การเข้าสู่ธุรกิจสายการบินของ วิชัย ศรีวัฒนประภา คิงเพาเวอร์ หลังซื้อหุ้นไทยแอร์ เอเชีย 39% หรือจำนวน 1,892 ล้านหุ้นในราคาหุ้นละ 4.20 บาท(จากราคาหุ้นปัจจุบันประมาณ6บาท) คิดเป็นมูลค่า 7,945 ล้านบาทจากตระกูล แบเลเว็ลด์ ผู้ถือหุ้นแอร์เอเชีย 44% คือเป็นการดิลครั้งสำคัญที่สานต่อความฝันของ วิชัย ศรีวัฒนประภา ในการเข้าสู่ธุรกิจสายการบินที่เขาและธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ เพิ่งเจรจาปิดดิลกันเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมาก่อนเปิดแถลงกับสื่อมวลชนในวันที่ 14 มิถุนายน 2559 ที่คิงเพาเวอร์ รางน้ำ

ไม่ใช่ครั้งแรกในธุรกิจสายการบินแต่อาจเป็นครั้งสุดท้าย

การเข้าสู่ธุรกิจสายการบินของ วิชัย ศรีวัฒนประภา ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกเพราะที่ผ่านมาเขาเคยถือหุ้น 5% ในนกแอร์ และขายหุ้นทั้งหมดทิ้งไป ด้วยเหตุผลสัดส่วนหุ้นในมือที่น้อยเกินไปจนไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารงานของนกแอร์ได้ แต่ครั้งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่วิชัยจะหยุดกับไทยแอร์เอเชีย เพราะไทยแอร์เอเชียเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตสูงถึงปีละ 20-25% ซึ่งสามารถให้เงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในมูลค่าที่สูง และลักษณะหุ้นไทยแอร์เอเชียได้ระบุไว้ชัดเจนว่าธุรกิจไทยแอร์เอเชีย ผู้ถือหุ้นไทยแอร์เอเชียจะต้องเป็นคนไทย 51% และผู้ถือหุ้นต้องเป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้น ถึงจะได้รับอนุญาตประกอบกิจการสายการบินในประเทศไทยและข้อจำกัดนี้ การเข้าถือหุ้นในครั้งนี้จึงเป็นภาคบังคับให้ตระกูล ศรีวัฒนประภา ต้องถือหุ้นระยะยาวเพราะน้อยนักที่จะหานักลงทุนในนามบุคคลที่จะมีกำลังเหมาซื้อหุ้นมูลค่ามหาศาลนี้ทั้งหมด

ถึงแม้วิชัยจะทาบทามธรรศพลฐ์ถึงเรื่องการขอซื้อหุ้นเป็นเวลานาน แต่ช่วงเวลาของการปิดดิลในครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะคิงเพาเวอร์และไทยแอร์เอเชียต่างเดินทางมาถึงจุดสูงสุดของธุรกิจ และการรวมของทั้ง 2 ธุรกิจจะสร้างความแข็งแกร่งในการเติบโตต่อไปในอนาคตด้วยจุดแข็งของทั้ง 2 ธุรกิจ

พรีออเดอร์ Duty Free พร้อมส่งถึงที่นั่งผู้โดยสาย ขยายตลาดสู่จีนเพิ่มขึ้น

คิงเพาเวอร์และไทยแอร์เอเชียได้เริ่มต้นต่อยอดธุรกิจด้วยการทำตลาด Cross Product บริการพรีออเดอร์ Duty Free ให้ลูกค้าที่ซื้อตั๋วเครื่องบินกับไทยแอร์เอเชียพร้อมบริการส่งสินค้าถึงที่นั่งผู้โดยสารในวันเดินทาง พร้อมสิทธิพิเศษต่างๆ ที่จะทำร่วมกันในอนาคต

รวมถึงการใช้ฐานลูกค้าและพันธมิตรรวมกันเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวแบบเบ็ดเสร็จ เช่นการดิลกับพันธ์มิตรบริษัททัวร์จีนที่คิงเพาเวอร์มีความสนิทสนมมาอย่างยาวนานจัดโปรแกรมทัวร์ประเทศไทยบินกับสายการบินแอร์เอเชีย พร้อมกับขยายเที่ยวบินไดเร็คบินตรงจากจีนไปลงจังหวัดต่างๆ เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

ธรรศพลฐ์ ยังคงบริหารต่อ

หลังการเปลี่ยนผู้ถือหุ้น วิชัย ได้มอบหมายให้บุตรชาย อัยยวัฒน์ – อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา และสมบัตร เดชาพานิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิง เพาเวอร์อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัดรับตำแหน่งคณะกรรมการบริษัท ไทยแอร์เอเชีย ร่วมกำหนดวิสัยทัศน์และนโยบายไทยแอร์เอเชีย แต่ตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชียก็ยังเป็นของธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ต่อไปร่วมกับคณะผู้บริหารเดิมของไทยแอร์เอเชีย โดยในปีนี้ไทยแอร์เอเชียยังคงเดินหน้าต่อไปตามแผนที่วางไว้ด้วยการเติบโต 20% การขยายสู่ตลาด CLMV+จีน+อินเดียจากการเพิ่มเครื่องบินใหม่ 5 ลำ รวมของเดิมเป็น 51 ลำ

 

ทำไมธุรกิจไทยแอร์เอเชียถึงต้องตาวิชัย ศรีวัฒนประภา