เราผ่านพ้นช่วงข้ามปีมากับข่าวดีบ้างสลับข่าวร้ายบ้างของการระบาดโรค Covid-19 แม้จะระบาดหนักแต่จำนวนคนตายลดลง อัตราการฉีดวัคซีนในประเทศส่วนใหญ่มากขึ้น

ที่แน่ ๆ คือหลาย ๆ ประเทศเริ่มปรับตัว (เคยชิน) ที่จะอยู่กับเจ้า Covid-19 สายพันธุ์ต่าง ๆ (ที่เก่งในการกลายพันธุ์) แบบกึ่ง ๆ New Normal หรือ ใช้ชีวิตปกติอยู่กับเจ้า Covid-19 ด้อยค่ามันเป็นเพียงโรคระบาดประจำถิ่น แบบขาจร ไม่อาละวาดแบบรุนแรง

การระบาดของ Covid-19 มีคุณูปการต่อการเร่งให้คนเรายอมรับและรู้จักใช้เทคโนโลยีเร็วขึ้น มากขึ้น ทั้งแบบเต็มใจหรือโดนบังคับก็ตาม เทคโนโลยีช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคและเกิดโอกาสทางการตลาดมากมาย

บริษัทวิจัยชื่อดัง McKinsey Consulting Group สรุปถึงแนวโน้มใหญ่ ๆ ที่มาแรงในปีเสือทองดังนี้

  1. การตลาดดิจิทัล ช่องทางสื่อสารและการตลาดดิจิทัลจะเป็นช่องทางหลักในการติดต่อสื่อสาร

และทำการตลาดกับผู้บริโภค แบบที่หลายท่านคงได้ยินคำว่า O2O (Offline To Online หรือ Online To Offline) หรือ Omnichannel ซึ่งเป็นการใช้ช่องทาง Offline แบบเดิม ๆ ค้าปลีก ค้าส่ง ฯลฯ ผสานกับช่องทางดิจิทัล ทั้งผ่านเว็บไซต์ facebook แอปพลิเคชันต่าง ๆ ในการทำการตลาดเพื่อสื่อสารและขายสินค้าหรือบริการให้ผู้บริโภค เพราะผู้บริโภคทั้งยุคเก่า (แก่) และยุคใหม่ใช้สื่อดิจิทัล โซเชียลมีเดีย และเทคโนโลยีกันมากขึ้น

  1. ผลิตภัณฑ์ที่เป็นอัจฉริยะ การพัฒนาของ AI (Artificial intelligence) IOT (Internet Of Things)

ทำให้เวลานี้ท่านได้พบเห็นอะไรที่เรียกกันติดปากว่า Smart มากขึ้น ทั้ง Smart Solution, Smart Home  อื่น ๆ อีกมากมาย บ้านหรือคอนโดยุคใหม่สามารถสั่งเปิดปิด ตั้งเวลาเปิดปิด เครื่องปรับอากาศ ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ได้ด้วยเสียงหรือโทรศัพท์มือถือ ตู้เย็นอัจฉริยะที่ควบคุมความเย็นอัตโนมัติและแจ้งเตือนพืชผักที่เริ่มจะเน่าเสียหายให้ทราบล่วงหน้า ทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น

  1. ความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภค การที่เทคโนโลยีช่วยให้ผู้บริโภคสามารถทำอะไรหลาย ๆ อย่างได้ด้วยตนเอง มีสื่อและช่องทางสื่อสารของตนเอง ผ่าน แอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น Line, Youtube ทำให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการเป็นตัวตนของตนเองมากขึ้น ต้องการความเป็นส่วนตัวและการยอมรับมากขึ้น ต้องการมีส่วนร่วมในผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ตัดสินใจซื้อ ไม่เชื่อโฆษณา แต่เชื่อสื่อ Social Media มากขึ้น อย่างไรก็ตาม Google ได้วิจัยพบว่า มีช่วงเวลาสั้น ๆ สำคัญที่ผู้บริโภคใช้ในการตัดสินใจซื้อ ที่เขาเรียกว่า Micro-moment ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่นักการตลาดต้องทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการของตนเอง เช่น การเปรียบเทียบให้เห็นประโยชน์ที่ชัดเจน หรือใช้ influencer เป็นต้น
  1. ระบบสมาชิก การที่คนเราเป็นปัจเจกมากขึ้น เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น อาศัยอยู่คนเดียว หรือครอบครัวมีขนาดเล็กลง ต้องการสะดวกสบายมากขึ้น มีความต้องการความต่อเนื่องและผลประโยชน์จากการใช้สินค้าหรือบริการนั้นเป็นประจำ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ Gen Z ส่วนใหญ่มักซื้อบริการแบบเป็นสมาชิก เช่น Netflix, Spotify หรือสมาชิก E-Book, E-Magazie, Fitness เป็นต้น
  1. ธุรกิจคนกลางหมดความสำคัญ เนื่องจากผู้บริโภคสามารถติดต่อสื่อสารซื้อขายสินค้าหรือบริการได้จากผู้ผลิตโดยตรง ทั้งช่องทาง Offline และ Online ทำให้ธุรกิจคนกลางค่อย ๆ หมดความสำคัญลง อย่างเช่น ทุกวันนี้เราซื้อตั๋วโดยสารเครื่องบิน จองโรงแรม โดยตรง ไม่ผ่านคนกลาง ตัวแทนจำหน่าย เป็นต้น
  1. จาก B2C (Business to Consumer) สู่ C2C (Consumer to Consumer) ธุรกิจในปัจจุบันได้ปรับรูปแบบเป็นการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าหรือบริการกันเองได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ทั้งการสั่งซื้อ อาหาร สินค้า บริการผ่านแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันต่าง ๆ  เป็นต้น
  1. ประสบการณ์ของลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะประสบการณ์ในโลกเสมือนจริงทั้ง VR (Virtual Reality) AR (Augmented Reality) Meta (Metaverse) เทคโนโลยีได้ถูกพัฒนาจนผู้บริโภคสามารถใช้โลกเสมือนจริงในการได้รับประสบการณ์จากสินค้าหรือบริการที่ต้องการซื้อ ธุรกิจสมัยใหม่จะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีโลกเสมือนจริงมากขึ้น ลดความสำคัญของหน้าร้าน หรือ โชว์รูม และพยายามสร้างประสบการณ์ของผู้บริโภคกับแบรนด์มากขึ้น
  1. ความรับผิดชอบต่อสังคมและสภาพแวดล้อม ผู้บริโภคในปัจจุบันโดยเฉพาะผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสังคมและสภาพแวดล้อมมากขึ้น ห่วงใยและไม่สนับสนุนสินค้าหรือบริการที่ส่งผลเสียหรือทำลายสภาพแวดล้อม ห่วงใยเรื่องความยั่งยืน (Sustainability) ของความเป็นอยู่ที่ดีในสภาพแวดล้อมที่ดี เช่น ลดการใช้พลาสติกเพื่อลดผลกระทบต่อภาวะโลกร้อน เป็นต้น

เทรนด์ของโลกและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแน่นอนไม่ว่าจะเป็นตามที่เขาวิจัยมาทั้งหมดหรือไม่ช้าหรือเร็ว คนทำธุรกิจต้องรู้จักวิเคราะห์และปรับตนเองให้ทันกระแสความเปลี่ยนแปลง

ผมคิดว่ามีธุรกิจที่น่าสนใจและมีแนวโน้มดีตามกระแสการเปลี่ยนแปลงที่ว่ามา ประมาณนี้ครับ

  1. การศึกษาออนไลน์ Covid-19 ทำให้สถาบันการศึกษาต้องปิดการสอนในห้องเรียนและใช้การเรียนการสอนออนไลน์แทน ระยะเวลา 2-3 ปีทำให้ทั้งผู้สอน ผู้เรียน คุ้นเคยกับการเรียนการสอนออนไลน์ รวมทั้งเทคโนโลยีได้ถูกพัฒนาให้สะดวกในการใช้มากขึ้น ราคาถูกลง แม้ว่าเจ้าโรคระบาด Covid-19 จบลง

เชื่อว่าความนิยมการศึกษาออนไลน์ยังคงแพร่หลาย และมีหลักสูตร หรือเรื่องที่นำมาสอนออนไลน์มากขึ้น ทั้งที่เป็นเรื่องวิชาการและเรื่องทั่ว ๆ ไป เช่น การถ่ายรูป การแต่งตัว การทำอาหาร ฯลฯ

  1. ทรัพย์สินดิจิทัล (Digital Asset) ทั้ง NFT (Non-Fungible Tokens) Bitcoin จะได้รับการยอมรับและซื้อขายกันมากขึ้น ทั้งในด้านผู้บริโภคและกฎหมาย กติกา ต่าง ๆ หลายธุรกิจจะใช้ Bitcoin ให้เป็นประโยชน์ในการสร้างความเติบโตและกำไรให้ธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจการเงิน
  1. ธุรกิจสัตว์เลี้ยง อาหารสัตว์เลี้ยงและบริการที่เกี่ยวเนื่องจากการที่ครอบครัวมีขนาดเล็กลง

ผู้บริโภคเป็นปัจเจกมากขึ้น อาศัยอยู่คนเดียว ทำให้นิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยง สุนัข แมว ฯลฯ มากขึ้น ทำให้ธุรกิจเกี่ยวเนื่องเติบโตไปด้วยทั้งอาหารสัตว์เลี้ยง บริการตัดขน ทำความสะอาด สัตวแพทย์ ที่พัก ฯลฯ มูลค่าธุรกิจที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงนี้ในประเทศสหรัฐอเมริกาในปีที่แล้วมีมูลค่าถึง 100,000 ล้านดอลลาร์

  1. ธุรกิจสินค้า/บริการเกี่ยวกับบ้าน ที่อยู่อาศัย การที่ผู้บริโภคต้องทำงานจากที่บ้าน และใช้เวลาอยู่ที่บ้านมากขึ้น ทำให้ต้องมีการปรับบ้านให้สะดวกที่จะใช้เป็นทั้งที่ทำงานและที่พักอาศัย ปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน รวมทั้งซื้อบริการเกี่ยวกับบ้าน เช่น การทำความสะอาด สุขอนามัยในบ้านและอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงและสะดวกสบายภายในบ้าน Wifi อินเทอร์เน็ต เป็นต้น
  1. โทรเวช (Telemedicine) การให้คำปรึกษาออนไลน์ (Teleconsultation) อย่างที่ผมเคยเขียนในบทความตอนก่อน ๆ Covid-19 ทำให้ผู้บริโภคตระหนักและให้ความสำคัญกับสุขอนามัย และรู้จักป้องกันตนเองจากการเจ็บป่วย โรคภัยต่าง ๆ ก่อนที่จะเป็นโรคต่าง ๆ นั้น เทคโนโลยีทำให้เรื่องเหล่านี้สะดวก รวดเร็วและมีค่าใช้จ่ายที่ถูกลง บริการได้กว้างไกลขึ้น ธุรกิจนี้น่าสนใจมากโดยเฉพาะในท้องถิ่น ประเทศที่การแพทย์ การสาธารณสุขยังให้บริการไม่ทั่วถึง
  1. สินค้า/บริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เมื่อผู้บริโภคห่วงใยสภาพแวดล้อมมากขึ้น รวมทั้งกฎหมาย กติกาสังคม ถูกนำมาใช้บังคับมากขึ้น การทำธุรกิจก็ต้องคำนึงถึงเรื่องเหล่านี้มากขึ้น ทั้งผลิตและจำหน่ายสินค้า/บริการที่ไม่มีผลเสียต่อสภาพแวดล้อม หรือช่วยส่งผลดีต่อสภาพแวดล้อม
  1. การตลาดดิจิทัล เพราะธุรกิจต้องปรับตามเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคต้องใช้ช่องทางดิจิทัลในการติดต่อสื่อสารและขายสินค้า/บริการให้ผู้บริโภค ธุรกิจให้บริการด้านการตลาดดิจิทัลจะเป็นที่ต้องการมากขึ้น ทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ทั้งการช่วยวางแผนและกลยุทธ์ทางการตลาด การวิจัย การสื่อสาร อุปกรณ์เทคโนโลยีที่ควรนำมาใช้ในการทำการตลาด การทำธุรกิจ เป็นต้น

ปีเสือคงไม่เป็นปีที่เสืออาละวาดหรือมีโรคระบาด หรือมหันตภัยมาซ้ำเติมโลกเรามากไปกว่านี้ มนุษย์เรามีความเป็นซูเปอร์ฮีโร่พอตัว ผ่านเรื่องร้าย ๆ มาได้ตลอด

ผมจึงอยากให้คนทำธุรกิจอย่าเสียเวลาเสียพละกำลังกาย กำลังใจไปสาละวนกับปัญหาในปัจจุบันมากไปนัก เจ้าโรคระบาด Covid-19 อาจช่วยให้คู่แข่งของท่านไปต่อไม่ได้ การแข่งขันน้อยลง ถ้าท่านอึดพอและมีพละกำลังที่จะผ่านวิกฤตนี้ไปได้ ท่านย่อมแข็งแกร่งขึ้นและมีโอกาสเติบโตมากขึ้น

หากพิจารณาแล้วดูว่าธุรกิจที่ทำอยู่ในปัจจุบันไม่น่าไปต่อได้ หรือไปต่อได้ไม่ดี ลองพิจารณาหาโอกาสสร้างธุรกิจใหม่ ๆ จากแนวโน้มของของโลกและผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โชคดีครับ

 

 

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน