แม้ VinFast จะขาดทุนต่อเนื่องกว่า 712 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกจากต้นทุนขยายธุรกิจทั่วโลก แต่บริษัทยังเดินหน้าตั้งเป้าผลิตรถ EV ให้ได้ 1 ล้านคันต่อปีภายในปี 2030 พร้อมย้ายจุดเน้นจากตลาดตะวันตกสู่เอเชีย ขยายฐานการผลิตในเวียดนาม อินเดีย และอินโดนีเซีย
VinFast ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติเวียดนาม ประกาศเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 1 ล้านคันต่อปีภายในปี 2030 แม้ยังไม่เปิดเผยตัวเลขผลิตในปีนี้ แต่ปัจจุบันมีกำลังผลิตที่ 250,000 คันต่อปี
บริษัทวางแผนเพิ่มการผลิตเป็น 500,000 คันภายในปี 2027 โดย Thai Thi Thanh Hai รองประธาน Vingroup และรองซีอีโอ VinFast Global ระบุว่า โรงงานหลักที่เมืองไฮฟงสามารถขยายกำลังผลิตได้สูงสุดถึง 950,000 คันต่อปี
โรงงานแห่งใหม่ในจังหวัดฮาติ๋งซึ่งจะเปิดปลายปีนี้ จะมีกำลังการผลิต 300,000 คัน และอาจขยายเป็น 600,000 คันในอนาคต ขณะที่โรงงานในอินเดียจะเปิดเดือนกรกฎาคมนี้ กำลังการผลิต 150,000 คันต่อปี ส่วนโรงงานที่อินโดนีเซียซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้างจะเริ่มต้นที่ 50,000 คัน ทั้งนี้ แผนตั้งโรงงานในสหรัฐฯ ถูกเลื่อนออกไป
ในปี 2024 VinFast ขายรถได้ 97,399 คัน เพิ่มขึ้น 192% จากปีก่อนหน้า แม้จะเริ่มจากฐานที่ต่ำ
ด้านซัพพลายเชน บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนชิ้นส่วนภายในประเทศเป็น 80% ภายในปี 2026 พร้อมเสนอสิทธิประโยชน์ เช่น สนับสนุนค่าเช่าที่ดินในไฮฟงและฮาติ๋ง โดยช่วยเหลือ 50% ใน 3 ปีแรก และ 20% ใน 5 ปีถัดไป
VinFast เปิดเผยแผนเหล่านี้ในงานประชุมพันธมิตรธุรกิจ โดย Thai Thi Thanh Hai กล่าวว่า “VinFast ต้องการแบ่งปันโอกาสความสำเร็จร่วมกับภาคธุรกิจในประเทศ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์เวียดนามให้แข่งขันได้ในระดับโลก”
ยอดขายแข็งแกร่งและนโยบายรัฐช่วยหนุนการเติบโต โดยในช่วง ม.ค.–เม.ย. 2025 VinFast ขายได้ 44,691 คัน ครองตลาดรถใหม่เวียดนามมากกว่าสองเท่าของ Toyota แม้ผู้ผลิตจีนอย่าง BYD และ Chery เริ่มบุกตลาดเวียดนามเช่นกัน
ยังขาดทุนต่อเนื่อง – หวังพลิกฟื้นปี 2026
แม้ยอดขายจะโตแรง แต่ VinFast ยังคงขาดทุน โดยไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทขาดทุนสุทธิ 712.4 ล้านดอลลาร์ แม้ยอดขายจะพุ่งเกือบ 4 เท่าแตะ 36,330 คัน สาเหตุหลักมาจากต้นทุนการปรับโครงสร้างและขยายธุรกิจทั่วโลก
ผลขาดทุนเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ลดลง 42% จากไตรมาสสุดท้ายปี 2024
Pham Nhat Vuong ผู้ก่อตั้ง Vingroup และซีอีโอ VinFast อัดฉีดเงินส่วนตัว 825.4 ล้านดอลลาร์เข้าบริษัท และให้คำมั่นจะสนับสนุนรวมสูงสุดถึง 2 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ Vingroup ยังปล่อยกู้ไปแล้ว 1.2 พันล้านดอลลาร์ และอาจเพิ่มเป็น 1.4 พันล้าน
VinFast เคยมุ่งเน้นตลาดสหรัฐฯ แต่ต้นทุนขนส่ง ภาษี และยอดขายที่ต่ำทำให้ขาดทุนหนัก จึงหันมาเน้นตลาดเอเชีย ซึ่งในปี 2024 มียอดขายถึง 90% จากเวียดนาม
บริษัทตั้งเป้าทำกำไรภายในปี 2026 พร้อมปรับกลยุทธ์ในตลาดตะวันตก โดยหันมาใช้ระบบตัวแทนจำหน่ายแทนการเปิดโชว์รูมของตนเอง ส่วนในเอเชีย ขยายไปยังอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อินเดีย และจับตาตลาดใหม่ในตะวันออกกลางและแอฟริกา
