกับแบรนด์นั้นชัดเจนขึ้น

นับเป็นอีกหนึ่ง Movement ของแบรนด์และเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษา ที่ถึงแม้จะมีวิกฤตรอบตัวแต่เครื่องดื่มลีโอไม่ยอมให้แบรนด์ไหลไปตามกระแสเศรษฐกิจ แต่กลับลุกขึ้นมาสร้างแบรนด์ให้ดูแข็งแกร่งและสดใหม่อยู่เสมอ

แน่นอนว่า ในฐานะผู้นำตลาดแบรนด์เครื่องดื่ม “ลีโอ” ไม่น่าจะหยุดความมันส์เพียงเท่านี้

ถ้าลีโอมีอะไรสนุก ๆ มันส์ ๆ เดี๋ยว Marketeer จะกลับมาเล่าให้ฟัง



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน