นมเปรี้ยวที่ขายแค่สูตรเดียวมานาน 50 ปีอย่าง “ยาคูลท์” กำลังมี Action การตลาดครั้งสำคัญคือการมีรสชาติใหม่ครั้งแรกคือ ยาคูลท์ไลท์ สูตรน้ำตาล 1.75% จากสูตรดั่งเดิมคือน้ำตาล 17 – 18%

กำลังเกิดอะไรขึ้นกับแบรนด์ผู้นำตลาดนมเปรี้ยวมีจุลินทรีย์ ที่ต้องครีเอทสูตรใหม่มาขาย อันดับแรกสุดก็คือการมีสินค้าใหม่ก็ย่อมหมายถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิม

ข้อต่อมาคือเวลานี้ตลาดเครื่องดื่มทุกประเภทกำลังต้องการลดปริมาณน้ำตาลของตัวเองตามเทรนด์รักสุขภาพของผู้บริโภค รวมไปถึงอีกหนึ่งข้อสำคัญคือภาษีความหวานจากน้ำตาลของรัฐบาลที่ทำให้ต้นทุนการผลิตเครื่องดื่มสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว “นมเปรี้ยว” เองก็กำลังเจอต้นทุนภาษีความหวานเล่นงานด้วยเช่นกัน

ถึงสินค้าตัวใหม่ “ยาคูลท์ไลท์” จะวางขายในต้นเดือน มิถุนายน แต่รายได้จะเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหนคงยังตอบไม่ได้

แต่รู้ไหม ? อะไรที่ทำให้นมเปรี้ยวที่แบรนด์ดูโบราณ แถมช่วง 10 ปีที่ผ่านมาก็ใช้งบโฆษณาน้อยมากในขณะที่คู่แข่งก็เพิ่มขึ้นตลอดเวลา แต่ความเปรี้ยวของ “ยาคูลท์” ก็ยังเป็นอันดับ 1   

ยาคูลท์ไลท์ ป.ล. ปัจจุบัน แอคทีเวีย เลิกทำตลาด เมื่อปลายปี 2016

ข้อมูลตรงนี้นับเฉพาะแค่ช่องทาง Modern trade กับ Traditional trade ยาคูลท์ก็ยังมียอดขายอันดับ 1 แต่นั้นไม่ใช่ช่องทางหลักที่สร้างยอดขายมหาศาลแห่งแก่ “ยาคูลท์” หากแต่คือการขายแบบ Direct Sale ต่างหาก

ที่มีสาวยาคูลท์มากกว่า 5,000 ชีวิต ตระเวนขายตามบ้าน สถานที่ทำงาน แล้วร้านโชห่วย โดยช่องทางนี้สร้างยอดขายได้มหาศาล จากรายได้ทั้งหมดของบริษัทที่เกือบๆ 5,000 ล้านบาท

แม้เบอร์สองอย่าง “บีทาเก้น” จะพยายามเข้ามาแย่งชิงลูกค้าจากช่องทางนี้ด้วยสูตร Direct Sale เหมือนกัน แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรหากเทียบกับยาคูลท์

อีกทั้ง “ยาคูลท์” เองก็เลือกที่จะไม่ทำลายรากฐานความแข็งแกร่งตัวเองเมื่อให้สาวยาคูลท์ 5,000 กว่าชีวิตเป็นผู้ส่งสินค้าให้แก่ร้านสะดวกซื้อและร้านโชห่วย แทนที่จะเป็นผู้ส่งสินค้าเองและได้กำไรมากกว่า

แต่ทีมผู้บริหาร “ยาคูลท์” ก็รู้ดีว่าหากทำเช่นนั้นคือการแย่งชิงรายได้จากสาวยาคูลท์ที่ร่วมมือช่วยกันสร้างความเติบโตตั้งแต่ในอดีต อีกทั้งนมเปรี้ยวอย่างยาคูลท์ก็มีวัดหมดอายุค่อนข้างเร็ว การจะใช้ระบบโลจิกติกส์อาจยุ่งยากในการรักษาคุณภาพสินค้า

บทสรุปจึงให้สาวยาคูลท์ 5,000 ชีวิตที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เป็นคนจัดส่งสินค้าให้แก่ร้านสะดวกซื้อและร้านโชห่วยทุกวัน โดยมีส่วนแบ่งดังนี้

ยาคูลท์ไลท์

อีกหนึ่ง “จุดแข็ง” ของยาคูลท์ นั้นคือลูกค้ามี Brand Loyalty จากรุ่นสู่รุ่นที่ไม่ชอบเปลี่ยนไปดื่มนมเปรี้ยวยี่ห้ออื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเชื่อถือในคุณภาพที่บอกต่อจากรุ่นพ่อรุ่นแม่ และความผูกพันกับสาวยาคูลท์

ตรงนี้เองที่ทำให้ยาคูลท์กลายเป็นนมเปรี้ยวที่ติดลมบน แบบไม่ต้องออกแรงใช้งบการตลาดอะไรมากมายเหมือนนมเปรี้ยวขวดอื่นๆ

อีกทั้งยังมีความชัดเจนของตัวเอง เลือกที่จะโฟกัสเฉพาะตลาดนมเปรี้ยวมีจุลินทรีย์ ในขณะที่คู่แข่งอย่าง ดัชมิลล์ ที่เป็นเบอร์หนึ่งในภาพรวมตลาดนมเปรี้ยวและโยเกิร์ตเลือกจะแตก Segment หลากหลาย ทั้งนมเปรี้ยวผสมน้ำผลไม้, นมเปรี้ยวพร้อมดื่ม UHT และ โยเกิร์ต

แม้รายได้จะน้อยกว่า “ดัชมิลล์” แต่หากวัดกันเฉพาะนมเปรี้ยวมีจุลินทรีย์ ก็ไม่มีใครสามารถเทียบชั้น “ยาคูลท์” ได้เช่นกัน

การไม่หลุดกรอบเอกลักษณ์ที่เป็นจุดแข็งตัวเองที่มีอยู่มากว่าเกือบ 50 ปี ก็ทำให้ความน่าเชื่อถือในคุณภาพของยาคูลท์เหนือกว่านมเปรี้ยวขวดอื่นๆ

ถึงจะมีเสียงบ่นว่า ยาคูลท์ ขวดเล็กนิดเดียว ยกดื่มทีเดียวหมดขวดราคาขายก็แพง 7 -8 บาท

แต่..ถ้าแบรนด์แข็งแกร่งการจะทำสินค้าที่มีราคาขายแพงกว่าคู่แข่ง ยังไงๆ คนก็ยอมจ่าย   


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน